ข่าว

เสื้อสองล้อ'บอมบ์ไบค์'แบรนด์ไทยแรงไม่ตกเทรนด์

เสื้อสองล้อ'บอมบ์ไบค์'แบรนด์ไทยแรงไม่ตกเทรนด์

25 ก.พ. 2558

เสื้อสองล้อ'บอมบ์ไบค์'แบรนด์ไทยแรงไม่ตกเทรนด์ : คมคิดธุรกิจนิวเจนฯ

  เสื้อสองล้อ'บอมบ์ไบค์'แบรนด์ไทยแรงไม่ตกเทรนด์

            หากนึกถึงเทรนด์แรงข้ามปี แน่นอนว่าต้องมี "การปั่นจักรยาน" ติดชาร์ทอยู่ด้วย สิ่งที่ยืนยันได้ดีคือภาพที่ผู้คนเปิดใจรับเอากีฬาชนิดนี้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

            ความฮอตฮิตของกีฬาสองล้อ นอกจากทำให้สิ่งแวดล้อมดีตามไปด้วยเพราะลดการใช้น้ำมัน ยังส่งให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด หากมองผิวเผิน คนส่วนใหญ่อาจโฟกัสไปที่ยอดจำหน่ายรถจักรยานเป็นหลัก ซึ่งมีราคาตั้งแต่หลักพัน หลักหมื่น ไปจนถึงหลักแสนบาท สูงสุดก็ประมาณครึ่งล้าน แต่ในขณะเดียวกัน ตัวเลขการจำหน่าย "ชุดนักปั่น" ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนับวันเส้นกราฟมีแต่ทแยงขึ้นสู่ด้านบน

            หลายคนอาจสงสัยว่าแค่เสื้อผ้าใส่ปั่นจักรยาน จะต้องให้ความสำคัญหรือพิถีพิถันอะไรนักหนา ความคิดนี้ก็มีความจริงอยู่บ้างแต่ไม่จริงทั้งหมด เพราะไม่เช่นนั้น การแข่งขันในธุรกิจการผลิตชุดนักปั่นคงไม่สูงขึ้น จากการยืนยันของนักธุรกิจหนุ่มหน้าตาดี "ศตวรรษ ชัยรัตน์" หรือ "คุณบอมบ์" หนึ่งในผู้ประกอบการธุรกิจขายชุดนักปั่นจักรยาน เจ้าของแบรนด์สัญชาติไทย "BOMBBIKE" หรือ "บอมบ์ไบค์" ที่พร้อม เปิดใจถึงวิธีการดำเนินธุรกิจและกลเม็ดเคล็ดลับในการพิชิตใจลูกค้า จนสามารถยืนระยะอยู่ได้ถึงทุกวันนี้ หลังจากล้มลุกคลุกคลานมาแล้ว

            ก่อนไปสัมผัสเนื้องาน ทำความรู้จักกับ "คุณบอมบ์" ก่อน

            นักธุรกิจหนุ่มรายนี้ เรียนจบด้านกราฟฟิกดีไซน์ ศิลปกรรม นิเทศศิลป์ มหาวิทยาลังรังสิต จากนั้นศึกษาต่อระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ผ่านมาเคยทำงานให้บริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง ในฐานะนักออกแบบกราฟฟิกดีไซน์ เพื่อเก็บความรู้เข้าคลังสมอง รอวันเติบใหญ่และตามหาสิ่งที่ใช่ ซึ่งสิ่งที่ใช่และตามหาเจอ อยู่ไม่ไกลจากตัวเขา มันคือร้านจักรยานในบ้านของตัวเอง บวกกับความที่คุณพ่อนั้นชอบปั่นจักรยานเช่นกัน แต่เสื้อที่ใส่ไม่เข้าตาลูกชาย จึงจุดประกายให้ "คุณบอมบ์" พร้อมสักทีที่จะสร้าง "เสื้อนักปั่น" ที่เกิดจากไอเดียของเขาและผันตัวเองมาทำธุรกิจส่วนตัว

            ฝันเป็นจริงของ "คุณบอมบ์" เกิดขึ้นในปี ค.ศ.2008 เริ่มจากทำเล็กๆ เป็นการศึกษาดูงานไปก่อน แต่แค่เล็กๆ ก็ทำเอาต้องเปลี่ยนวิถีชีวิต หลังจากที่เขาตัดสินใจไปดูงานที่ประเทศจีน เพื่อติดต่อกับโรงงานผู้ผลิตเสื้อผ้าชั้นนำของที่นั่นและอยู่กินนอน เสมือนเป็นบ้านหลังที่สองไปเลย ซึ่งระหว่างนั้นก็ออกแบบให้จีนและหิ้วกลับมาจำหน่ายที่ไทยด้วย กระทั่งเมื่อแข็งแกร่งพร้อมสยายปีกเอง จึงได้ตัดสินใจส่งออเดอร์ให้โรงงานที่จีนผลิตเสื้อจักรยานลายกราฟฟิกที่บ่มเพาะจากความคิดของเขา เป็นแบรนด์ของตัวเอง "BOMBBIKE" ออกมาวางจำหน่ายอย่างจริงจัง ในปี 2010

            "ตอนที่เอาของจีนเข้ามาขาย ไม่ประสบความสำเร็จเลย ขายได้ธรรมดามากๆ เดือนละไม่ถึงหมื่นบาท ถือว่าน้อย เพราะสมัยก่อนยังไม่บูมขนาดนี้และคนน้อย ของดีที่ราคาแพง คนไม่ค่อยซื้อ มาเริ่มดีขึ้นปี 2010 ซึ่งขายทั้งแบรนด์ตัวเองและของจีน แต่ไม่ได้ดีมากมาย มาดีขึ้นกว่าเดิม ช่วง 2-3 ปีนี้เอง ที่มีคนหันมาปั่นมากขึ้น เริ่มมีการปรับเปลี่ยนเรื่องพฤติกรรมผู้บริโภค" คุณบอมบ์ กล่าว

            วันนั้นถึงวันนี้ แบรนด์ "BOMBBIKE" โลดแล่นอยู่ในวงการจักรยานเมืองไทย เข้าสู่ปีที่ 6 แล้ว

            คุณบอมบ์เล่าว่า ร้านใหญ่อยู่ที่พุทธมณฑล สาย 4 จ.นครปฐม ส่วน BOMBBIKE Store อยู่ชั้น 2 ร้านกาแฟ Seedcafe' @ Carbath เสนานิคม 1 แยก 12 หรือเข้าทางพหลโยธิน 30 (ซ.ช่างฝีมือทหาร) สำหรับลูกค้าก็มีทั้งชายและหญิง แต่ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่ซื้อเยอะกว่า เพราะไม่ติดแบรนด์นอก และอาจเพราะชอบดีไซน์ที่มีแนวแฟชั่นให้เลือกใส่ ในขณะที่ผู้ชายค่อนข้างติดแบรนด์นอก ถ้าไม่ใช่ก็จะใส่ของก๊อปไปเลย

            "กลุ่มลูกค้ามีทั้งเซเลบวงการจักรยานและทั่วไป มีทั้งไทยและต่างประเทศ ซึ่งเพิ่งเริ่มทำตลาดที่จีนได้ไม่นาน ขณะเดียวกันยังได้เพิ่มช่องทางการจำหน่ายทางโลกออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้าได้มีทางเลือก โดยมีลูกค้าที่ฮ่องกงและมาเลเซีย สนใจ โดยประเทศหลังนี้ พยายามมองหาช่องทางทำการตลาดอยู่" คุณบอมบ์เผย พร้อมแนะนำให้ติดตามผลงานทาง http://www.bombbikestore.com และ https://www.facebook.com/Bombbike.Cycling

            เสื้อที่ร้าน ผู้ชายมีตั้งแต่ไซส์ S-5XL ผู้หญิง XS-XL มีดีไซน์สวยๆ ให้เลือกมากมาย ก่อนหน้านี้ลายที่ขายดีเป็นลายเกี่ยวกับประเทศไทย รักเมืองไทย แต่ยังไม่ดีเท่าลายที่ออกแบบใหม่ ช่วงปี 2013-2014 โดยเฉพาะ เสื้อจักรยานสีเขียวสะท้อนแสง ซึ่งผู้ประกอบการรายอื่นไม่ค่อยทำ นอกจากนี้ยังทำลวดลายไม่มาก เน้นความเรียบหรูดูดีดูเท่ ในขณะที่รายอื่นเน้นภาพเยอะๆ เช่น รวมสถานที่ท่องเที่ยวทั้งหมดไว้บนเสื้อตัวเดียว

            ราคาเริ่มต้นที่ เสื้อและกางเกงจักรยาน ประมาณ 1,000-2,000 กว่าบาท

            "ส่วนใหญ่เวลาที่ผมไปปั่น คนจะทักว่านี่เจ้าของบอมบ์ไบค์ซะมากกว่า ซึ่งเขาจำได้ ส่วนลูกค้าจะมาเล่าให้ฟังบ่อยว่า มีคนถามเยอะว่าไปซื้อที่ไหน" คุณบอมบ์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความภูมิใจ ซึ่งก่อนหน้านี้โด่งดังมาจากการเปิดตัวชุดปั่นจักรยาน ด้วยดีไซน์สุดแฟชั่นที่สามารถใส่ทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ รวมถึงดีไซน์เตะตาอย่างชุดยอดมนุษย์ต่างๆ อาทิ ไอ้มดแดง มดเอ็กซ์ มาสก์ไรเดอร์ ชนิดคนที่เห็นต้องเหลียวมองอีกรอบ เป็นต้น

            ในขณะที่จำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น คู่แข่งขันในตลาดก็เพิ่มเช่นกัน จากเมื่อก่อนมีหลักๆ 2-3 ราย ล่าสุดมีหน้าใหม่นับสิบรายและคาดว่าจะมีอีกเยอะ ด้วยเทรนด์ปั่นจักรยานที่กำลังมาแรง ฉะนั้น การทำธุรกิจที่ยึดติดอยู่กับสินค้าเดิมๆ จึงอาจอยู่ไม่ได้ และนั่นก็ไม่ใช่ทางเลือกของเจ้าของ "BOMBBIKE" ที่มองไกลอยู่เสมอ จึงได้พัฒนาและพยายาม สร้าง "จุดแข็ง" ขึ้นมาเป็น "จุดขาย" ในการแย่งพื้นที่ลูกค้า

            "ถ้าเทียบกับแบรนด์อื่นๆ ในไทย มั่นใจว่าค่อนข้างดีกว่า คือผมเน้นเรื่องการดีไซน์มาก่อนแล้วก็เน้นเรื่องคุณภาพ จึงเป็นจุดแข็งของเราตั้งแต่แรก คือยอมทำงานช้าทุกอย่าง ในขณะที่เจ้าอื่นทำออกมาเร็ว แต่ไม่สนใจ ผมต้องเช็กเรื่องดีไซน์และคุณภาพก่อน ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้ลูกค้ายอมรับ" นักธุรกิจหนุ่มเผย

            ความเป๊ะเว่อร์ในการทำธุรกิจของ "คุณบอมบ์" มีตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต โดยหลังจากที่เขาออกแบบเองแล้ว จะส่งให้โรงงานที่จีน ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ ผลิตตัวแรกขึ้นมาให้ตรวจเช็กก่อนว่าใช่อย่างที่ต้องการหรือไม่ หากสีตรงสเปกและคุณภาพครบถ้วน จึงจะเปิดไฟเขียวให้ทำการผลิต ส่วนเรื่องเนื้อผ้านั้น ก็ต้องคุณภาพเช่นกัน โดยมีทั้งระบายอากาศได้ดี แห้งเร็ว ป้องกันแสงแดด รังสียูวี ยืดหยุ่นดี กระชับ และเนื้อนุ่มใส่สบายตัว

            ด้วยความคิดที่ไม่หยุดนิ่ง ทำให้แต่ละปี "BOMBBIKE" มีลายใหม่ๆ ให้เลือกไม่น้อยกว่า 30 ลาย

            ก่อนปิดบทสนทนา "คุณบอมบ์" ศตวรรษ ชัยรัตน์ เจ้าของกิจการรับออกแบบ-ผลิตชุดปั่นจักรยาน "BOMBBIKE" ยังใจดี บอกเคล็ดลับสำหรับคนที่จะลุกขึ้นมาทำธุรกิจ ซึ่งจะเป็นธุรกิจชนิดไหนก็แล้วแต่ หากทำได้อย่างที่แนะนำ เชื่อว่าโอกาสที่จะพบกับความสำเร็จนั้นมีแน่นอน

            "ถ้าจะเริ่มทำธุรกิจอะไรสักอย่าง ไม่อยากให้มองที่เงินหรือผลกำไรก่อน อยากให้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบก่อน แล้วก็พร้อมที่จะอยู่กับมัน 24 ชั่วโมง ถ้าคุณอยู่กับมันได้ กินนอนกับมันได้ โดยที่คุณไม่เบื่อ คุณจะมีความอดทนในการทำธุรกิจ คุณจะไม่ล้มเหลว คือต้องชอบ ถ้าทำอะไรแล้วไม่ชอบไม่รักมัน จะอยู่ได้ไม่นาน"      

ปรัชญา "บอมบ์ไบค์"

            กว่าจะมีวันนี้ เส้นทางการทำธุรกิจชุดจักรยานของ "คุณบอมบ์" ต้องเจออุปสรรคนานัปการกว่าจะพบแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

            วิธีอยู่รอด นักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อ บอกว่า ต้องคำนึงถึงข้อแรกคือ ต้องเชื่อว่ามีโอกาส และข้อสอง มองว่าเป็นโอกาสที่เรามองเห็น แต่คนอื่นอาจจะมองไม่เห็น ที่สำคัญต้องมีความอดทน เพราะกว่าที่กระแสปั่นจักรยานจะบูม กว่าที่ชุดจักรยานแบรนด์นี้จะแทรกซึมเข้าไปกลางดวงใจคนชอบปั่นได้ ก็ต้องใช้เวลาหลายปี ซึ่งตอนเริ่มทำธุรกิจใหม่ๆ ต้องหาอย่างอื่นทำเพื่อประคองไปด้วย เมื่อทุกอย่างดีขึ้น จึงลงมือทำในสิ่งที่รักอย่างเต็มตัว

            "เมื่อก่อนเคยโดนด่าว่าจะขายยังไง จะเอาอะไรที่ไหนกิน แต่ผมเชื่อว่าวันหนึ่งโอกาสจะมา โอกาสที่จะบูมมันมี เนื่องจากเป็นสิ่งที่เราชอบ เราจึงอยู่กับมันได้และไม่เบื่อ ถ้าผมทำแล้วมองเรื่องเงินก่อน คงเลิกทำไปนานแล้ว มันไม่ใช่แนวผม ผมต้องทำธุรกิจให้ดีก่อน พอทำดีแล้ว คุณภาพดีแล้ว ดีไซน์ดี ชื่อเสียงดี เราค่อยมาเก็บดอกผล คือต้องใช้เวลาและความอดทน"

            นั่นคือแง่คิดดีๆ ที่เชื่อว่าน่าจะเกิดประโยชน์แก่ผู้อื่นไม่มากก็น้อย