
จีนเผยยอดตายในซินเจียงพุ่ง 184 คน
ซินเจียง-ชาวอุยกูร์ยังชุมนุมในซินเจียงอีก และจีนปรับยอดผู้เสียชีวิตจากจลาจลเป็น 184 คน
สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานเมื่อวันเสาร์ (11 ก.ค.) ว่ายอดผู้เสียชีวิตจากเหตุจลาจลในมณฑลซินเจียง ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีนได้เพิ่มเป็น 184 คน นับแต่เกิดเหตุประชาชนลุกฮือก่อจลาจลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นชาวฮั่น หรือชาวจีนแผ่นดินใหญ่ถึง 137 คน และชนกลุ่มน้อยชาวอุยกูร์ หรือชาวเติร์กอีก 46 คน และอีก 1 คนเป็นชาวหุย ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมอีกกลุ่มหนึ่ง
ส่วนสถานการณ์การชุมนุมล่าสุด ทหารพรานได้ลงประจำพื้นที่พร้อมอาวุธปืนกล และโล่ปราบจลาจลปิดถนนหลายสายที่มุ่งไปสู่เขตที่อยู่อาศัยของมุสลิมชาวอุยกูร์ และมีอีกราว 30 คนที่เดินสวนสนามไปตามท้องถนนพร้อมตะโกนคำขวัญเรียกร้องให้มีความสามัคคีกันระหว่างชนกลุ่มน้อย ขณะที่ร้างค้าต่างๆ ยังคงปิดทำการ รถตำรวจคันหนึ่งลาดตระเวนไปตามท้องถนนประกาศในภาษาอุยกูร์เรียกร้องให้ประชาชนต่อต้านนางราบิยา คาเดียร์ นักธุรกิจหญิงวัย 62 ปี และผู้นำสภาอุยกูร์โลกที่ลี้ภัยอยู่ในสหรัฐ ที่ทางการจีนระบุว่าเป็นคนยุยงให้เกิดเหตุจลาจลขึ้น ซึ่งนางราบิยาปฏิเสธมาตลอด
ด้านชาวมุสลิมอุยกูร์ ในเขตปกครองตนเองซินเจียง ยังคงหลบซ่อนตัวมานานร่วมสัปดาห์ เพราะเกรงจะถูกชาวจีนฮั่นทำร้ายร่างกาย หรือถูกจับกุม โดยนายฮาลิชา จักษุแพทย์วัย 30 ปี ที่ทำงานในย่านที่อยู่อาศัยของชาวอุยกูร์เผยว่า ต้องนอนที่คลินิกมา 6 คืนแล้ว แต่ยังไม่กล้ากลับเข้าบ้านในเมืองอุรุมฉี เมืองเอกของเขตปกครองตนเองซินเจียง ซึ่งเป็นเขตชาวจีนอาศัยอยู่ เพราะเกรงว่าจะถูกทำร้าย พร้อมกล่าวว่า ชาวอุยกูร์ทุกคนต่างหวังว่า สถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ขณะที่นักธุรกิจชาวอุยกูร์คนหนึ่ง เผยว่า พนักงานหลายคนต้องนอนค้างที่ทำงาน เพราะกลัวจะถูกจับกุมอย่างไม่เป็นธรรม
ขณะเดียวกัน นายเรเซบ ทายยิบ เออร์โดกัน นายกรัฐมนตรีตุรกี ซึ่งเป็นประเทศที่มีชนกลุ่มน้อย และวัฒธรรมคล้ายกับชาวอุยกูร์ ได้เปรียบเทียบเหตุรุนแรงในมณฑลซินเกียงว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลจีนอย่าเป็นเพียงผู้เฝ้าดูเหตุการณ์ เพราะเห็นได้ชัดว่าเป็นเหตุการณ์ที่มีความป่าเถื่อน ขณะที่ชาวเติร์กหลายร้อยคนพากันสวดมนต์ให้กับเหยื่อที่เสียชีวิต และเผาธงชาติจีนในการประท้วงที่กรุงอังการา และนครอิสตันบุล



