ข่าว

‘บิ๊กตู่’ชี้สปช.ปฏิรูปพุทธแค่คิดอย่าฟังมาก

‘บิ๊กตู่’ชี้สปช.ปฏิรูปพุทธแค่คิดอย่าฟังมาก

24 ก.พ. 2558

‘บิ๊กตู่’ชี้สปช.ปฏิรูปพุทธแค่คิดอย่าฟังมาก อย่าทำให้คมสับสน ปม‘ธัมมชโย’เรื่องของพระว่าไปตามก.ม. เล็งจัดการทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน

            24กุมภาพันธ์2558 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมร่วมคณะรัฐมนตรี (ครม.)และคสช. ถึงปัญหาความขัดแย้งกรณีพระธัมมชโยว่า เรื่องนี้ขอให้แยกออกจากกันระหว่างคำว่าอาญาจักรกับศาสนจักร เพราะแต่ละองค์กรมีกฎหมายคุ้มครองกันอยู่แล้ว ในส่วนของพระก็มี พ.ร.บ.หลายฉบับ ก็ไปว่ากันตรงนั้น จะผิดถูกก็เป็นเรื่องของฝ่ายปกครองคณะสงฆ์

            "เราไม่ควรเข้าไปยุ่งตรงนั้น แต่บางเรื่องที่ได้ตัดสินไปแล้ว สิ่งที่เราจะต้องดูแลคือกฎหมายการเงิน คดีอาญาในเรื่องการทุจริต ที่เราดูแลอยู่คือการทุจริตภายในสหกรณ์เครดิตยูเนียน ผมได้สั่งการให้หน่วยการที่เกี่ยวข้องดูว่ามีการโยงใยอย่างไรก็ ก็ต้องทำการสอบสวน ซึ่งสามารถทำได้ อย่าให้ไปก้าวล่วงกันมากนัก เพราะจะเกิดปัญหา ทุกคนต่างเป็นไทยพุทธ และหลายคนก็นับถือทางโน้น ทางนี้บ้าง แต่เป็นคนไทยด้วยกันทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความเชื่อ แต่ถ้าเรื่องคำสอนจะทำอย่างไรอันไหนถูกหรือผิด ต้องให้กระทรวงไปทบทวนกันว่าคำสอนอันไหนผิดอันไหนถูก และต้องให้คณะสงฆ์พิจารณากัน อะไรที่เป็นเรื่องของพระ พระก็ต้องเป็นคนแก้ไข และไม่ใช่มีแค่พระอย่างเดียวมันมีคนที่นับถือ ประชาชนเป็นล้านๆคน เราก็ไม่อยากให้ประชาชนขัดแย้งขึ้นมาในเรื่องศาสนาอีก" นายกรัฐมนตรี กล่าว

            ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ตอนนี้มีพระผู้ใหญ่บางรูปมีความเห็นต่างและแสดงความคิดเห็นออกสู่สาธารณะจะทำให้มีปัญหามากขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ไม่เป็นไร เรารับฟังอย่างมีสิทธิ การนับถือศาสนานับถือพระไม่ได้มีการบังคับ ถ้าองค์ไหนคิดว่าไม่ดีไม่ศรัทธาเราก็ไม่เคารพก็ปล่อยท่านไป มีองค์กรของท่านถ้าองค์กรของท่านไม่ดูแลก็เสียหายเอง ถ้าเราไปก้าวก่ายทุกเรื่องมันก็ไม่ไหว มันจะเสียหายคนเขากราบไหว้กันอยู่

            เมื่อถามถึงกรณีที่เครือข่ายองค์ชาวพุทธยื่นหนังสือให้นายกฯสั่งยกเลิกคณะกรรมการปฏิรูปพระพุทธศาสนาที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน สปช.เป็นประธาน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมปฏิรูปหรือยัง ใครสั่งเล่า พูดไม่รู้เรื่อง สปช.เขาคิดก็คิดไป เขามีหน้าที่ปฏิรูปของเขา ผมไม่ได้ไปสั่งอะไรสักอย่าง เขามีคณะปฏิรูป 11 คณะจะปฏิรูปอะไรก็เรื่องของเขา ผมยังไม่ได้อนุมัติเลยสักอย่าง ยังไม่มีใครรับไปปฏิบัติสักอย่าง ยังไม่เป็นรูปธรรมเลย พูดอะไรมาอย่าไปฟังให้มันมากมายนัก”

            เมื่อถามอีกว่า การปฏิรูปพลังงานมันจบด้วยการทบทวนแก้ไขกฎหมาย ปัญหาของคณะสงฆ์จะจบเหมือนกันหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็คงเหมือนกัน อะไรที่มีปัญหาก็ต้องมาทบทวนกัน ตนถามก่อนว่านายไพบูลย์เสนอมามันยังไม่มีผลอะไรสักอย่าง แต่เรื่องสัมปทานพลังงานมันคนละเรื่อง เพราะจะเกิดในวันสองวันสามวันนี้ถึงต้องเอามาดูก่อน แต่เรื่องศาสนาก็ปล่อยว่าไปก่อน อย่าเอามาพันกัน เรื่องทุจริตก็สอบต่อไป ไม่ใช่ศาสนาต้องสลายล่มลงไปแล้วทุกอย่างต้องให้ตนฟื้นเวลาเดียวกันมันทำไหวไหม เดี๋ยวคนมันต้องออกมาแห่แหนต่อสู้เรื่องนี้เรื่องนั้น เรื่องพลังงาน เรื่องพระบ้าง คือทุกเรื่องสรุปคสช.ต้องทำให้ได้หมดแล้วมันเรื่องอะไร ทำไมไม่รู้จักลดราวาศอกกันไปบ้าง จัดระเบียบกันบ้าง เรื่องนี้อย่าเพิ่งเอาเลย ให้รัฐบาลดูเรื่องปากเรื่องท้อง แต่นี่เรื่องเศรษฐกิจก็จะเอา เอาทุกอย่างเลยจัดไปเร็วๆก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน

            เมื่อถามว่า นายกฯเกรงหรือไม่ว่าเรื่องพระจะกลายเป็นเรื่องการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่ต้องเกรงๆ คุณชอบถามว่าเกรงไหม ไม่เอา ถ้าผมบอกว่าไม่เกรง คุณก็บอกว่านายกฯเดินหน้ายัน อีโธ่!คุณอย่ามาถามแบบนี้ ก็ที่พูดอยู่นี่กลัวมันจะเป็นปัญหา เมื่อกี้ก็พูดอยู่ว่าไม่อยากให้ประชาชนออกมาเดือดร้อนออกมาถูกปลุกปั่นเดินขบวน ออกมาผิดกฎหมาย อย่ามาถามอย่างอื่น”

            เมื่อถามต่อว่า กฎอัยการศึกคุมถึงความเคลื่อนไหวของพระด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่รู้ๆ คำถามนี้ไม่เกิดประโยชน์ คุมพระ คุมเจ้า คุมบ้าคุมบออะไร”

            ต่อข้อถามว่า นายกฯจะเร่งรัดให้สอบคดีทุจริตเงินสหกรณ์เครดิตยูเนียนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่เร่งรัดให้สอบตามกระบวนการไป เร่งรัดได้อย่างไรทำไมจะต้องเร่งรัดทุกอย่าง เร่งรัดมันทุกเรื่อง ทำไมมันไม่ทันใจหรือ แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นรัฐบาลที่ผ่านมามันทำหรือเปล่า ทำไมไม่ไปเร่งรัดเขาบ้าง มันโกงมาสมัยไหน ความผิดทุกวันนี้ที่มันออกมาสมัยไหน แล้วทำไมไม่ไปเร่งรัดเขาเหมือนที่เร่งรัดตน เพราะชื่นชมเขาหรือ เห็นชื่นชมกันดีนัก ถ้าอยากจะได้เร็วๆคราวหน้าก็ไปเร่งรัดรัฐบาลใหม่ก็แล้วกัน ไปหามาคงได้ดีๆหรอก

 

'ประวิตร'วอนพระอย่าออกมาเคลื่อนไหว

             พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกลุ่มพระที่ออกมาเคลื่อนไหวต้านตั้งคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์ กิจการพระพุทธศาสนา ในสปช.โดยให้ยกเลิกภายใน 15 วันว่า  ต้องไปเรียนท่านว่าออกมาเคลื่อนไหวไม่ได้ ต้องคุยกันแต่เชื่อว่าท่านคงไม่ทำ ไม่อยากให้คิดไปล่วงหน้า สำหรับลูกศิษย์ของพระที่จะออกมาเคลื่อนไหวด้วยนั้น อย่ามา ให้พระคุยกันและว่าตามกฎหมาย


ขอสปช.อย่าให้เกิดแรงกระเพื่อมทำสังคมสับสน


            พล.ต.สรรเสิรญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมร่วมคสช.-ครม.ว่า พลเอกประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งในที่ประชุมเกี่ยวกับสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ว่า ที่ผ่านมาสังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน ซึ่ง สปช.จะเป็นคนคิดแนวทางวิธีการปฏิรูปในแต่ละเรื่อง แต่สิ่งที่เป็นรูปธรรมต่อจากสปช.คือสองช่องทาง คือหนึ่งเรื่องไหนที่ทำได้ทันทีรัฐบาลก็พร้อมนำมาพิจารณาดำเนินการ และสองเรื่องไหนจะต้องแก้ไขกฎหมาย ก็จะดำเนินการโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)เพื่อให้มีกฎหมายรองรับ

            “ดังนั้นอะไรที่ออกจากสปช.เป็นแค่แนวคิดยังไม่ใช่จุดลงตัว ดังนั้นเรื่องการให้ข้อมูลจากสปช.ต้องบอกด้วยว่ายังเป็นแค่แนวคิด เพื่อสังคมจะได้ไม่ตื่นตระหนกไปก่อนและจะช่วยลดแรงกระเพื่อมและแรงกดดันจากสังคมได้” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

 

วิษณุชี้ปาราชิกธัมชโยหลากมิตินอกอำนาจรัฐ

            นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายแก้ไขปัญหาความเห็นต่างมติมหาเถรสมาคม(มส.) กรณีอาบัติปาราชิกพระธัมมชโยว่า ความที่เรื่องนี้มีหลายมิติ ทั้งทางศาสนา กฎหมาย มวลชน ต้องทำงานประสานงานกระทรวงยุติธรรม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) นายกฯจึงมอบหมายให้เข้ามาดูอีกชั้นหนึ่ง โดยช่วงบ่ายวันนี้ (24 ก.พ.) ตนเรียกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)เข้ามารายงานที่มาที่ไปเรื่องนี้ หลักที่รัฐบาลต้องยึดคือ เมื่อเรื่องนี้ไปเกี่ยวกับศาสนา วัด พระ ต้องเข้าใจก่อนว่า บทบาทบางเรื่องรัฐบาลต้องทำได้ 100 เปอร์เซ็นต์ บางเรื่องรัฐบาลทำไมได้ เรื่ององค์กรอิสระบางทีรัฐบาลเข้าไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้ และนี่เป็นเรื่ององค์กรศาสนามีกฎหมายรองรับอยู่ต่างหาก คือมหาเถระสมาคมเป็นองค์กรปกครองสูงสุดของคณะสงฆ์ ตามพ.ร.บ.คณะสงฆ์ คณะรัฐมนตรีเข้าไปยุ่งเกี่ยวมากไม่ได้ บ้านเมืองจะไปตรวจมส.ได้อย่างไร แม้แต่มติมส.ไม่ต้องขึ้นศาลปกครองเลย

            จะอาบัติปาราชิกหรือไม่ พระต้องเป็นคนชี้ เพราะเป็นเรื่องทางสงฆ์ ส่วนเหตุแห่งการปาราชิก เรื่องที่เกี่ยวกับบ้านเมืองต้องตัดสิน รัฐก็จะรวบรวมหลักฐานเสนอพระไปดูแลเท่านั้น จบอยู่แค่นั้น รัฐบาลคงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไร นอกเสียจาก ชี้ว่า ปาราชิกแต่ไม่ยอมสึก และบังเอิญเรื่องนี้กล่าวหาเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ซึ่งลำพังสหกรณ์รัฐพยายามหาหลักฐานดำเนินคดีอยู่แล้วว่า มีเงินทองไหลไปทางไหน เกิดเรื่องเชื่อมโยงขึ้น ถ้าไม่เกิดเรื่องนี้ เรื่องอาจสั้นจบไปได้ แต่เพราะมีเรื่องนี้หรือมีเรื่องอื่นต่อไปอีก เป็นความผิดทางกฎหมาย และเป็นอำนาจบ้านเมือง ที่รัฐบาลจะเข้าไปเกี่ยวข้อง เฉพาะอำนาจรัฐบาลเท่านั้น เรื่องนี้มีหลายมติ ถ้าเอามติศาสนาเข้ามาจับอย่างเดียวก็มีคำตอบ ถ้าเอามิติทางด้านกฎหมายเข้ามาจับก็มีคำตอบมิติทางกฎหมาย

            รองนายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้มีมิติทั้งทางกฎหมาย ศาสนา ศรัทธาของประชาชน เรามองข้ามไม่ได้ และมีศรัทธาทั้ง 2 ฝ่าย โดยฝ่ายหนึ่งอยากให้วงการพระสงฆ์ไม่มัวหมอง กลัวสูญเสียศรัทธา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่างไร เชื่อเสียแล้วว่าเป็นอย่างนั้น เป็นมิติด้านศรัทธา ทำให้เกิดมิติมวลชนขึ้นมา อีกมิติหนึ่ง

            "เราไม่ต้องการเห็นเรื่องนี้เป็นชนวนนำไปสู่ความแตกแยก การปฏิรูปดีอยู่ แต่การปฏิรูปต้องเข้าใจว่าต้องทำไปพร้อมกับการสร้างความปรองดอง แต่ถ้าปฏิรูปแล้วทำให้แตกร้าวขึ้นมา มันเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเยอะในเรื่องนี้ เรื่องศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาแต่ไหนแต่ไร ไม่ว่าจะละเอียดอ่อนอย่างไร ถ้ามีมูลผิดทางกฎหมายก็ต้องดำเนินการในส่วนนั้นไป อย่างไรก็ตามความจริงการปฏิรูป ไม่ได้หมายถึงปฏิรูปตัวศาสนา เพราะเป็นเรื่องใหญ่ ความหมายจริง ๆ คือปฏิรูปวงการศาสนา วงการพระ แต่จะทำอะไรก็ตาม หัวใจตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)ขึ้นมาเพื่อปฏิรูป แต่อย่าลืมต้องทำคู่กับการปรองดอง การปฏิรูปทั้งหลายต้องนำไปสู่ความปรองดอง ถ้าปฏิรูปแล้วทำให้เกิดความหวั่นไหว ขัดแย้ง ก็ต้องระวัง ที่พูดไม่ใช่ว่า ทำไม่ได้ แต่ต้องทำให้ได้ เมื่อมีปฏิรูปก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งก็ไปกระทบทั้งนั้น ต้องทำด้วยความระมัดระวัง ในการเสนอความเห็น ให้ข่าว ถ้อยคำ ภาษาคำพูด ในที่สุดมันจะกระทบกระทั่ง สิ่งที่คิดจะทำไม่สำเร็จ ผิดพลาดเพราะคำพูด ไม่ชักชวนให้เกิดการปฏิรูป ซึ่งการปฏิรูปต้องได้ใจคนทั้งหมด ขอเวลาทำงานกับนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สักพัก ขอดูเอกสารก่อน ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่เคยเห็น แต่จะเห็นในไม่ช้านี้" นายวิษณุ กล่าว