
การตลาดบวกการเงิน มัน 'น่าใช้' หรือ 'น่ากลัว'
26 ก.พ. 2558
สวัสดีเศรษฐกิจ : การตลาดบวกการเงิน มัน 'น่าใช้' หรือ 'น่ากลัว' : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
เมื่อมีการรายงานข่าวออกมาว่า หนี้ครัวเรือนไทยเติบโตขึ้นถึง 10.2 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 84% ของจีดีพี หรือตัวเลขรายได้ รายจ่าย และภาระหนี้ของครัวเรือนไทยจากการสำรวจของทางการ ซึ่งระบุว่า ครัวเรือนไทยเรามีรายได้ 25,000 บาทต่อเดือน รายจ่าย 19,000 บาทต่อเดือน มีหนี้สิน 163,000 บาท และมีความเป็นห่วงว่า เมื่อเราอยู่ในภาวะรายได้ไม่เพิ่ม รายจ่ายก็ลดไม่ได้ ความรู้ก็มาสุดทาง ประเทศเพื่อนบ้านก็นับวันจะวิ่งทัน วิ่งแซงเราไป
ท้ายสุดจากข่าวสารที่ออกมาระบุว่า ความรู้เรื่องทางการเงินของคนในประเทศเรามีระดับปานกลางค่อนข้างน้อย คำถามคือ เราก่อหนี้ได้มากมายก่ายกอง แต่เรามีความรู้ในเรื่องที่เราก่อขึ้นปานกลางค่อนข้างน้อยอย่างนั้นหรือ และการนำเสนอบริการทางการเงินเวลานี้มันดุเดือดประมาณนี้แล้ว การตลาดบวกการเงิน มันน่าใช้ หรือมันน่ากลัวกันแน่ในเวลาที่หนี้ครัวเรือนเราสูงแบบนี้ ท่านลองอ่านข้อเสนอบริการทางการเงินนี้ที่เสนอมานะครับ
1.เงื่อนไขคือ ฟรีดอกเบี้ย ไม่คิดดอกเบี้ยในรอบบัญชีแรกกับคนที่สมัครและได้รับอนุมัติเพียงมีเงินต้นคงค้างไม่น้อยกว่า 18,000 บาท
2.เมื่อผ่านเงื่อนไขข้อ 1. แล้วนะ ถ้าอยากได้ฟรีดอกเบี้ยก็ต้องกดเงินสดผ่านตู้เอทีเอ็ม เอาออกมาใช้ อย่างน้อย 1 ครั้งในรอบบัญชีแรกนั้นด้วยและยังสามารถแบ่งชำระเป็นงวดๆ ได้สูงสุด 36 งวด
3.คุณสมบัติคนสมัครสินเชื่ออันนี้นะจะต้องเป็นพนักงานประจำคือเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ขั้นต่ำ 10,000 บาทต่อเดือน
ผมได้อ่านข้อเสนอแล้วต้องขอชมคนคิดเลย ซื้อของแล้วผ่อนดอกเบี้ย 0% ก็มีแล้ว ตอนนี้มีฟรีดอกเบี้ยรอบบัญชีแรก แล้วต่อไปมันจะมีอะไรอีกมากระตุ้นคนให้กินให้ใช้บนการกู้อีกหนอ แต่ที่แน่ๆ ถ้าจะใช้บริการตามที่เขาเสนอมาแล้วละก็ มันก็ต้องถามดังนี้
ถ้าเป็นคนที่ขนขวายความรู้เรื่องการเงิน
1.ดอกเบี้ยที่คิด 28% ต่อปี ใช่หรือไม่
2.ตอนกดเงินสดออกมามีค่าธรรมเนียมการเบิกถอนหรือไม่ ถ้ามี เป็นเงินเท่าไหร่
3.ต้องมีหนี้อย่างต่ำ 18,000 บาทก่อนใช้มั้ยจึงจะฟรีดอกเบี้ยรอบแรก
4.นอกจากรอบแรกแล้วรอบต่อๆ ไปคิดดอกเบี้ยเท่าไหร่
5.ถ้าเกิดหมุนไม่ทัน ขอค้างชำระก่อนแล้วจะมีค่าปรับหรือไม่ หรือคิดมีการคิดดอกเบี้ยชำระล่าช้าเท่าไหร่ จะมีค่าติดตามทวงถามหรือไม่ ถ้ามีจะคิดเป็นครั้งหรือคิดต่อเดือน
6.ถามคนที่เขามาเสนอบริการว่า การก่อร่างสร้างหนี้จากที่จะกิน จะใช้ จะซื้อดังที่ว่ามานั้น มันจะช่วยให้ตัวเราคนที่ถูกเสนอขายมีความสุขอย่างไรในมิติของความพอเพียง (อย่างที่เรามักจะชอบพูดกันนักว่า ต้องดำรงชีวิตแบบพอเพียง เท่าที่มีสิ จะได้ไม่เดือดร้อน) มายาคติทางการตลาดคือสิ่งที่เราๆ ท่านๆ ต้องตระหนักให้มาก คิดให้เยอะก่อนการก่อหนี้ที่ไม่ได้สร้างประโยชน์...เพราะการจ่ายชำระหนี้คือเรื่องจริงผ่านจอหลังจากมีความสุขที่ได้จับจ่ายใช้สอยไปแล้ว...
------------------------
(สวัสดีเศรษฐกิจ : การตลาดบวกการเงิน มัน 'น่าใช้' หรือ 'น่ากลัว' : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)



