ข่าว

‘ไมเคิล’เปิดบ้านรักสัตว์เลี้ยงดี(คน)ไม่มีเหงา

‘ไมเคิล’เปิดบ้านรักสัตว์เลี้ยงดี(คน)ไม่มีเหงา

26 ก.พ. 2558

ขอเวลานอก : ‘ไมเคิล’ เปิดบ้านรักสัตว์ เลี้ยงดี (คน) ไม่มีเหงา

 
            คนและสัตว์เลี้ยงแม้สื่อสารกันคนละภาษา แต่ก็มีความเชื่อมโยงพิเศษที่ทำให้อยู่ด้วยกันได้อย่างลงตัวกลายเป็นความผูกพันที่ขาดกันไม่ได้ ซึ่งหลายครั้งสัตว์เลี้ยงก็สร้างชีวิตชีวาให้ผู้เลี้ยงอย่างไม่น่าเชื่อ เฉกเช่นภายในบ้านหลังใหญ่ย่านพุทธมลฑลสาย 2 ที่ไม่เคยเงียบเหงาของ ไมเคิล เบลนีย์ เดวิดสัน ทายาทรุ่นที่ 3 กระเป๋ายาคอบ ประเทศไทย อันเต็มไปด้วยสีสันจากเพื่อนสี่ขาหลากสายพันธุ์กว่า 10 ชีวิต ทุกตัวอารมณ์ดีเหมือนกับเจ้าของผู้บริหารหนุ่มมากรอยยิ้ม ที่ออกมาตอนนรับพร้อมแนะนำสมาชิกตัวน้อยให้รู้จักกันในวันนี้
 
            ภายในบริเวณบ้านแบ่งเป็นสัดส่วน ห้องนั่งเล่นและพื้นที่รวมของสัตว์เลี้ยงที่เขาบอกว่าตั้งแต่จำความได้ที่บ้านก็เลี้ยงสัตว์เป็นเพื่อนกันมาตลอดปัจจุบัน สมาชิกที่บ้านเยอะขึ้นเรื่อยๆ มีทั้งหมาพันธุ์เล็กอย่าง ปอมปอม ชิวาวา 4 ตัว และ บูลเทอร์เรีย อีก 3 ตัว นอกจากนี้ยังมีกระต่าย 3 ตัว และเต่าอีก 1 ตัว ที่สามารถอยู่รวมกันได้ในส่วนด้านข้างของบ้าน จากตรงนี้สามารถมองสัตว์เลี้ยงเล่นกันเพลินๆ ได้ ไม่มีเบื่อ แต่ไฮไลท์อยู่ที่สมาชิกตัวล่าสุด "แอลลี่" (Ellie) หมูดำเพศเมียตัวใหญ่ในวัยปีกว่า ที่วิ่งเล่นอยู่ภายในสนามหญ้าหน้าบ้านนับเป็นสัตว์เลี้ยงสร้างสีสันและความประหลาดใจให้เจ้าของกับผู้มาเยี่ยมเยือนมากพอสมควรด้วยสัญชาตญาณแตกต่างจากแมวหรือสุนัข ครั้งตัดสินใจเลี้ยงดูจึงต้องศึกษาพร้อมใส่ใจมากเป็นพิเศษ
 
            "ที่เริ่มมาเลี้ยงแอลลี่ ได้เพราะมีคนซื้อมาให้คุณพ่อผมเป็นของขวัญครับ เขาบอกว่าเป็นพันธุ์แคระตัวจะไม่โตขึ้นมาก คุณพ่อก็เอามาเลี้ยงที่บ้านเลยเพราะตัวผมเองก็เคยคุยกับพ่อตั้งนานแล้วว่าอยากเลี้ยงหมูแคระก็ศึกษาเลี้ยงกันกับคุณพ่อ แต่ปรากฏว่าแอลลี่โตมาไม่ใช่หมูแคระเลย ตัวโตและใหญ่มาก (หัวเราะ) สรุปคือเป็นพันธุ์พ็อต เบลลีด์ พิก สีดำ หน้าตาจะยิ้มๆ แบบนี้ เอาเข้าจริงก็ไม่ต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษครับ เลี้ยงด้วยข้าวโพด ผัก ตามปกติ แต่หมูจะไว้ใจเรายากกว่าเท่านั้น เช่น หมาเลี้ยง 2 วันยอมให้เราอุ้มแล้วนะ แต่หมูต้องอยู่กับเขา 1-2 อาทิตย์เลย ถึงจะยอมให้เราอุ้ม ช่วงที่ไม่ยอมให้จับเขาจะร้อง แบบกรี๊ดๆ เหมือนจะเป็นจะตายเลยนะ ผมเคยอ่านมาว่าเขาเป็นสัตว์ฉลาดเหมือนกันฟังเรารู้เรื่องแน่นอน" หนุ่มไมเคิล เล่าขณะลูบท้องแอลลี่เล่น จนอยู่นิ่งยอมให้เล่นด้วย
 
            เพราะโตเป็นหมูตัวใหญ่ทางบ้านจึงจัดการล้อมคอกข้างๆ บ้านให้ด้วยตัวเอง เพื่อให้มีพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น พออากาศร้อนแอลลี่ก็สามารถออกมาคลุกดินกับแอ่งน้ำเล็กๆ ด้านนอกตามสัญชาตญาณ ส่วนวิธีแสดงความรักนั้นเพียงแค่ลูบท้องและหลังเบาๆ หมูดำตัวใหญ่ก็ลงกลิ้งไปมาให้เล่นด้วยอย่างมีความสุข บวกกับทริกเล็กๆ น้อยที่ค้นพบโดยบังเอิญว่าหมูตัวนี้ชอบทานอาหารเม็ดเป็นเหมือนกับขนมทานเล่น เพียงแค่เขาเขย่ากระปุกเจ้าแอลลี่ก็วิ่งมารอรับของหวานใกล้แล้ว
 
            "ตอนนี้เขากำลังน่ารักนะครับ ไม่ก้าวร้าว ชอบทำตัวเป็นมิตรกับคนที่มาบ้านด้วย เมื่อก่อนยังตัวเล็กก็ปล่อยให้เล่นกับหมาได้บ้าง แต่ตอนนี้แอลลี่ตัวตันมากเคยชนผมเซอยู่หลายรอบเอาไปเล่นกับตัวอื่นยากแล้ว ผมสนใจจะเอาหมูแคระมาเลี้ยงจริงๆ น่าจะอยู่กันได้ พันธุ์แคระเป็นพันธุ์เวียดนามครับ แต่ต้องศึกษาพฤติกรรมนิดหน่อยว่าจะเอามาอยู่เป็นเพื่อนกันกับแอลลี่ได้ไหม (ยื่นขนมให้ แอลลี่ส่งเสียง อุ๊ต อิ๊ตๆ ผ่านจมูกเป็นการขอบคุณ) เสียงหมูฟังแล้วขำๆ ดีครับ อารมณ์ดี ส่วนคุณพ่อจะรักแอลลี่มากตอนนี้ก็เลิกทานหมูไปแล้วเพราะท่านคงผูกพัน แล้วไม่ใช่แค่หมูสัตว์ทุกตัวในบ้านก็ทำให้ผมมีความสุข ความจริงผมเป็นคนไม่อยู่บ้านทั้งวันหรอกชอบออกไปไหนมาไหนมีกิจกรรมทำเยอะเหมือนกัน แต่สัตว์เลี้ยงทำให้ต้องแบ่งเวลามาอยู่บ้านด้วยแบบเต็มใจนะ มาดูแลเขา เช่น ช่วงเช้าก็จะมาดูแอลลี่ก่อนไปทำงาน บางวันก็ยืนมองเขาเล่นกันเพลินๆ เป็นสิ่งมีชีวิตที่ทำให้เราอบอุ่นมาก ไม่เหงา เพราะเขาจะชอบมาอยู่กับเรามานั่งอ้อน มาเล่นด้วยตลอดก็คลายเครียดจากเรื่องงานข้างนอกบ้านไปได้เยอะ" หนุมไมเคิล กล่าว
 
            เมื่อพูดถึงเรื่องงาน ลูกชายของคุณพ่อ ปีเตอร์ เบลนีย์ เดวิดสัน และคุณแม่จามรี เทพชาตรี ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายผลิต บริษัท ศรีภัณฑ์ยาคอบ จำกัด  เล่าให้ฟังว่าปัจจุบันต้องทำงาน 6 วัน จันทร์-เสาร์ วันละ 8-5 ชั่วโมง ซึ่งไม่ถือว่าหนักหนาเกินไปเพราะเป็นช่วงเริ่มกลับมาดูแลกิจการของที่บ้านหลังจากเรียนจบ ป.ตรี คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ป.โท Vrije Universiteit Amsterdam ประเทศเนเธอร์แลนด์ ด้านสิ่งแวดล้อม ได้ลองหาประสบการณ์ทำงานด้านอื่น ก่อนในเวลาปีกว่าๆ แล้วกลับมารับช่วงที่ 3 ของกิจการที่บ้านเมื่อตอนอายุ 25 ปี เท่านั้น
 
            "ตอนนี้เข้ามาดูทุกอย่างของธุรกิจ เริ่มต้นจากโรงงานจะได้รู้ทุกอย่าง ลงไปเรียนเย็บกระเป๋ากับช่างก่อนให้ได้รู้ขั้นตอนการผลิต ยิ่งเป็นคนชอบงานประดิษฐ์งานช่างอยู่แล้วก็ไม่ยากเลย สนุกมาก พอรู้ได้พอสมควรตอนนี้เริ่มเข้ามาทำมาร์เก็ตติ้ง ลองเปิดเว็บไซต์ขายออนไลน์ก่อนแล้วได้ผมตอบรับดีมากเข้าถึงผู้บริโภคง่ายขึ้น จริงๆ ผลิตภัณฑ์ในบริษัทอยู่กับคนไทยมา 75 ปีแล้ว ผมตั้งใจจะพัฒนาให้มากขึ้น เตรียมพร้อมบริหารอย่างอื่นขึ้นเรื่อยๆ อยากให้แบรนด์โกอินเตอร์และเป็นเบอร์ 1 ของแบรนด์ไทยด้วยครัย" ทายาทยาคอบลูกครึ่งสัญชาติไทย-ดัทช์ บอกถึงความตั้งใจในการรับช่วงต่อ
 
            หลังเล่นกับน้องหมาจนแต่ละตัวดูจะหายคิดถึงแล้วผู้บริหารยังก์เจนยังพาเราไปดูงานอดิเรกอีก 1 อย่างนั้นคือการทดลองหมักเบียร์ดื่มเองจนสำเร็จผลมีตู้แช่เบียร์ใบเล็กพร้อมให้ทุกคนมาลิ้มลองอยู่ใกล้ๆ ครัว พร้อมแบ่งให้เพื่อนพ้องทดลองชิมกันถ้วนหน้า
 
            "เบียร์เป็นเรื่องที่อยากลองทำมาตั้งนานแล้วครับ ผมลองทานหลายแบบมากจนสงสัยว่าลองทำทานเองได้ไหม ทำไมไมลองดูล่ะ เลยเริ่มศึกษาดูแล้วลองมือทำตอนปี 2012 ค่อยเก็บเกี่ยวความรู้ ซื้ออุปกรณ์ ประดิษฐ์เองบ้าง ศึกษาจากอินเทอร์เน็ต กับหนังสือกว่าจะได้หมักเป็นถังๆ ไว้หมักเบียร์ รสชาติที่ดีที่สุดต้องหมักไว้ 1 เดือนจะขมๆ แต่หอมมาก ที่ทำเพราะผมชอบรส กลิ่นของเบียร์มากไม่ได้จะทำกินให้เมาทุกวันนะครับ (หัวเราะ) แค่ลองทำให้ได้รสที่เราว่าอร่อยดี คิดสูตรใหม่ไปเรื่อยๆ แล้วตัวเม็ดข้าวบาร์เลต์ที่หมักไว้แอลลี่ก็ชอบกินด้วย ตอนนี้จะบอกว่าติดบ้านขึ้นมากเพราะมีทุกอย่างที่ผมชอบเลยทั้งสัตว์เลี้ยงกับงานอดิเรก (ยิ้มบอก)" เจ้าตัวพามาดูถังแช่เบียร์กับอุปกรณ์คร่าวๆ นับเป็นอีกมุมหนึ่งที่โปรดปราน