ข่าว

เลือกแล้ว!องค์คณะคดี'ปู'

เลือกแล้ว!องค์คณะคดี'ปู'

24 ก.พ. 2558

ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เลือก '3 รองปธ.ศาลฎีกา - 5 ปธ.แผนกคดีในศาลฎีกา - 1 ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา' เป็นองค์คณะพิจารณาคดี 'ยิ่งลักษณ์' ทนายปัดตอบคัดค้านหรือไม่

 
                              24 ก.พ. 58  เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมศาลฎีกา ถ.แจ้งวัฒนะ  นายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานศาลฎีกา เรียกประชุมใหญ่ ผู้พิพากษาในศาลฎีกาทั้งหมด เพื่อลงคะแนนเลือกผู้พิพากษา 9 คนในศาลฎีกาเป็นองค์คณะพิจารณาคดีหมายเลขดำ อม.22/2558 ที่นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 จากกรณีละเลยไม่ยับยั้งโครงการจำนำข้าว ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐเป็นเงินกว่า 5 แสนล้านบาท ที่อัยการสูงสุด ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 58 ที่ผ่านมา
 
                              โดยวันนี้ มีผู้พิพากษาศาลฎีกา เข้าร่วมประชุม 146 คน จากทั้งหมด 173 คน ซึ่งการประชุมใช้เวลาชั่วโมงเศษจึงเสร็จสิ้น ขณะที่ผลการนับคะแนน ที่วันนี้ใช้วิธีการลงคะแนนลับ ผลตามลำดับคะแนนปรากฏว่า
 
 
                              1. นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา
 
                              2. นายวิรุฬห์ แสงเทียน ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา
 
                              3. นายธนฤกษ์ นิติเศรณี ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา
 
                              4. นายธนสิทธ์ นิลกำแหง ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา
 
                              5. นายศิริชัย วัฒนโยธิน รองประธานศาลฎีกา
 
                              6. นายชีพ จุลมนต์ รองประธานศาลฎีกา
 
                              7. นายวีระพล ตั้งสุวรรณ รองประธานศาลฎีกา
 
                              8. นางอุบลรัตน์ ลุยวิกกัย ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกา
 
                              9. นายธานิศ เกศวพิทักษ์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา 
 
 
                              ได้รับเลือกเป็นองค์คณะที่จะพิจารณาคดี
 
 
เลือกแล้ว!องค์คณะคดี'ปู'
 
 
                              ทั้งนี้หลังจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ได้เลือกผู้พิพากษาเป็นองค์คณะครบทั้ง 9 คนแล้ว ก็จะนำรายชื่อเสนอแก่นายดิเรก ประธานศาลฎีกา เพื่อลงนามติดประกาศรายชื่อตามขั้นตอน โดยจะนำรายชื่อทั้งหมดไปปิดประกาศไว้ที่หน้าอาคารศาลฎีกา ถ.แจ้งวัฒนะ ภายใน 5 วัน นับจากที่การเลือกองค์คณะเสร็จสิ้น เพื่อให้คู่ความได้รับทราบ และตรวจดูหากจะมีการคัดค้านผู้พิพากษาท่านหนึ่งท่านใดในการปฏิบัติหน้าที่เป็นองค์คณะ ซึ่งการยื่นคัดค้านคู่ความสามารถยื่นได้ตั้งแต่วันที่มีการติดประกาศไปจนก่อนที่จะเริ่มมีการไต่สวนพยานในคดี
 
                              ขณะที่องค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 9 คน จะได้นัดประชุมกันภายในเพื่อเลือกผู้พิพากษา 1 ใน 9 คนดังกล่าวเป็นเจ้าของสำนวนในคดีนี้ และร่วมกันพิจารณาคำฟ้องของอัยการสูงสุด ว่าครบองค์ประกอบ และอยู่ในเขตอำนาจศาลฎีกาฯ ที่จะประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณาพิพากษาได้หรือไม่ โดยศาลฎีกาฯ กำหนดนัดฟังคำสั่งว่าจะรับฟ้องคดีหรือไม่ วันที่ 19 มี.ค. เวลา 10.00 น.
 
 
 
ทนาย 'ยิ่งลักษณ์' ปัดตอบ คัดค้านองค์คณะหรือไม่
 
 
                              นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงการตรวจสอบรายชื่อผู้พิพากษาที่ได้รับเลือกเป็นองค์คณะคดีรับจำนำข้าว ว่าจะมีการยื่นคัดค้านองค์คณะตามกฎหมายที่ให้สิทธิ์หรือไม่ ว่า ขณะนี้เพียงแต่ทราบรายละเอียดจากสื่อมวลชนเท่านั้น ว่าผู้พิพากษาท่านใดได้รับเลือกบ้าง ขณะที่ทีมทนายจะต้องรอให้มีการประชุมหารือกันก่อนพร้อมทั้งดูรายชื่อผู้พิพากษาที่ชัดเจนอีกครั้ง จึงจะให้ความเห็นได้ว่ามีเหตุที่จะต้องยื่นคัดค้านหรือไม่
 
                              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับองค์คณะคดีฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในคดีจำนำข้าว ปรากฏว่า มีผู้พิพากษา 5 คน ที่ก่อนหน้านี้ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาให้เป็นองค์คณะพิจารณาพิพากษาคดีที่ ป.ป.ช.เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีกับพวกรวม 4 คน ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ปี 2551 โดยผู้พิพากษา 5 คนดังกล่าว ประกอบด้วย นายวีระพล ตั้งสุวรรณ , นายชีพ จุลมนต์ และนายศิริชัย วัฒนโยธิน รองประธานศาลฎีกา , นายธนฤกษ์ นิติเศรณี ปธ.แผนกคดีอาญาฯ และนายธนสิทธ์ นิลกำแหง ปธ.แผนกคดีเลือกตั้ง
 
                              ขณะที่นายวีระพล ตั้งสุวรรณ เมื่อปี 2555 ขณะเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ยังเคยได้รับเลือกในที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ให้เป็น 1 ในองค์คณะพิจารณาคดีอัยการสูงสุด ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับพวก รวม 27 ราย เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีทุจริตที่ธนาคารกรุงไทย ปล่อยกู้บริษัท กฤษดามหานคร จำกัด และบริษัทในเครือ ซึ่งคดีดังกล่าวอยู่ในระหว่างไต่สวนพยานในส่วนของจำเลยอื่น แต่ในส่วนของ พ.ต.ท.ทักษิณ จำเลยที่ยังหลบหนีคดี ศาลได้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความไว้ชั่วคราวจนกว่าจะได้ตัวมา
 
                              ส่วนนายธานิศ เกศวพิทักษ์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกานั้น ก็เคยเข้าไปปฏิบัติหน้าที่เป็นตุลาการตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ฯ ฉบับชั่วคราว ปี 2549 หลังจากมีการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 49 และได้ร่วมพิจารณาพิพากษาคดียุบพรรคไทยรักไทย ซึ่งตอนนั้นแม้จะมีมติ 9 - 0 ให้ยุบพรรค แต่นายธานิศ เป็น 1 ใน 3 ตุลาการรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อยที่ไม่เห็นด้วย ว่าจะนำประกาศ คปค.ฉบับที่ 27 มาย้อนหลังใช้บังคับเพื่อกำหนดโทษการตัดสิทธิ์การเมืองกรรมการบริหารพรรค เป็นเวลา 5 ปี นอกจากนี้ในช่วงเดือน ก.ย. 51 นายธานิศ ยังได้รับเลือกที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ให้เป็นองค์คณะร่วมพิพากษาคดีอัยการสูงสุด ฟ้องยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี 4.6 หมื่นล้านบาท
 
 
'วิษณุ'จ่อหารือรมว.คลัง1 - 2วันนี้คดีฟ้องแพ่ง'ปู'

                             นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าจากกรณีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ดูข้อกฏหมายในการดำเนินการทางแพ่งเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า ก่อนหน้านี้ทางนายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง ได้นัดที่จะมาพบตนในวันนี้ แต่ตนได้ขอคุยกับเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยจากหลายหน่วยงานที่รู้เรื่องในฐานะผู้ปฏิบัติ มาให้ข้อมูลกับตนก่อน เพราะตนถือว่า ยังใหม่กับเรื่องนี้มาก จากนั้นจึงจะนัดคุยทางด้านนโยบายกับรมว.คลัง อีกครั้งประมาณ 1 - 2 วันนี้

                             เมื่อถามว่า คดีนี้ต้องดูไปถึงมติครม.ด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็คงต้องดูแน่ แต่เป็นการดูในหลักใหญ่ๆเท่านั้น เพราะคนที่ทำเขาก็มีหน้าที่ทำอยู่แล้ว ตนเพียงได้รับมอบหมายจากนายกฯให้ไปกำกับดูในเรื่องที่เกี่ยวกับกฎหมายเท่านั้น ส่วนที่มีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยนั้น

                             รองนายกฯ กล่าวว่า ก็คงมีแน่นอน ซึ่งจะฟังเจ้าหน้าที่ว่า วันนี้เรารู้ตัวคนที่รับผิดชอบแล้วหรือยัง และแบ่งเป็นกี่ประเภท เป็นนักการเมืองหรือเป็นข้าราชการ หรือเป็นเอกชน และจะแยกกันทำอย่างไร เพราะบางทีอายุความจะต่างกัน ข้อหาก็อาจจะแตกต่างกันที่สำคัญคือจะต้องได้หลักฐานจากทางปปช.ด้วย ทั้งนี้เวลาจะฟ้องเราก็ต้องรู้ด้วยว่าจะฟ้องใครและมูลค่าความเสียหายเท่าไหร่