ข่าว

แมลงวันต้องตอมแมลงวัน

แมลงวันต้องตอมแมลงวัน

24 ก.พ. 2558

แมลงวันต้องตอมแมลงวัน : 'จอกอ'จักร์กฤษ เพิ่มพูล

              มีคำสองคำที่ผมคิดว่า เป็นความเข้าใจผิดที่นำมาสู่ความเชื่อที่ผิดๆ ต่อๆ กันมา คือคำว่า “ฐานันดรสี่” ที่นายเอ็ดมันด์ เบิร์ก กล่าวในที่ประชุมรัฐสภาอังกฤษ ซึ่งทำให้คนในแวดวงสื่อมวลชนสำคัญผิดในบทบาทของตัวเอง อีกคำหนึ่งคือ “แมลงวันไม่ตอมแมลงวัน” ซึ่งหมายถึงพวกเดียวกันเองไม่ว่าหรือทำร้ายกันเอง ซึ่งทำให้สื่อคุณภาพต่ำ สื่อที่ไม่มีความรับผิดชอบ ทำมาหากินอยู่บนความทุกข์ของผู้คนได้อย่างที่ไม่มีใครสามารถไปทำอะไรได้ เพราะพวกเขาเป็นฐานันดรสี่ เป็นอภิสิทธิชนที่สังคมต้องยำเกรง
     
               ฉะนั้นหลังจาก หนังสือพิมพ์ “คนเมืองเหนือ” แห่ง จ.ลำปาง เสนอข่าว และหัวข่าว คดีข่มขืน กระทำชำเราเด็กหญิงอายุ 3 ขวบ ด้วยถ้อยคำภาษาคล้ายโบยตีซ้ำผู้ประสบเคราะห์กรรม หนักหน่วง รุนแรง และกว้างขวางยิ่งนั้น นอกจากนักวิชาการด้านสื่อ คนอ่านโดยทั่วไปแล้ว ดูเหมือนคนในแวดวงกันเองพูดถึงน้อยมาก
      
               จากลำปาง ไปยังแวดวงสถาบันนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน องค์กรคุ้มครองผู้บริโภคระดับประเทศ จนกระทั่งสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ องค์กรกำกับ ควบคุมจริยธรรมสื่อ และที่สุดต้องย้อนเป็นบูมเมอแรงมาที่สมาคมผู้สื่อข่าวนครลำปาง ที่คนหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นสังกัดอยู่ 
       
               เป็นสมาคมที่ออกแถลงการณ์ แสดงความไม่สบายใจ แต่ไม่ปรากฏว่ามีความพยายามอย่างเพียงพอในการร่วมแสดงความรับผิดชอบในเรื่องนี้
      
               คำถามสำคัญในระบบการแข่งขันแบบเสรี ก็คือ นี่เป็นสิ่งที่ผิดด้วยหรือ สำหรับหนังสือพิมพ์ที่อยู่ในตลาดมายาวนาน ได้รับการตอบรับจากคนอ่านท่วมท้น และพวกเขาก็เลือกแนวทางในการเสนอข่าวเช่นนี้ เพราะพิสูจน์แล้วว่า ขายได้ และเขาอยู่ได้
         
               กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ ต้องตอบคำถามในฐานะ ที่ทำมาหากินอยู่บนพื้นที่สาธารณะว่า การใช้เสรีภาพที่กระทบต่อบุคคลอื่น ทำให้เขารู้สึกอับอาย เสียหาย และตอกย้ำตราบาปในหัวใจของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งนั้น เป็นการกระทำที่สมควรหรือไม่
        
               หัวข่าว ที่เลือกใช้คำไม่ต่างจากถ้อยคำในหนังสือโป๊ในตลาดล่าง เพียงเพื่อตอบสนองความสะใจของคนทำ เป็นความสำคัญผิดหรือไม่ว่า คนอ่านต้องการอ่านข่าวเช่นนี้ ผู้ลงประกาศโฆษณา ยินดีที่จะสนับสนุนแนวทางเช่นนี้ 
        
               แน่นอนว่า ไม่เพียงหนังสือพิมพ์ฉบับนี้เท่านั้น แต่ยังมีหนังสือพิมพ์อีกหลายฉบับในต่างจังหวัด ทั้งในลำปางและจังหวัดอื่นๆ ยังมีความเชื่อว่าการเสนอข่าวเร้าอารมณ์ ข่าวชาวบ้าน ข่าวที่มุ่งตอบรับสัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ คือวัตรปฏิบัติที่กระทำได้เป็นปกติ พวกเขาต่างเรียกตัวเองว่า “มืออาชีพ” คุยคำโตถึงประสบการณ์การทำงานข่าวมานับสิบๆ ปี เสนอตัวเป็นทางเลือกใหม่สำหรับข้อมูลข่าวสาร มีทรัพย์สินเงินทอง อาคารสำนักงาน พร้อมทุกสิ่ง มีเพียงสิ่งเดียวที่ขาดหายไป คือ..
          
               ความรับผิดชอบ !
          
               มีคนถามว่า หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ ทำผิดจริยธรรมข้อใด ถือเป็นนานาสังวาส คือเป็นสิทธิที่เขาจะคิด จะทำอย่างอิสระตามใจตัวเองได้หรือไม่
           
               คำตอบคือ ถ้าเขาขายเต้าฮวย หรือทำอาชีพอื่นๆ ก็คงไม่เป็นประเด็น แต่การทำอาชีพสื่อมวลชน คืออาชีพที่ต้องหากินอยู่บนพื้นที่สาธารณะ จะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับสังคม และผู้คนมากมาย ถ้าเขาใช้พื้นที่สาธารณะนี้ไปโดยขาดความใคร่ครวญ ไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อคนอื่นแล้ว ความเสียหายก็จะมีมากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ
           
               หลักการสำคัญที่ หนังสือพิมพ์ภายใต้สังกัดสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ จะต้องยึดมั่น คือ ต้องให้ความคุ้มครองอย่างเคร่งครัดต่อสิทธิมนุษยชนของเด็ก ต้องไม่ซ้ำเติมความทุกข์หรือโศกนาฏกรรมอันเกิดแก่เด็กและครอบครัวของเขา นอกจากนั้นจะต้องไม่แต่งเติมเนื้อหาสาระของข่าว จนคลาดเคลื่อนหรือเกินจากความเป็นจริง 
               
               หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ ยังเสนอภาพตาของเด็ก และภาพด้านหลังของเด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ แม้จะไม่เห็นหน้าเด็กชัดเจน แต่การโฆษณาหรือเผยแพร่ทางสื่อมวลชน หรือสื่อสารสนเทศประเภทใด ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็กหรือผู้ปกครอง โดยเจตนาที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่จิตใจ ชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือสิทธิอื่นใดของเด็ก แปลว่า ถ้าเห็นภาพแล้วรู้ว่าเด็กเป็นใคร ก็ถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท
                   
               สรุปคือผิดทั้งกฎหมายและจริยธรรม
                   
               ในแง่กฎหมายนั้น ผู้ปกครอง หรือผู้แทนโดยชอบธรรม อาจแจ้งความดำเนินคดีผู้กระทำผิด หรือขอให้ฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย สภาทนายความจังหวัดลำปาง ดำเนินการให้ เพื่อให้เป็นคดีตัวอย่างสำหรับหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นๆ
                  
               ส่วนเรื่องจริยธรรม เนื่องจากหนังสือพิมพ์ที่กระทำผิดไม่ได้เป็นองค์กรสมาชิกสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ จึงเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของสมาคมผู้สื่อข่าวจังหวัดลำปาง เป็นเรื่องที่ท้าทายและทดสอบความกล้าหาญทางจริยธรรมของผู้นำองค์กรสื่อของจังหวัด ในการยืนยันมาตรฐานการทำงานที่มีความรับผิดชอบ และการทำงานอย่างมืออาชีพ
                  
               คนในแวดวงสื่อทั้งประเทศ กำลังเฝ้ามองว่า สมาคมผู้สื่อข่าวนครลำปาง จะจัดการกับ “ลุงใจร้าย” คนนี้อย่างไร นอกจากคำว่าไม่สบายใจ