ข่าว

ปชช.เฮลั่น"หลินฮุ่ย"ออกส่วนจัดแสดง

ปชช.เฮลั่น"หลินฮุ่ย"ออกส่วนจัดแสดง

11 ก.ค. 2552

นักท่องเที่ยวเฮลั่น เจ้าหน้าที่ปล่อย"หลินฮุ่ย"ออกส่วนจัดแสดงด้านนอกครั้งแรก หลังอยู่ในคอกกักเลี้ยงลูกนาน 48 วันเต็ม

(11ก.ค.) เวลา 15.10 น. สัตวแพทย์และพี่เลี้ยงแพนด้าได้เปิดประตูให้หลินฮุ่ย แพนด้าแม่ลูกอ่อนได้ออกมายืดเส้นยืดสายที่ส่วนจัดแสดงแพนด้าซึ่งอยู่ด้านนอกคอกกักเป็นครั้งแรก นับจากตั้งท้องและคลอดแพนด้าน้อยออกมานับรวมเป็นระยะเวลาที่อยู่แต่ในคอกกักด้านในมานานถึง 48 วันเต็ม ส่งผลให้นักท่องเที่ยว ซึ่งซื้อตั๋วเข้าชมแพนด้าเพื่อจะเข้าชมช่วงช่วงพากันตื่นเต้นดีใจที่มีโอกาสได้เห็นหลินฮุ่ย ออกมาโชว์ตัวนานถึง 20 นาที โดยไม่ได้คาดคิดมาก่อน
 
 ส.พญ.กรรณิการ์ นิ่มตระกูล สัตวแพทย์ประจำตัวแพนด้า กล่าวว่า การปล่อยหลินฮุ่ยในครั้งนี้ทีมวิจัยต้องการให้หลินฮุ่ยได้ขยายพื้นที่ในการอยู่ในพื้นที่ ซึ่งคับแคบมานาน โดยจะส่งผลดีทำให้ได้ยืดเส้นยืดสายและการปล่อยตัวออกมาครั้งนี้เดิมกำหนดเวลาปล่อยไว้ที่ 14.00 น.แต่หลินฮุ่ยอยู่ในท่าอุ้มลูกไว้ตลอดเจ้าหน้าที่จึงปล่อยให้เลี้ยงลูกจนหนำใจ จนกระทั่งเวลา 15.10 น.เป็นช่วงที่หลินฮุ่ยได้วางลูกลงบนพื้น เจ้าหน้าที่จึงทำการปิดกั้นกรงเหล็กที่กั้นระหว่างแพนด้าน้อยกับหลินฮุ่ยไว้
 
 จากนั้นได้ทำการเปิดประตูที่เชื่อมกับส่วนจัดแสดงด้านนอกออกเพื่อเปิดโอกาสให้หลินฮุ่ยเดินออกไป เมื่อเห็นแสงสว่างด้านนอกหลินฮุ่ยได้เดินไปหยุดนั่งอยู่ที่ปากทางออกแต่ไม่ได้ออกไปด้านนอกในทันทียังสงวนท่าทีโดยชะโงกหน้าออกไปดมกลิ่น ทำให้พี่เลี้ยงต้องนำแครอทและอาหารโยนออกไปไว้ที่บริเวณด้านนอกประตูเพื่อหลอกล่อ และก็เป็นผลเมื่อหลินฮุ่ยได้เดินออกไปนอกประตูแล้วใช้มือหยิบแครอทขึ้นมา แต่หลังจากนั้นก้ได้เดินกลับเข้ามานั่งอยู่ที่ปากประตูคอกด้านในอีกครั้งโดยขบเคี้ยวอาหารและระหว่างนั้นได้หันไปมองที่ลูกแพนด้าอยู่หลายครั้ง จนแน่ใจว่าลุกยังนอนอยู่ที่เดิมจึงตัดสินใจออกไปยังส่วนจัดแสดงด้านนอก โดยใช้เวลาประมาณ 5 นาทีนับจากประตูถูกเปิดออก
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่หลินฮุ่ยเดินพ้นประตูออกมายังส่วนจัดแสดงด้านนอกได้ใช้จมูกสูดดมกลิ่นไปตลอดทาง เริ่มจากเดินไต่เลาะขอนไม้ขนาดใหญ่ลงมายังพื้นสนามหญ้าเพื่อรับแสงแดดอ่อนโดยไม่มีท่าทีหวาดระแวงและเมื่อพบเห็นนักท่องเที่ยวซึ่งยืนอออยู่กันอย่างแน่นขนัดและมีการส่งเสียงโห่ร้องดีใจที่ได้เห็นหลินฮุ่ยหลายครั้งก็ไม่ได้ทำให้หลินฮุ่ยตกใจแต่อย่างใด สีหน้าและแววตาของหลินฮุ่ยไม่ได้แตกตื่นแม้จะไม่ได้ออกมาสัมผัสกับบรรยากาศภายนอกเช่นนี้เป็นเวลาที่นานมากกว่าเดือนครึ่งแล้วแต่ก็ยังดูมีความคุ้นเคยกับสิ่งที่พบเห็นและได้ยินนี้เป็นอย่างดี
 
 สำหรับการเดินลงมาสำรวจพื้นที่ของหลินฮุ่ยนั้นใช้เวลาอยู่ที่ส่วนจัดแสดงรวม 20 นาทีเต็ม เป็นการเดินไปรอบบริเวณและมาหยุดยืนเหมือนทักทายนักท่องเที่ยวอยู่ติดขอบด้านหน้าส่วนจัดแสดงและมองตรงไปยังผู้ชมอยู่พักใหญ่
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ช่วงที่อยู่ในส่วนจัดแสดงนี้ บางช่วงหลินฮุ่ยยังได้ตรงเข้าไปใช้มือขุดดึงรื้อถอนรากถอนโคนต้นจั๋งซึ่งเป็นพืชตระกูลปาล์มชนิดหนึ่งที่ทางเจ้าหน้าที่ได้นำมาปลูกเตรียมพื้นที่ให้ไว้ในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ สัตวแพทย์คาดการณ์ว่าหลินฮุ่ยคงจะไม่ชอบกลิ่นที่เหม็นเขียวของต้นไม้ดังกล่าว เช่นเดียวกันกับที่เคยดึงถอนต้นเบิร์ดออฟ พาราไดซ์ซึ่งเป็นต้นไม้ที่หลินฮุ่ยไม่ชอบออกเมื่อก่อนหน้านี้
 
 ก่อนกลับขึ้นไปหาลูกที่คอกกักด้านใน หลินฮุ่ยได้เดินตรงไปที่ซี่กรง ซึ่งเจ้าหน้าที่สร้างกั้นกลางส่วนจัดแสดงของหลินฮุ่ยเพื่อมองหาช่วงช่วง ซึ่งขณะนั้นช่วงช่วงกำลังนั่งกินไผ่อยู่บนขอนไม้อย่างเพลิดเพลินโดยไม่ได้สนใจกับสิ่งรอบข้าง ประกอบกับหลินฮุ่ยไม่ได้มีการส่งเสียงร้องออกมาระห่างที่เดินสำรวจพื้นที่รวมถึงช่วงที่ไปลอบมองหาช่วงช่วง จนในที่สุดตัดสินใจเดินกลับขึ้นไปยังคอกกักด้านหลังและเจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดประตูเชื่อมส่วนจัดแสดงลง ช่วงนั้นเองช่วงช่วงได้ค่อย ๆเดินมาหยุดอยู่ที่ส่วนกั้นระหว่างส่วนจัดแสดงของมันกับหลินฮุ่ยแต่ก็เป็นช่วงเวลาที่หลินฮุ่ยได้กลับเข้าไปยังคอกกักและทั้องสองตัวไม่มีโอกาสได้พบกัน
 
 หลังกลับขึ้นไปอยู่ในคอกกัก เจ้าหน้าที่ได้เปิดกรงกั้นให้หลินฮุ่ยสามารถเข้าไปหาลูกได้ ทันทีที่กลับเข้าไปหลินฮุ่ยรีบรี่ตรงเข้าไปใช้ปากและมือประคองอุ้มลุกขึ้นมาและโอบกอดไว้ตลอดโดยไม่ยอมวางมือ
 
 หลังการปล่อยหลินฮุ่ยออกไปยังส่วนจัดแสดงด้านนอกครั้งนี้ สัตวแพทย์และทีมวิจัยมีกำหนดจะปล่อยหลินฮุ่ยในครั้งต่อไปคือทุกช่วงเช้าและบ่ายระหว่างมื้ออาหาร ซึ่งหากหลินฮุ่ยวางลุกและจะกินอาหารเจ้าหน้าที่ก็จะทำการเปิดประตูส่วนจัดแสดงไว้ให้ คาดว่าประชาชนจะได้มีโอกาสได้ชมหลินฮุ่ยในส่วนจัดแสดงได้บ่อยขึ้นหลังจากนี้