
อนุรักษ์ กับ พัฒนา
24 ก.พ. 2558
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : อนุรักษ์ กับ พัฒนา : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
โลกยิ่งก้าวหน้ามากเท่าใด การพัฒนาทางวัตถุทั้งหลายก็ยิ่งมีมากขึ้น ในขณะเดียวกันการพัฒนาทางวัตถุที่เกิดขึ้น ก็ส่งกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น ตัวอย่างที่เห็นชัดเจน เช่น การสร้างหรือขยายถนน เพื่อรองรับปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นจนเกิดปัญหาการจราจร ก็ต้องมีการตัดต้นไม้ในบนพื้นที่ที่ถนนตัดผ่าน หรือการสร้างกระเช้าขึ้นสถานที่ท่องเที่ยวบนพื้นที่สูงชัน เพื่อขยายกลุ่มนักท่องเที่ยวให้เข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวได้มากที่สุด ก็ย่อมต้องมีเสียงคัดค้านจากคนกลุ่มหนึ่ง
กลายเป็นทั้งสองฝ่ายต่างไม่ยอมรับฟังข้อมูลและความคิดเห็นของอีกฝ่ายหนึ่ง เพราะเกรงว่าจะเป็นข้อมูลที่ไม่เปิดเผยความจริงครบถ้วนทุกด้าน ต่างฝ่ายต่างเชื่อในข้อมูลที่แกนนำของฝ่ายตนเองเปิดออกมา และพยายามกระจายข้อมูลนั้นๆ ออกสู่สาธารณชน โดยไม่คิดจะเอาสิ่งที่เป็นประโยชน์จากข้อมูลทั้งสองฝ่ายมารวมกันและปรับปรุงใหม่อีกครั้งหนึ่ง
เหตุการณ์อย่างนี้จะไปโทษใครฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดก็คงไม่ได้ เพราะในขณะที่ฝ่ายพัฒนาพยายามยกแม่น้ำทั้งห้าขึ้นมาหว่านล้อมประชาชนที่เกี่ยวข้องและสังคม ก็จะชี้ให้เห็นแต่ข้อดีของการพัฒนาหรือการก่อสร้างสิ่งใหม่ๆ ซึ่งยังมักจะดำเนินตามรอยอดีตที่ก่อให้เกิดความไม่ไว้วางใจกันมาแล้วทั้งสิ้น
ตัวอย่างเช่น เมื่อจะมีการก่อสร้างเขื่อนสักแห่งหนึ่ง เหตุผลที่ยกมาประกอบการชักจูงใจยังคงมีหลากหลายประการเหมือนเดิม เช่น เพื่อช่วยให้พื้นที่เพาะปลูกมีน้ำพอเพียงต่อการเกษตร, เพื่อกักเก็บน้ำจำนวนหลายล้านลูกบาศก์เมตรเอาไว้ใช้ในฤดูแล้ง, เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในฤดูน้ำหลาก เป็นต้น แต่เอาเข้าจริงๆ มักจะปรากฏว่า เขื่อนแต่ละแห่งที่เคยสร้างกันมาไม่สามารถบรรลุไปถึงข้ออ้างเหล่านั้นอย่างได้ผล
เช่นเดียวกันกับฝ่ายที่อ้างการอนุรักษ์ ซึ่งมักจะมีแกนนำหรือผู้นำเป็นคนนอกพื้นที่ปัญหา หลายคนทำราวกับว่ามีอาชีพประท้วงเป็นหลัก เพราะไม่ว่าจะเป็นปัญหาสร้างเขื่อน, สร้างถนน, วางท่อแก๊ส ฯลฯ ก็จะเห็นหน้าแกนนำที่เดินนำหน้าต่อต้านเป็นคนหน้าเดิมๆ ซึ่งก็ทำให้เกิดความเคลือบแคลงใจขึ้นมาได้กับเจตนาที่ทำ ว่า มีความบริสุทธิ์ใจอย่างแท้จริงหรือทำเพื่อเอาผลงานไปแลกกับเงินทุนจากต่างชาติ ซึ่งมีอยู่หลายองค์กรในโลกนี้
ปัญหาความเคลือบแคลงใจของกันและกันระหว่างคนสองกลุ่ม ในส่วนที่เป็นชาวบ้าน ซึ่งได้รับผลกระทบและมีความเกี่ยวข้องโดยตรงนั้น สามารถแก้ได้ไม่ยาก แม้จะต้องใช้เวลานานสักหน่อย นั่นคือ ทั้งสองฝ่ายต้องแสดงเหตุผลที่แท้จริงทั้งแง่บวกและลบที่จะเกิดขึ้นจากโครงการ รวมทั้งเสนอวิธีการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้ชาวบ้านได้ตัดสินใจด้วยตนเอง
และในการเจรจาต่างๆ คนที่ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ หรือเอ็นจีโอใดๆ ก็ดี ต้องห้ามเข้าไปร่วมวงเจรจา จะทำได้ก็เป็นเพียงที่ปรึกษาหรือผู้สังเกตการณ์เท่านั้น ทุกประเทศในโลกนี้ล้วนหลีกเลี่ยงการพัฒนาไม่ได้ และการพัฒนาย่อมหนีไม่พ้นความสูญเสียบางอย่าง แต่ความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นก็ต้องคุ้มค่ากับการเสียไปด้วยเช่นกันครับ
-----------------------
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : อนุรักษ์ กับ พัฒนา : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



