
จากหนังสือเล่มแรกถึง'คุณย่า บก.'
จากหนังสือเล่มแรกถึง'คุณย่า บก.' : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับประภัสสร เสวิกุล
ผมเติบโตขึ้นมากับหนังสือเช่า ซึ่งในตอนนั้นแถวบ้านเก่าที่เสาชิงช้า ตรงบริเวณที่จอดรถใต้ดินของ กทม.เวลานี้ ยังเป็นลานหญ้า ตกเย็น พอแดดร่มลมตก ก็จะมีชาวบ้านออกมานั่งเล่นหรือพูดคุยกัน มีขนมและอาหารมาวางหาบขาย 2-3 เจ้า และมีอาซิ้มมาปูเสื่อจีนที่ตรงกลางทอเป็นรูปผีเสื้อ และขนหนังสือการ์ตูน หนังสืออ่านเล่น มาวางให้เช่า เมื่อเช่าแล้วก็หาที่ว่างในลานนั่งอ่านนอนอ่านหนังสือไป จำได้ว่า ค่าเช่าเล่มละ 25 สตางค์ ผมเก็บเงินค่าขนมมาเช่าหนังสืออ่านแทบทุกเย็น หนังสือที่อ่านในตอนนั้น ก็จะเป็นพวกการ์ตูน อย่างซูเปอร์แมนแกละ หนูเล็ก-ลุงโกร่ง ดาบเจ็ดสี-มณีเจ็ดแสง ขวานฟ้าหน้าดำ ฯลฯ อะไรพวกนี้ ที่เป็นเรื่องเป็นราวหน่อย คือการ์ตูนตุ๊กตา ของคุณพิมล กาฬสีห์ ซึ่งมีนิยายภาพสวยๆ อย่าง ห้องสีชมพู จากรั้วมัลลิกา เด็กดำพเนจร รวมทั้งระเด่น-ลันได กับคอลัมน์ต่างๆ แต่ผมก็ไม่เคยมีหนังสือเป็นของตัวเอง เพราะมีเงินไม่พอ
หนังสือเล่มแรกที่ผมมีโอกาสเป็นเจ้าของ คือ ”อเล็กซานเดอร์มหาราช” เป็นหนังสือปกแข็ง เสียดายที่ผมจำชื่อผู้เขียนไม่ได้ และเป็นหนังสือที่ผมได้มาโดยไม่ต้องซื้อ เพราะเป็นของรางวัลในการตอบปัญหา - ตอนนั้น คุณนิลวรรณ ปิ่นทอง หรือ “คุณย่า บก.” ท่านเป็นบรรณาธิการนิตยสาร สตรีสาร และดรุณสาร - สตรีสารเป็นหนังสือสำหรับผู้ใหญ่ ส่วนดรุณสารเป็นหนังสือสำหรับเด็ก ซึ่งนอกจากจะส่งเสริมการอ่าน การเขียนแล้ว ยังสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของเด็กและเยาวชน นิตยสารทั้งสองเล่ม มีสำนักงานอยู่ที่ถนนอุณากรรณ ไม่ไกลจากเสาชิงช้านัก ตัวสำนักงานเป็นตึกแถว 2 ชั้น ชั้นบนใช้เป็นสถานที่พบปะและทำกิจกรรมของเด็กๆ และเยาวชน ตามความถนัดของแต่ละคน ใช้ชื่อว่า “สโมสรปรียา” ผมมีโอกาสไปขลุกอยู่ที่สโมสรแห่งนี้ ตั้งแต่อายุ 6-7 ขวบ เพราะพี่ชายของผม คือ คุณโอภาส เสวิกุล เป็นสมาชิกคนหนึ่งของสโมสร สมาชิกคนอื่นๆ เท่าที่พอจำได้ก็มี ท่านโพธิรักษ์ ซึ่งตอนนั้นยังเป็น รัก รักพงษ์, อาจารย์นรนิติ เศรษฐบุตร, พี่ประยอม ซองทอง, อาจารย์พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร, พี่สุพรรณ ชื่นกุล, คุณธานี แม้นญาติ เป็นต้น ผมจำชื่อพี่ธานีได้แม่น เพราะปีหนึ่งอาจารย์จัดงานสโมสรปรียา ที่โรงพยาบาลสงฆ์ พี่ธานีกับพี่โอภาสขึ้นไปเล่นลำตัดบนเวที พี่โอภาสร้องถามว่า “ธานีทำไมตัวขาว?” พี่ธานีตอบว่า “เพราะอยากทานข้าวเวลาเที่ยงตรง” แล้วย้อนถามว่า “โอภาสทำไมตัวดำ?” พี่โอภาสตอบว่า “เพราะรูปธรรมนามธรรมซื่อตรง” ต่อมาทั้งพี่ธานีและพี่โอภาสได้ไปทำงานที่สถานีวิทยุ ท.ท.ท. ด้วยกัน
สโมสรปรียามีเพลงประจำสโมสร ซึ่งแต่งโดยพี่รัก รักพงษ์ ซึ่งขึ้นต้นว่า “เราล้วนยังเป็นเด็กดรุณเล็กไม่เดียงสา มานะเรียน เพียรฟันฝ่า เสริมสร้างอนาคตไว้ให้คงมั่น...” ซึ่งมีคนมาแปลงเป็น “เราล้วนเป็นคนแก่ อยู่บางแคแย่นักหนา...” เสียดายที่จำเนื้อไม่ได้ทั้งหมด ในงานวันเกิด “คุณย่า บก.” เมื่อสัก 10 ปีที่แล้ว พวกเรานึกจะร้องเพลงนี้กัน แต่ก็จำได้แค่ท่อนแรก เลยไม่ได้ร้อง
ในงานสโมสรปรียา ปีนั้น มีการถามปัญหาให้เด็กๆ ขึ้นมาตอบ มีคำถามข้อหนึ่งว่า “วันมาฆบูชามีความสำคัญอย่างไร?” ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมไม่ใครยกมือตอบ ผมก็เลยหลับหูหลับตายกมือ โฆษกเรียกผมขึ้นไปบนเวที ผมก็ตอบไปตามพุทธประวัติที่เรียนมา จึงได้รางวัลเป็นหนังสือ “อเล็กซานเดอร์มหาราช” ซึ่งความรู้สึกของผมในตอนนั้นทั้งภูมิใจและดีใจที่สุด เพราะเป็นหนังสือของตัวเองเล่มแรกในชีวิต เมื่อกลับถึงบ้านก็ตั้งหน้าตั้งตาอ่านอย่างเอาจริงเอาจัง และซึมซับรับรู้ชีวประวัติและความยิ่งใหญ่ของมหาราชองค์นี้ไว้ค่อนข้างมาก ถึงขนาดที่ชอบเขียนรูปทหารโรมันมาตั้งแต่นั้น แม้ว่าอเล็กซานเดอร์จะเป็นมาซิโดเนีย ซึ่งเป็นนครรัฐกรีกก็ตาม
หนังสือเล่มนั้น ทำให้ผมรักการอ่านยิ่งขึ้น และอเล็กซานเดอร์ก็มีอิทธิพลบางอย่างต่อตัวผม ซึ่งผมยังนึกถึงพระคุณของสโมสรปรียา และ “คุณย่า บก.” อยู่เสมอ - ไม่น่าเชื่อว่าเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน และปีนี้ คุณนิลวรรณ ปิ่นทอง หรือ “คุณย่า บก.” จะมีอายุ 100 ปี แล้วครับ
ขอบพระคุณครับ “คุณย่า บก.” ที่เมตตาและให้โอกาสแก่เด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนหนึ่ง จนสามารถเดินทางมาถึงวันนี้ได้ ขอบพระคุณครับ



