
วางระบบผันน้ำ..ทางรอด วิกฤติแล้งตะวันออก
22 ก.พ. 2558
วางระบบผันน้ำ..ทางรอด วิกฤติแล้งตะวันออก : โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
การเห็นชอบจัดทำบันทึกข้อตกลง ระหว่าง กรมชลประทาน และ การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) รวมทั้ง บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์วอเตอร์ ต่อการผันน้ำผ่านท่อส่งน้ำเชื่อมโยงอ่างเก็บน้ำประแสร์-อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกอย่างเร่งด่วน ทั้งยังทำให้พื้นที่ จ.ระยอง ในฐานะศูนย์กลางทางด้านภาคอุตสาหกรรม มีความมั่นคงด้านแหล่งน้ำมากยิ่งขึ้น
การผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ ไปยังอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ จ.ระยอง ตามแผนงานจะใช้ทั้งระบบท่อส่งน้ำและลำน้ำธรรมชาติ จากการก่อสร้างตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2552 มูลค่าโครงการ 1,677 ล้านบาท และกรมชลประทานได้รับมอบโครงการเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2553 แต่ที่ผ่านมาเกิดปัญหาในประเด็นที่ไม่สามารถตกลงในเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการผันน้ำได้ กระทั่ง 3 ฝ่ายข้างต้น เห็นชอบต่อการทำบันทึกข้อตกลงในที่สุด
เป้าหมายของความร่วมมือครั้งนี้ กำหนดให้ กปภ. และอีสท์วอเตอร์ จัดทำแผนการใช้น้ำที่สูบผันด้วยระบบท่อส่งน้ำมาจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ไปยังอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ และมอบหมายให้อีสท์วอเตอร์เป็นผู้สูบผันน้ำทั้งระบบ โดยในปีที่ 1 สามารถนำน้ำไปใช้ได้หน่วยงานละไม่เกินปีละ 20 ล้านลูกบาศก์เมตร และปีที่ 2 ถึงปีที่ 5 หน่วยงานละไม่เกินปีละ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยกรมชลประทานจะจัดทำแผนการสูบผันน้ำให้ทั้ง 2 หน่วยงานดำเนินการสูบน้ำตามแผน พร้อมทั้งรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในกิจการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบันทึกข้อตกลงดังกล่าวมีระยะเวลาบังคับใช้ 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2558-30 เมษายน 2563
การผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ไปยังอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ดังกล่าว จะไม่กระทบต่อเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทานจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ เนื่องจากเป็นการผันน้ำส่วนเกินความต้องการ เพราะปกติในแต่ละปีภาคการเกษตรจะใช้น้ำเฉลี่ย 100 ล้านลูกบาศก์เมตร และเพื่ออุปโภคและรักษาระบบนิเวศวิทยา 20 ล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อรวมกับปริมาณน้ำที่จะผันมาอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ จะอยู่ที่ปีละ 80 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่ายังน้อยกว่าปริมาณความจุของอ่างเก็บน้ำประแสร์ที่สามารถจุได้ถึง 248 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้มั่นใจได้ถึงความพร้อมต่อการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกทั้งระบบ
สำหรับอ่างเก็บน้ำประแสร์ ตั้งอยู่ในเขตบริเวณบ้านแก่งหวาย หมู่ 6 ต.ชุมแสง อ.วังจันทร์ จ.ระยอง ส่งน้ำเข้าคลองส่งน้ำฝั่งซ้ายไปยังพื้นที่เพาะปลูกเนื้อที่ 5.4 หมื่นไร่ ตลอดความยาว 23.723 กิโลเมตร และพื้นที่ฝั่งขวาของแม่น้ำ ซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 8.3 หมื่นไร่ ส่งน้ำด้วยระบบท่อส่งน้ำ มีความยาว 25.824 กิโลเมตร รวมพื้นที่เพาะปลูกทั้งโครงการ 1.37 แสนไร่ ทั้งนี้อ่างเก็บน้ำดังกล่าวถือเป็นแหล่งน้ำสำหรับกักเก็บน้ำและส่งน้ำให้แก่พื้นที่ชลประทาน และส่งน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปา รวมทั้งส่งน้ำให้พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ช่วยป้องกันและลดความเสียหายจากอุทกภัย และอีกประการคือ ผลักดันน้ำเค็มที่หนุนเข้ามาในแม่น้ำประแสร์ในช่วงฤดูแล้ง
นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า การแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยระบบผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์มายังอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ และกระจายน้ำไปยังจังหวัดใกล้เคียง เชื่อว่าเป็นแนวทางที่แก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน ทั้งยังเป็นการบริการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าที่สุด
ทั้งนี้ กรมชลประทานประเมินสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก ทั้งชลบุรีและระยองซึ่งมีบทบาทต่อการเป็นแหล่งอุตสาหกรรมและศูนย์กลางการท่องเที่ยว ที่มีสัดส่วนการใช้น้ำสูง โดยจากการคาดการณ์สถานการณ์ฝนจากปัจจุบันไปจนสิ้นฤดูฝน พบว่ามีแนวโน้มที่ปริมาณน้ำฝนจะอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าค่าปกติ จนส่งผลต่อน้ำต้นทุนในแหล่งกักเก็บน้ำ ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือปัญหาขาดแคลนน้ำ จึงมีการวางแนวทางในการบริหารจัดการน้ำ
จ.ระยอง มีแหล่งน้ำ ได้แก่ อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล อ่างเก็บน้ำดอกกราย และอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ การบริหารจัดการน้ำจะใช้รูปแบบเชื่อมโยงโครงข่ายระหว่างอ่างเก็บน้ำกับระบบส่งน้ำ ส่วนการเตรียมพร้อมรับมือขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งจะมีการสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ไปยังอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ สูบน้ำจากแม่น้ำระยองด้านเหนือฝายบ้านค่ายในช่วงฤดูน้ำหลากไปเติมอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และผันน้ำจากคลองวังโตนดของจันทบุรี ไปเติมอ่างเก็บน้ำประแสร์
แนวทางข้างต้นนี้ทำให้เมื่อสิ้นฤดูฝนจะมีน้ำในอ่างเก็บน้ำในเขตระยอง รวมกันทั้งสิ้น 115 ล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อรวมกับปริมาณน้ำที่คาดว่าจะไหลลงอ่างในฤดูแล้งที่น่าจะอยู่ที่ 58 ล้านลูกบาศก์เมตร ผนวกเข้ากับการผันน้ำมาจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ในช่วงฤดูแล้ง 36 ล้านลูกบาศก์เมตร ดังนั้นเมื่อคำนวณเป็นปริมาณน้ำต้นทุนในฤดูแล้งรวมจะอยู่ที่ 209 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้น้ำในทุกสาขา
จ.ชลบุรี มีแหล่งกักเก็บน้ำ คือ อ่างเก็บน้ำบางพระ และอ่างเก็บน้ำหนองค้อ มีปริมาณน้ำใช้การได้รวม 18 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมกับปริมาณน้ำที่จะไหลลงอ่างทั้ง 2 แห่งในฤดูฝน คาดการณ์ไว้ที่ 14 ล้านลูกบาศก์เมตร รวม 32 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนในช่วงฤดูแล้งมีการจัดทำมาตรการลดความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ ด้วยการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ โดยการสูบน้ำจากแม่น้ำบางปะกงเติมอ่างเก็บน้ำบางพระ ซึ่งสามารถเพิ่มปริมาณน้ำได้ 13 ล้านลูกบาศก์เมตร
นายบุญสม ยุติธรรมภิญโญ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการชลประทานจังหวัดชลบุรี ระบุว่า ระบบบริหารจัดการน้ำของจังหวัดจะใช้การเชื่อมโยงกับอ่างเก็บน้ำรวม 7 แห่ง สามารถเชื่อมโยงระบบส่งน้ำเข้าถึงกันได้ทั้งหมด ปัจจุบันได้ผันน้ำจากแม่น้ำบางปะกงเอาเข้ามาที่อ่างเก็บน้ำบางพระแล้ว ขณะเดียวกันทางสำนักงานชลประทานที่ 9 ชลบุรี ยังได้ประสานกับอีสท์วอเตอร์ และกปภ. เพื่อวางแผนเตรียมน้ำสำรองเอาไว้รองรับในกรณีวิกฤติ โดยอีสท์วอเตอร์สามารถส่งน้ำเข้ามาในระบบเชื่อมโยงตามอ่างต่างๆ ทั้ง 7 แห่งได้ 20 ล้านลูกบาศก์เมตร
นั่นคือบทสรุปการวางแนวทางเพื่อรับมือกับภัยแล้งที่กำลังสร้างปัญหาในขณะนี้
----------------------
แล้งทำมวลน้ำเค็มรุกฉะเชิงเทรา-ปราจีนบุรี
ขณะเดียวกัน สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 16 ฉะเชิงเทรา ในสังกัดสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) รายงานว่า ปัจจุบันพื้นที่การเกษตรของกลุ่มจังหวัดภาคกลาง (ตอนกลาง) ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และนครนายก ที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง กำลังจะประสบปัญหาการหนุนของน้ำทะเลเข้ามา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการผลิตทางด้านเกษตรกรรมของเกษตรกรในพื้นที่ชลประทานของแม่น้ำบางปะกง โดยการรุกตัวของน้ำเค็มได้ไหลผ่านฉะเชิงเทรา บริเวณ อ.บางปะกง อ.บ้านโพธิ์ อ.เมือง อ.คลองเขื่อน อ.บางน้ำเปรี้ยว รวมระยะทาง 140 กิโลเมตร และกำลังจะเข้าสู่ จ.ปราจีนบุรี ที่ อ.บ้านสร้าง
การรุกตัวของน้ำเค็มพบว่าใกล้เคียงกับสถานการณ์เมื่อปี 2544-2555 ที่เคยมีค่าความเค็มสูงจนทำให้สำนักงานชลประทานในเขตต้นน้ำต้องเพิ่มการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำแหล่งต่างๆ ช่วยผลักดันน้ำเค็ม อย่างไรก็ตาม ได้มีการสั่งการให้ปิดประตูระบายน้ำในคลองต่างๆ เพื่อป้องกันการรุกของน้ำเค็มเข้าไปในพื้นที่การเกษตรแล้ว และคณะกรรมการบริหารศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรของฉะเชิงเทราและปราจีนบุรี ได้ประชุมและเฝ้าระวัง โดยขอให้เกษตรกรเตรียมตัวรับมือผลกระทบที่จะตามมา ทั้งการปลูกพืชและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
----------------------
(วางระบบผันน้ำ..ทางรอด วิกฤติแล้งตะวันออก : โดย...ทีมข่าวภูมิภาค)



