ข่าว

พบ8คนมือคาร์บอมบ์ร้านโอเกะกลางเมืองนราฯ

พบ8คนมือคาร์บอมบ์ร้านโอเกะกลางเมืองนราฯ

21 ก.พ. 2558

ผบก.ภ.จว.นราธิวาส เผยพบ 8 คนร้ายก่อเหตุคาร์บอมบ์ร้านคาราโอเกะกลางเมืองนราฯ คาด 7 วันออกหมายจับได้ ขณะที่จนท.ลงพื้นที่หาหลักฐานเพิ่มเติม

 
              21 ก.พ.58 พ.ต.ท.เนติธร วัตตธรรม นักวิทยาศาสตร์ (สบ.3) กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 เข้าทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์สถานบันเทิงคาราโอเกะ เพื่อทำการค้นหาตัวจุดชนวนระเบิด ที่คนร้ายประกอบระเบิดไว้ในถังแก๊สหุงต้มหนัก 50 กก.ก่อนประกอบไว้ในรถกระบะมิตซูบิชิ รุ่นสตราด้า สีบรอนด์เงิน โดยใช้ทะเบียนปลอม ผค 4598 สงขลา มาสวมทับ ซึ่งทะเบียนจริงคือ ผต 4098 สงขลา และพบว่าเป็นรถที่ปล้นมาจาก อ.เทพา จ.สงขลา
 
              พล.ต.ต.พัฒนวุธ อังคะนาวิน ผบก.ภ.จว.นราธิวาส เปิดเผยทางคดีว่า ขณะนี้เร่งให้ทางชุดพิสูจน์หลักฐาน และอีโอดี ทำการค้นหาตัวจุดชนวน ซึ่งตัวจุดชนวนจะเป็นสิ่งที่ชี้ชัดว่ากลุ่มใดเป็นกลุ่มที่ก่อเหตุ ส่วนการวิเคราะห์ขณะนี้ เบื้องต้นพบว่ากลุ่มที่ลงมือก่อเหตุมีทั้งหมด 8 คน และเชื่อมโยงในพื้นที่ อ.บาเจาะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส รวมทั้ง อ.สายบุรี อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี และ จ.สงขลา ด้วยเช่นกัน ซึ่งจุดประสงค์ของกลุ่มก่อเหตุเพื่อต้องการที่จะดึงพลังมวลชนที่เจ้าหน้าที่สามารถเปิดเกมรุกทำให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมกับเจ้าหน้าที่มากขึ้น ให้กลับคืนสู่การเป็นแนวร่วมของกลุ่มอาร์เคเคอีกครั้งหนึ่ง และเป็นการต่อต้านความสงบที่กลุ่มผู้ไม่หวังดีไม่ต้องการให้เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเลือกที่จะปฏิบัติการครั้งนี้ในพื้นที่กลางใจเมืองนราธิวาส เพื่อต้องการให้ภาครัฐและทุกฝ่ายเห็นว่าายังมีขีดความสามารถอยู่และคาดว่าภายใน7วันจะสามารถคลี่คลายจนทำการออกหมายจับผู้ก่อเหตุทั้งหมดได้
 
 
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มเติมจุดเกิดเหตุคาร์บอมบ์ที่นราธิวาส
 
 
              21 ก.พ.58 พ.ต.ท.เนติธร วัตตธรรม หัวหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส พ.ต.ต.ประจวบ นิ่มเรือง สว.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส ร่วมกันหาหลักฐานเพิ่มเติมจุดเกิดเหตุคาร์บอมบ์หน้าร้านโดโด้คาราโอเกะ ถนน ณ นคร ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส เหตุเกิดช่วงบ่ายของวันที่ 20 ก.พ. เพื่อนำไปประกอบเป็นวัตถุพยานในสำนวนคดี ส่วนจุดเกิดเหตุที่คนร้ายนำพาหนะมาจอดไว้บริเวณทางแยกเข้าศาลเจ้าแม่กวนอิม เจ้าหน้าที่ได้หลักฐานเพิ่มเติม คือ รถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ซุกซ่อนระเบิดเป็นรถ ที่ีนายจักราช สมเหมือน ได้แจ้งหายไว้ที่ สภ.เมืองนราธิวาส เมื่อวันที่ 5 ม.ค.58 
 
              นอกจากนี้ทางศูนย์เยียวยา อ.เมือง จ.นราธิวาส ได้นำเจ้าหน้าที่มาตั้งจุดรับแจ้งผู้ได้รับความเสียหาย จากเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น เพื่อรวบรวมในการเบิกเงินงบประมาณมาให้การช่วยเหลือในการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นครั้งนี้ด้วย โดยมีผู้เสียหายมาแจ้งความประสงค์ในเบื้องต้น รวมทั้งสิ้น 43 ราย แยกเป็นอาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหาย 40 ราย ยานพาหนะเสียหาย 3 ราย
 
              ส่วนบริเวณจุดเกิดเหตุ ล่าสุดทางสำนักงานเทศบาลเมืองนราธิวาส ได้นำเต็นท์จำนวน 3 หลัง มากางเพื่อให้ชาวบ้านบางส่วนที่ไม่มีที่อยู่อาศัย ได้ใช้เป็นสถานที่พักชั่วคราว ก่อนที่จะขยับขยายไปอาศัยอยู่ในที่ต่างๆตามความประสงค์
 
              ด้านเจ้าของร้านคาราโอเกะรายหนึ่ง (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) เปิดเผยว่า จะหยุดทำกิจการร้านคาราโอเกะแล้ว โดยจะไปยึดอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวนอกเมือง เปิดร้านทำมาหากินที่นี่มานานกว่า 10 ปี กลับไม่เหลืออะไร ก็ต้องดิ้นรนหาเงินส่งลูกเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯต่อไป
 
 
กอ.รมน.ภาค 4 เผยได้เบาะแสรถก่อเหตุคาร์บอมบ์นราฯ
 
 
              พอ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน( กอ.รมน.)ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากเหตุคนร้ายได้วางระเบิดแบบแสวงเครื่องในเขตพื้นที่เมืองนราธิวาส เหตุเกิดวันศุกร์ที่ 20 ก.พ. เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 17 ราย และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย เป็นจำนวนมาก ข้อมูลอย่างเป็นทางการพบว่า คนร้ายได้ลอบวางระเบิดพร้อมกัน 3 จุด แต่สามารถเก็บกู้ได้ 2 จุด ซึ่งเป็นผลมาจากการแจ้งเบาะแสของประชาชนทำให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทันท่วงที ลดความสูญเสียได้จำนวนมาก และเกิดระเบิด 1 จุด โดยพบว่า เป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุไว้ในรถกระบะ
 
              ทั้งนี้คนร้ายได้ปล้นฆ่ามาจากเจ้าของ ในพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา และนำไปก่อเหตุที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เมื่อ 11 ก.ย. 2557 ก่อนนำมาใช้ประกอบวัตถุระเบิดดังกล่าว สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บปัจจุบันยังคงรักษาตัวที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ 8 คน และอนุญาตให้กลับบ้านแล้ว 9 คน ที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหาย 17 หลัง“การสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในครั้งนี้ เป็นความพยายามทำลายบรรยายกาศกระบวนการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำลายภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจ และทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐที่พยายามแก้ไขปัญหาเชิงสันติวิธี ”
 
              พอ.ปราโมทย์ กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการเน้นย้ำให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อนำไปสู่การขยายผล ติดตามจับกุมคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายและรายงานความคืบหน้าให้สังคมทราบเป็นระยะๆ พร้อมกับได้กำชับให้เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อหาทางช่วยเหลือเยียวยา ซ่อมแซมและฟื้นฟูให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติอย่างเร่งด่วนที่สุด ทั้งนี้จะทำการขยายผลยุทธศาสตร์ประชาชนมีส่วนร่วม ตามมาตรการชุมชนเข้มแข็ง โดยให้จัดกิจกรรมทำประชาคมสร้างความเข้าใจเพื่อให้ประชาชนทุกครัวเรือนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลชุมชน ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการรักษาความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น