
พวกเราไม่เอาหลุมก๊าซปฏิบัติการป้องสิทธิ์ชาวนามูล
พวกเราไม่เอาหลุมก๊าซ ปฏิบัติการป้องสิทธิ์ชาวนามูล : จิติมา จันพรมรายงาน
ปฏิบัติการขนย้ายอุปกรณ์เพื่อขุดเจาะก๊าซปิโตรเลียมของบริษัท อพิโก้ (โคราช) เพื่อนำเข้าไปยังแปลง สัมปทานที่ L27/43 ซึ่งห่างจากหมู่บ้านนามูล ต.ดูนสาด อ.กระนวน จ.ขอนแก่น เพียง 2 กิโลเมตร เป็นไปด้วยความยากลำบากตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ที่เริ่มขนย้ายวันแรก ทั้งที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะใช้เวลาขนย้ายเพียง 4 วัน และคาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 16 กุมภาพันธ์เท่านั้น แต่ก็ล่วงเลยมาเกือบสัปดาห์
เรื่องที่คิดไว้แต่แรกว่าจะเป็นไปโดยสะดวกกลับกลายเป็นเรื่องยากขึ้นมาทันตาเห็น เพราะชาวบ้านเจ้าของพื้นที่พากันลุกขึ้นมาแสดงพลังคัดค้าน
สาเหตุการเคลื่อนไหวของชาวบ้านนามูล ต.ดูนสาด เกิดขึ้นเพราะพวกเขาเล็งเห็นว่า การเข้ามาของบริษัท อพิโก้ (โคราช) ในครั้งนี้ คงไม่แตกต่างจากการเข้าไปขุดเจาะก๊าซของบริษัทเดียวกันก่อนหน้า ที่เคยไปขุดเจาะในหลุมสำรวจ L 27/43 บนเนื้อที่ 983.06 ตารางกิโลเมตร โดยมีหลุมผลิตอยู่ที่ดงมูล บ้านนาคำน้อย ต.หนองใหญ่ อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ โดยหลุมก๊าซที่ขุดเจาะอยู่บนภูเขาสูงด้านฝั่งตะวันออกของหมู่บ้านนามูล
ในการขุดเจาะเพื่อสำรวจครั้งนั้น ผลปรากฏว่า พบปิโตรเลียมที่สามารถพัฒนาได้ หากแต่ระหว่างการเข้าไปขุดเจาะและสำรวจเผาก๊าซได้ส่งผลกระทบต่อพืชผลการเกษตรของชาวบ้าน แม้จะมีการจ่ายชดเชยค่าเสียหาย แต่ชาวบ้านเห็นว่า ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม
บ้านนาคำน้อย ที่สำรวจพบก๊าซแห่งนี้ เป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดกับบ้านนามูล ต.ดูนสาด ห่างกันเพียงแค่เขตลำห้วยสายบาตรกั้นกลางเท่านั้น จึงแน่นอนว่า ผลกระทบที่เกิดจากหลุมก๊าซแห่งนั้น ย่อมส่งผลมาถึงพวกเขาซึ่งอยู่อีกฝั่ง
“ข้าวนาพ่อมันไม่ออกรวง ต้นมะขามกะได้ผลน้อย มะพร้าวเคยมีลูกดกแจกลูกแจกหลานปรากฏว่าไม่มีผลเลย ทำให้เดือดร้อนไปหมด มารู้ทีหลังว่าเกิดจากการขุดเจาะก๊าซนี่แหละ และพอรู้ว่าชาวบ้านนาคำน้อยก็เดือดร้อนเหมือนกัน และพอเรามารู้ว่าบริษัทนี้จะมาขุดเจาะก๊าซที่บ้านเราอีก เราเลยต้องคัดค้าน เพราะกลัวจะไม่มีอยู่มีกิน กลัวลูกหลานเดือดร้อน” พ่อวิชัย ใจบุญ อายุ 54 ปี หนึ่งในชาวบ้านนามูล ต.ดูนสาด ที่ออกมาคัดค้านร่วมกับเพื่อนบ้านอีก 40 ครอบครัว เพราะพวกเขามีที่ดินและแปลงพืชผลอยู่ติดกับหลุมขุดเจาะที่กำลังจะเกิดขึ้น
นอกจากนั้นยังมีคำถามจากคนภายนอกว่า ที่บ้านนามูลแห่งนี้ เคยมีหลุมขุดเจาะก๊าซของบริษัทเอสโซ่มาก่อนตั้งแต่ปี 2532 ทำไมชาวบ้านไม่เห็นคัดค้าน ทำไมเพิ่งมาคัดค้านตอนนี้ เรื่องนี้ พ่อทรงยศ แสนโคตร อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 274 หมู่ 7 บ้านนามูล บอกว่า ตอนบริษัทเอสโซ่มาขุดเจาะปี 2532 ชาวบ้านไม่รู้เรื่อง ไม่มีข้อมูล ไม่รู้ผลกระทบ เพราะเป็นการมาสำรวจในยุคแรกๆ ยังไม่เคยมีใครรู้เรื่องมาก่อน แต่พออยู่มาเรื่อยๆ หลังมีการจุดไฟเผาที่ปล่องก๊าซก็พบว่าร้อน พืชผลก็เสียหาย แต่ไม่คิดว่าจะเกิดจากผลกระทบตรงนั้น เพราะเราไม่มีข้อมูล จนกระทั่งพอเขาปิดหลุมไป พืชผลก็กลับมางอกงาม อ้อยก็งาม ยางพาราก็ออกน้ำยางดี และต่อมาพอมีบริษัทอพิโก้มาขุดเจาะที่ บ้านนาคำน้อย อ.หนองกุงศรี อีก ชาวบ้านก็ได้รับผลกระทบอีก เลยเข้าใจว่า มันเกิดจากการขุดเจาะก๊าซนี่เอง
“พอมีข่าวว่าเขาจะมาอีก และขุดเจาะบริเวณใกล้ๆ กับที่เดิมเราเลยกลัว ต้องออกมาคัดค้าน ใครจะว่าเราขัดขวางความเจริญก็ตาม เพราะเราอยู่ใกล้เรากลัว คนอื่นอยู่ไกลไม่กลัวก็เรื่องของเขา”พ่อทรงยศ บอก
ในขณะที่ผู้ดูแลพื้นที่อย่าง นิรันดร อ่อนสาคร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.ดูนสาด บอกว่า ในฐานะตัวแทนชาวบ้านและเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่ ปัญหาที่สมาชิกในหมู่บ้านออกมาต่อต้านนั้น ตนก็หนักใจอยู่ เพราะชาวบ้านที่เขาอยู่ใกล้หลุมที่จะมีการขุดเจาะได้ลุกขึ้นมาต่อต้านเป็นจำนวนมากพอสมควร
"แต่ผมก็อยากจะรับรู้ข้อมูลและฟังความทั้งสองด้าน เพราะหากไปคัดค้านก็จะเป็นการขัดขวางความเจริญ เพราะเป็นนโยบายของรัฐบาล แต่หากไปสนับสนุนเต็มตัวก็ไม่ได้ เพราะเรายังไม่รู้ผลกระทบที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามอยากให้คนที่มีอำนาจมาแก้ไขปัญหา เพื่อให้ชาวบ้านอยู่ได้และไม่มีผลกระทบกับการขุดเจาะสำรวจที่เกิดขึ้น"
ด้านผู้บริหารบริษัท อพิโก้ (โคราช) อย่าง พิศุทธิ์ นิลสินธพ ผอ.ฝ่ายรัฐกิจและชุมชนสัมพันธ์ กล่าวว่า หลังจากการขนลำเลียงอุปกรณ์เข้ามายังแท่นขุดเจาะทั้งหมด แต่ยังไม่ได้ขุดเจาะแต่อย่างใด แผนต่อไปคือ ต้องรอมติคณะกรรมการ 3 ฝ่าย ที่จังหวัดได้กำหนดทั้งส่วนราชการ บริษัท และชุมชน โดยตัวแทนของชุมชนมีทุกฝ่ายเข้าร่วมเช่นกัน จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถกำหนดได้ว่า จะเริ่มลงมือขุดเจาะได้เมื่อไหร่
“หากเราขุดเจาะช้า ต้องเสียค่าปรับในการดำเนินการล่าช้า วันละ 5 หมื่นเหรียญ จากกำหนดขนย้ายตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม 2558 เป็นต้นมา จนเลื่อนมาเป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้ว และถ้ายังไม่สามารถขุดเจาะได้ก็จะต้องถูกปรับไปทุกวัน เราได้พยายามทำความเข้าใจกับชาวบ้าน มีการเคาะประตูอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่แล้ว เพื่อการประชาสัมพันธ์ ที่โจมตีว่าบริษัทเอาชื่อชาวบ้าน 800 ครัวเรือน จาก 11 หมู่บ้านไปทำประโยชน์ขออนุญาตเอาเครื่องจักรผ่าน ต.ดูนสาด ก็ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด"
พิศุทธิ์ ย้ำว่า การขนส่งไม่จำเป็นต้องขออนุญาต เพียงแต่แจ้งทางหลวง กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และอำเภอพื้นที่ก็เพียงพอแล้ว นอกจากนี้บริษัทได้นำโครงการซีเอสอาร์เข้าในพื้นที่ ทำความรู้จักกับชาวบ้าน มีกิจกรรมร่วมกับชาวบ้าน ทั้งทางโรงเรียน วัด มีการสร้างป้อมตำรวจในชุมชน ที่ทำการกำนันผู้ใหญ่บ้าน และยังจะมีอีกหลายโครงการที่จะเข้าไปถึงชุมชน ซึ่งขณะนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
พิศุทธิ์ เสริมอีกว่า การดำเนินการทุกอย่างของบริษัท เป็นไปตามกฎระเบียบมาโดยตลอด ไม่มีขั้นตอนใดที่ผิดกฎหมาย เพราะได้รับการควบคุมจากกรมเชื้อเพลิงฯ ทั้งหมด
สำหรับ บริษัท อพิโก แอลแอลซี หรือ บริษัท อพิโก้ (โคราช) จำกัด ได้ขอเข้ามาขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมในพื้นที่ภาคอีสานหลายแห่ง ทั้งในพื้นที่ จ.อุดรธานี จ.กาฬสินธุ์ และจ.ขอนแก่น โดยแต่ละหลุมที่ไปสำรวจนั้น ถูกต่อต้านจากชาวบ้านที่เกรงว่าจะได้รับผลกระทบจากการขุดเจาะแทบทั้งสิ้น



