ข่าว

ก่อนที่รถไฟความเร็วสูงจะตกราง

ก่อนที่รถไฟความเร็วสูงจะตกราง

20 ก.พ. 2558

ก่อนที่รถไฟความเร็วสูงจะตกราง : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล

              มีเสียงพูดกันว่า ไปๆ มาๆ ภารกิจที่สำคัญยิ่งของรัฐบาลชุดนี้ก็คือ วิ่งหาเงินมาสร้างทางรถไฟความเร็วสูงในเส้นทางที่เชื่อมต่อกับเส้นทางคุนหมิง-เวียงจันทน์ เพื่อทะลุลงไปถึงสิงคโปร์ ซึ่งเป็นความอยากได้ใคร่มี ผสมกับผลประโยชน์ของรัฐบาลชุดก่อน

              หลายปีก่อน ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการคมนาคมคนหนึ่ง ได้ไปพูดให้ชมรมคอลัมนิสต์ฯ ซึ่งผมเป็นสมาชิกคนหนึ่งของชมรม ฟัง เกี่ยวกับงานในความรับผิดชอบของท่าน ซึ่งรวมถึงรถไฟความเร็วสูง ซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักกันสักเท่าไหร่ ผมจำได้ว่า ท่านพูดถึงโครงการที่จีนจะมาลงทุนสร้างทางรถไฟความเร็วสูง และดำเนินการเดินรถไฟ ซึ่งจะทำจากคุนหมิงในมณฑลยูนนานของจีน มายังเวียงจันทน์ สปป.ลาว ผ่านไทยไปสิงคโปร์ เป็นระยะทาง 3,900 กม. โดยในส่วนที่ผ่านไทยนั้น ไทยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ นอกจากการให้สัมปทานการเดินรถแก่จีน ผมจำได้รางๆ ว่า มูลค่าการก่อร้างในตอนนั้น ราวๆ 2-3 หมื่นล้านบาท ตอนนั้นฟังแล้วก็เออๆ ค่ะๆ ไปตามเรื่อง เพราะรู้สึกเป็นเรื่องความฝันหวานที่ห่างไกลจากความเป็นจริง แต่ที่ไหนได้ ในเวลาต่อมาก็ได้ข่าวว่า จีนก็ลงมือสร้างทางรถไฟความเร็วสูง คุนหมิง-เวียงจันทน์ จริงๆ และเมื่อผมมีโอกาสไปลาว ก็มีคนเล่าให้ฟังว่า การสร้างทางรถไฟดังกล่าว จีนสร้างให้เปล่า แต่ลาวต้องให้ที่ดินสองข้างทางรถไฟ ข้างละ 5 กม. และบริเวณที่เป็นสถานีรถไฟ เป็นระยะทาง 15 กม.ให้จีนดูแล และทำประโยชน์ ในการก่อสร้างก็จะนำวิศวกรและคนงานจีนเข้ามาทำงานและเมื่อเสร็จแล้วก็จะ
              มีช่างและคนงานจีนเข้ามาอยู่ในลาวตลอดเส้นทางรถไฟ ซึ่งน่าจะเป็นตัวเลขหลายหมื่นคน รวมถึงความตกลงอื่นๆ อีกหลายประการ สำหรับลาวซึ่งเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทางทะเล และสถานะทางเศรษฐกิจไม่ดีนัก การมีเส้นทางคมนาคมและขนส่งสินค้าเช่นนี้ ย่อมดีกว่าต้องอาศัยท่าเรือของเวียดนามหรือไทย ส่วนสำหรับจีน เป็นนโยบายของรัฐบาลกลางในการเปิดประตูให้คุนหมิง ซึ่งมีศักยภาพในการผลิตสินค้าทั้งเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม แต่เป็นมณฑลปิด ไม่มีทางออกทางทะเล ได้มีโอกาสหายใจได้เต็มปอด โดยก่อนหน้านี้จีนได้ผูกสัมพันธ์กับประเทศในเอเชียใต้มาเป็นเวลานาน ผ่านงานเอ็กซ์โปที่คุนหมิง เป้าหมายของจีนก็คือ การเปิดเส้นทางสายไหมยุคใหม่ จากจีนมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญในภูมิภาคนี้ของโลก ขณะเดียวกันทางฝ่ายไทย รัฐบาลที่บริหารประเทศอยู่เวลานั้นก็เริ่มพลิกแพลง จากการที่จะให้จีนเข้ามาลงทุนแต่แรก ก็กลายเป็นรัฐบาลจะลงทุนเองทั้งหมด และมูลค่าของโครงการก็เพิ่มขึ้นเป็นแสนล้าน และเป็นต้นเหตุให้จีนมึนตึงกับไทยไประยะหนึ่ง

              รถไฟความเร็วสูงนั้น พูดก็พูดเถอะครับ เป็นความอยากได้ใคร่มีของรัฐบาลชุดที่แล้ว ซึ่งหากเป็นไปตามโครงการแต่เดิม ไทยก็จะถูกจีนรวบหัวรวบหางกินกลางตลอดตัว เช่นเดียวกับลาว แต่ถ้ารัฐบาลคิดใหม่ทำใหม่จะทำเอง เงินจำนวนหลายหมื่นล้านก็ไม่รู้ว่าจะหกเรี่ยเสียราด หรือไปกองอยู่หน้าตักของใคร? ทั้งๆ ที่ประโยชน์ของรถไฟความเร็วสูงสายนี้แทบทั้งหมดตกอยู่กับจีน ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสินค้า และสิงคโปร์ ซึ่งเป็นเมืองท่าปลายทาง ในความเห็นส่วนตัวของผม รถไฟความเร็วสูงไม่ใช่ความจำเป็นเร่งด่วน นำเงินจำนวนนี้ไปปฏิรูประบบเกษตรกรรม ซึ่งเป็นหัวใจของประเทศ ให้มีความเข้มแข็ง น่าจะเป็นคุณูปการต่อประเทศและประชาชนในระยะยาวมากกว่า ส่วนรถไฟก็ปรับปรุงจากสภาพปัจจุบันให้ดีขึ้น สะดวกสบายขึ้น ไปพลางๆ ก่อน ไม่ต้องรีบร้อนเหมือนเด็กอยากได้ของเล่น - รถไฟความเร็วสูงจากคุนหมิงจะมาจ่อที่เวียงจันทน์ก็ให้จ่อไป แต่ถ้าจะไปสิงคโปร์ก็ต้องให้มีการขนถ่ายสินค้ามาขึ้นรถไฟไทย แบบไทยๆ ของเรา ผมได้ยินว่า เวียดนามเองก็ไม่ยอมเชื่อมต่อทางรถไฟกับจีนเพื่อไปยังเมืองท่าของตน แต่ยังคงใช้รางในระบบเดิม และต้องมีการขนถ่ายสินค้าจากรถไฟจีนมาขึ้นรถไฟเวียดนาม โดยไม่ปล่อยให้จีนทะลุทะลวงล้วงตับได้

              มีเสียงเล่าลือว่า ตอนนี้รัฐบาลเบนเข็มไปหาญี่ปุ่นให้เข้ามาลงทุนแทนจีน แต่ก็เจอเงื่อนไขที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกก็เลยทำท่าจะหมุนคว้างอีกครั้ง ซึ่งมีผู้รู้บางท่านคุยเล่นๆ กับผมว่า ทางเลือกทางหนึ่งคือ การตั้งบริษัทร่วมลงทุน โดยแสวงหาประเทศพันธมิตรภายนอก ซึ่งปัจจุบันมีฐานะทางเศรษฐกิจอยู่ในขั้นดาวรุ่ง เช่น บราซิล อินโดนีเซีย อินเดีย หรือรัสเซีย มาลงขันร่วมกัน โดยแต่ละประเทศก็ไม่ต้องควักกระเป๋ามากมายนัก และให้ผลประโยชน์ตอบแทนที่เหมาะสม ดีกว่าที่รัฐบาลชุดนี้จะต้องแบกหนี้สินและหนี้กรรมของรัฐบาลชุดก่อนไว้คนเดียว

              ครับ ทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องกิรดังได้ยินได้ฟังมา