
บิ๊กตู่ฉุนสื่ออีก!ถูกถามเรื่องปู-ธัมมชโย
บิ๊กตู่ฉุนสื่ออีก!ถูกถามปูไปนอก-จัดการธัมมชโยปาราชิก ไพบูลย์เล็งเสนอตั้งองค์กรถ่วงดุลมส.
19ก.พ.2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่อัยการสูงสุด (อสส.) ทำเรื่องส่งฟ้องศาลฎีกา แผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เอาผิดน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีโครงการรับจำนำข้าวว่า เรื่องนี้ต้องรอดูทางอัยการสูงสุดก่อนว่าเขาว่าอย่างไร ผู้สื่อข่าวถามว่าอสส.ระบุว่าในเรื่องการเดินทางไปต่างประเทศของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้เป็นเรื่องการพิจารณาของคสช.พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทางอสส.ก็จะทำหนังสือเสนอกลับมาทุกครั้ง ซึ่งตนก็ถามกลับไปว่าการไปต่างประเทศจะมีผลอะไรหรือไม่ ทางอสส.ก็จะตอบกลับมาว่าขอร้องให้หยุดไปก่อนในช่วงนี้ในระหว่างการดำเนินคดีเอกสารก็มีชัดเจนไม่เคยเห็นกันหรืออย่างไร
“แล้วทั้งหมดจะมาบอกว่าเป็นอำนาจของคสช.ถ้าคสช.อนุญาตไปแล้วแล้วเกิดเขาไม่อยู่จะทำอย่างไร คสช.ก็ผิดอีก โธ่เอ้ย มันก็มาลงที่ผมทั้งหมดแหละ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวระบุว่าก็เมื่อท่านเป็นนายกฯ ก็ต้องตัดสินใจ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอย่างมีอารมณ์ ว่า “เพราะผมเป็นนายกฯ เหรอ งั้นผมใช้อำนาจคสช.ทุกอย่างเอาไหมเล่า จะใช้อำนาจในทุกมาตราเอาหรือไม่ ปิดสื่อทุกสื่อ อำนาจผมมีขนาดนั้น ผิดจับมายิงเป้าได้เลย แต่ผมก็ยังไม่ได้ทำสักอัน”
ระบุพศ.กำลังดำเนินการกับ"ธัมมชโย"
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสำนักงานพระพุทธศาสนาออกมาระบุว่าพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดธรรมกายเป็นปาราชิกขาดจากความเป็นภิกษุตามพระลิขิตสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกว่า ก็ต้องดูว่ามติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าอย่างไร ขณะนี้ต้องรอให้ทางคณะกรรมการของสำนักงานพระพุทธศาสนาได้พิจารณาเสนอเรื่องขึ้นมา และไม่จำเป็นจะต้องเร่งถาม เพราะเขามีขั้นตอนในการดำเนินการอยู่แล้ว
“สื่อก็มาถามให้ผมเร่งไปถามเรื่องนั้นเรื่องนี้เร่งกันเข้ามา สุมไฟกันเข้าไปทุกๆ เรื่องปัญหาเต็มไปหมด ไปถามรัฐบาลก่อนหน้าผมบ้างว่าทำไมถึงไม่ทำมติที่ออกมาตั้งแต่เมื่อไร ตั้งแต่ปี 2542 ใช่หรือไม่เป็นรัฐบาลชุดไหน ไปถามดูว่าทำไมถึงไม่ทำ อย่างไรก็ตามขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณาโดยรับเรื่องมาทั้งหมดเดี๋ยวก็คงค่อยดำเนินการไปทีละขั้นตอน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
อย่างไรก็ตามทางวัดธรรมกายได้ออกแถลงการณ์ระบุสั้นๆว่าเรื่องดังกล่าวยุติแล้ว
‘ไพบูลย์’เล็งเสนอตั้งองค์กรถ่วงดุลมส.
นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูป แนวทางและมาตรการปกป้อง พิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา กล่าวว่า ตนจะต้องตรวจสอบแนวทางมาตรการปกป้องพระพุทธศาสนา ก็เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าไม่สามารถทำความชัดเจนได้โดยผ่านทางมหาเถรสมาคมกรณี พ.ร.บ.สงฆ์ ก็แสดงว่า พ.ร.บ.สงฆ์ ฉบับ พ.ศ. 2505 น่าจะมีปัญหา ต้องนำมาปรับปรุง แต่ก็เชื่อว่ามหาเถรสมาคม จะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งออกไป
นายไพบูลย์ กล่าวว่า ส่วนแนวทางนั้น คณะกรรมการกำลังรวบรวมข้อมูลต่างให้ครบถ้วนๆ และทำเรื่องส่งไปยังมหาเถรสมาคมต่อไปว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร จากนั้นจะดำเนินการสรุปและส่งไปยังมหาเถรสมาคม สำนักพระพุทธศาสนา และส่งไปยังนายกรัฐมนตรีต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า จากกรณีศึกษาของวัดพระธรรมกาย การคิดประเด็นเรื่องการปฏิรูปในการแก้ไขปัญหาศาสนา มีประเด็นอะไรที่จะป้องกันเหตุเหล่านี้ นายไพบูลย์ กล่าวว่า เราคงมองกลไก เพราะหลักใหญ่แล้ว กิจการพระพุทธศาสนาคงจะต้องกลับไปยึดตามพุทธบัญญัติ หรือพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าพระราชทานมา เพราะเราเป็นพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท ดังนั้นต้องกลับไปดูทั้งในเรื่อง 1.เงินของพระสงฆ์และเงินของวัด เพราะยังมีเรื่องความไม่ชัดเจนในเรื่องการถือครอง และจะถือครองได้อย่างไร จะเปิดเผย ตรวจสอบได้หรือไม่ กรณีีนี้จะต้องกำหนดให้ชัดเจนเรื่องเงินของวัดและเงินของพระ
นายไพบูลย์ กล่าวว่า 2.เป็นเรื่องที่เป็นปัญหามาโดยตลอด ทุกวัดและทุกพระสงฆ์มักอ้างพระธรรมวินัย แต่ความจริงแล้ว พระธรรมวินัยกับพุทธบัญญัติมีเพียงหนึ่งเดียว และเป็นส่วนของพระไตรปิฎก ในส่วนของพุทธบัญญัติ ดังนั้นจึงจำเป็นยิ่งที่จะต้องมีองค์กรเข้ามาตีความตรงนี้ให้ชัดเจน ซึ่งเดิมเป็นหน้าที่มหาเถรสมาคม แต่ดูแล้วน่าจะยังมีปัญหาอยู่ในขณะนี้ จึงจำเป็นต้องปรับปรุงในส่วนนี้ 3.การดูแลกิจการพระพุทธศาสนา ที่อยู่ตามวัดในต่างจังหวัดทั้งประเทศ ซึ่งมี 40,000 วัด ซึ่งยังขาดการมีส่วนร่วมประชาชนในโครงสร้างของ พ.ร.บ.สงฆ์ พ.ศ. 2505 อำนาจของแต่ละวัดอยู่ ที่เจ้าอาวาสเพียงผู้เดียวซึ่งขัดต่อหลักธรรมวินัย ดังนั้นต้องปฏิรูปให้คณะสงฆ์มีส่วนร่วมในการดูแลวัด ให้อุบาสกอุบาสิกาซึ่งเป็นพุทธบริษัท เข้ามามีส่วนร่วมในกิจการของศาสนาในแต่ละวัดด้วย
ผู้สื่อข่าวถาม ถึงการตั้งองค์กรมาดูแลว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ในส่วนของการพิจารณาโครงสร้างต่างๆ แล้วนำมาสู่การแก้ไขปัญหาจะเป็นรูปแบบใด แต่ต้องยอมรับว่าขณะนี้มีปัญหามาก ปัจจุบันมหาเถรสมาคมทำหน้าที่ทั้ง 3 ด้าน คือ บริหาร ตุลาการ และนิติบัญญัติในวงการพระสงฆ์ ซึ่งทางมหาเถรสมาคมเป็นองค์กรที่ตั้งตามบทบัญญัติของกฎหมายการมีอำนาจรวมทั้ง 3 แบบในองค์กรเดียวกัน อาจจะไม่มีการตรวจสอบ ถ่วงดุล ดังนั้นก็อาจจะต้องปรับปรุงในส่วนนี้ด้วย



