
เสนอคุมสื่อลามกอนาจารเด็ก
19 ก.พ. 2558
สนช.ประเดิมเสนอกฎหมายคุมเข้มสื่อลามกอนาจารเด็ก รับหลักการ ก.ม.ลดคดีในศาลฎีกา
19 ก.พ. 58 ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ที่ น.ส.จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร สนช. กับคณะ เป็นผู้เสนอ โดยสาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ เพื่อกำหนดให้ความผิดเกี่ยวกับการครอบครองสื่อลามกอนาจารเป็นความผิดเฉพาะการมีไว้ครอบครองเพื่อการค้า เพื่อการแจกจ่าย หรือเพื่อการแสดงอวดประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าในราชอาณาจักร ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาหรือทำให้แพร่หลายด้วยประการใดๆ ประกอบการค้า หรือมีส่วนเกี่ยวข้องในการค้า โดยไม่ได้แยกประเภทของสื่อลามกอนาจารผู้ใหญ่ และสื่อลามกอนาจารเด็ก
ทั้งนี้การครอบครองสื่อลามกอนาจารผู้ใหญ่ ถือเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลที่สามารถกระทำได้ แต่สื่อลามกเด็กเป็นการละเมิดสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของเด็กตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ประกอบกับการผลิตสื่อลามกอนาจารเด็ก เป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาชัดแจ้ง นอกจากนี้การกระทำดังกล่าว เป็นปัจจัยหนึ่งซึ่งก่อให้เกิดการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก สมควรที่จะกำหนดให้มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
น.ส.จินตนันท์ อภิปรายว่า ที่ผ่านมาได้พยายามผลักดันกฎหมายฉบับนี้มา 8 ปี 4 รัฐบาล แต่ไม่สำเร็จ มีประชาชนเข้าร่วมลงรายชื่อกว่า 2 หมื่นรายชื่อ โดยหวังว่าเรื่องนี้จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหา ทั้งเรื่องการกำหนดนิยามสื่อลามกอนาจารให้ครอบคลุมกับเทคโนโลยีที่พัฒนาไปหลายสื่อและรูปแบบ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องเร่งแก้ไข
ขณะที่คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี สนช. อภิปรายว่า เห็นด้วยกับหลักการกฎหมายที่กำหนดให้ผู้ครอบครอง จำหน่ายผลิต มีโทษหนักกว่าสื่อลามกอนาจารผู้ใหญ่ แต่เห็นว่าบทกำหนดโทษ มาตรา 4 เพิ่มโทษจำคุกเป็นไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท นั้นอาจไม่สอดคล้องกับการวางหลักเกณฑ์เทียบเคียงที่ให้โทษจำคุก 1 ปี เท่ากับโทษปรับ 2 หมื่นบาท ดังนั้นหากเทียบกับโทษไม่เกิน 3 ปี โทษปรับควรจะเป็น 6 หมื่นบาท หรือไม่
ขณะที่นายพรเพชร แจ้งต่อที่ประชุมว่า การเสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เป็นการเสนอของสมาชิก สนช. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 14 วรรค 5 ซึ่ง รัฐบาลอาจสามารถขอรับไปพิจารณา ดังนั้นก่อนที่ สนช.จะมีการลงมติรับหลักการ จึงจะขอฟังความเห็นจากตัวแทนรัฐบาลก่อน
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า การเสนอขอแก้ไขกฎหมายอาญา ซึ่งถือเป็นกฎหมายหลักของประเทศ มีปัญหาที่จะต้องพิจารณาว่าจะกระทบกับกฎหมายเดิมที่มีอยู่แล้วหรือไม่ หรือตามเหตุผลที่เสนอร่าง พ.ร.บ. ที่อ้างถึง อนุสัญญาสิทธิเด็กฯ นั้นจะต้องตรวจสอบให้ท่องแท้ว่าการจะอนุมัติเนื้อหาตามอนุสัญญาครบถ้วนหรือไม่ และต้องพิจารณาว่าซ้ำซ้อนกฎหมายเดิมหรือไม่ รวมทั้งอัตราโทษที่มีสมาชิกตั้งข้อสังเกต ดังนั้นรัฐบาลจึงขออนุญาตนำกลับไปพิจารณาภายใน 20 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งและเสนอความเห็นกลับมายัง สนช. ก่อนเข้าสู่การพิจารณารับหลักการต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ถือเป็นร่างกฎหมายแรกที่ สนช.เป็นผู้นำเสนอเข้าสู่การประชุมของ สนช. โดยมีสมาชิก สนช. จำนวน 50 คน เป็นผู้ร่วมเสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว โดยสาระสำคัญของร่างนี้ คือ กำหนดคำนิยามคำว่า “สื่อลามกอนาจารเด็ก” ไว้ในมาตรา 1 ของประมวลกฎหมายอาญา กำหนดให้ผู้ใดที่มีวัตถุหรือสื่อลามกอนาจารของเด็กอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไว้ในความครอบครอง โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากผู้ใดมีวัตถุหรือสื่อลามกอนาจารของเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไว้ในความครอบครอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีการผลิต มีไว้ นำเข้า ส่งออกพาไปหรือทำให้แพร่หลายของสื่อลามกอนาจารของเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
รับหลักการกฎหมายลดคดีในศาลฎีกา
เมื่อเวลา 09.30 น. มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นประธาน โดยที่ประชุมได้พิจาณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่...) พ.ศ. ... (แก้ไขเพิ่มเติมการอุทธรณ์ฎีกา) ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ
สำหรับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมีสาระสำคัญ คือ การกำหนดหลักเกณฑ์ในการนำคดีแพ่งขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกา จากเดิมที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในส่วนการฎีกา ไม่สามารถกลั่นกรองคดีที่ไม่เป็นสาระอันควรแก่การวินิจฉัยของศาลฎีกาได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอ ทำให้การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลฎีกาเกิดความล่าช้า โดยได้กำหนดหลักเกณฑ์ของคดีที่จะสามารถนำมาพิจารณาในศาลฎีกาจำนวน 6 ข้อ ได้แก่
1. ปัญหาเกี่ยวพันกับประโยชน์สาธารณะ 2. เมื่อคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยข้อกฎหมายที่สำคัญขัดกันหรือขัดกับแนวบรรทัดฐานของคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลฎีกา 3. คำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยข้อกฎหมายที่สำคัญ ซึ่งยังไม่มีแนวคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลฎีกามาก่อน 4. เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์ขัดกับคำพิพากษาหรือคำสั่งอันถึงที่สุดของศาลอื่น 5. เพื่อเป็นการพัฒนาการตีความกฎหมาย และ 6. ปัญหาสำคัญอื่นตามข้อกำหนดของประธานศาลฎีกา ซึ่งการพิจารณาจะขึ้นอยู่กับองค์คณะผู้พิพากษาที่ประธานศาลฎีกาแต่งตั้ง ประกอบด้วย รองประธานศาลฎีกา ผู้พิพากษาในศาลฎีกา ซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาอย่างน้อย 3 คน
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า หลักในการนำขึ้นศาลฎีกาที่ผ่านมา มักจะใช้ระบบสิทธิที่คู่ความสามารถนำคดีไปสู่ศาลฎีกา ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะมีหลักการในการนำคดีขึ้นฎีกาผ่านระบบการให้อนุญาตโดยให้ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาเอง แต่ยืนยันว่าระบบการให้อนุญาตลักษณะนี้ไม่ได้เป็นการตัดสิทธิของประชาชนหรือคู่ความในการสู้คดีที่ศาลฎีกา ระบบ3ศาล คือ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และ ศาลฎีกา ยังอยู่เหมือนเดิมทุกประการ ไม่ได้ตัดตอนเหลือแค่สองศาลแต่อย่างใด
"ผู้พิพากษาศาลฎีกามีจำนวนน้อยประมาณ 140 คน แต่มีปริมาณคดีที่ขึ้นไปศาลฎีกาสะสมจำนวนมากประมาณ 20,000 ถึง 25,000 คดี การเพิ่มจำนวนผู้พิพากษาศาลฎีกาเพื่อพิจารณาคดีที่คั่งค้างและจำนวนคดีไม่ใช่เรื่องที่ทำกันง่ายๆ เพราะต้องคำนึงถึงคุณภาพของบุคคลด้วย ดังนั้น จึงจำเป็นต้องหาแนวทางบรรเทาคดีที่จะขึ้นไปที่ศาลฎีกา เช่น คดีที่ไม่เป็นสาระ คดีที่ไม่ได้มีความสำคัญ คดีที่ประวิงเวลา ถ่วงเวลา เพื่อให้ได้ชื่อว่าสู้กัน 3 ศาล ยืดเวลาที่จะบังคับคดี"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิก สนช.ได้ท้วงติงและสอบถามถึงความชัดเจนจากรัฐบาลว่า การออกกฎหมายฉบับนี้จะเป็นการกระทบสิทธิ์ของประชาชนหรือไม่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญหลายฉบับที่ผ่านมาได้รับรองการใช้สิทธิ์ของประชาชนในการสู้คดีในชั้นศาลฎีกา ซึ่งนายวิษณุ ชี้แจงว่า ในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญของ สนช.สามารถปรับปรุงให้เหมาะสม และสอดคล้องกับความจำเป็นได้ ซึ่งรัฐบาลและสำนักงานยุติธรรมพร้อมจะให้ความร่วมมือต่อไป จากนั้นที่ประชุมได้มีมติรับหลักการวาระแรกด้วยคะแนน 168 ต่อ 9 เสียง ไม่เห็นด้วย 9 เสียงและงดออกเสียง 13 เสียง ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา จำนวน 21 คน แปรญัตติภายใน 15 วัน



