
ยกฐานะสตช.เป็นกระทรวงปฏิรูปองค์กรตำรวจใหม่?
ยกฐานะสตช.เป็นกระทรวงปฏิรูปองค์กรตำรวจใหม่? : กมลชนก ทีฆะกุลรายงาน
กระเเสการปฏิรูปโครงสร้างองค์กรตำรวจกำลังถูกจับตาจากสังคม เพราะที่ผ่านมาองค์กรตำรวจมักถูกการเมืองแทรกแซง พัวพันกับการคอร์รัปชั่นรูปแบบต่างๆ ส่งผลต่อการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน และยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ของตำรวจอย่างมาก แม้ที่ผ่านมาจะเคยมีการศึกษาวิจัยปัญหาและแนวทางปฏิบัติไว้ชัดเจน แต่ก็ยังไม่สามารถหลุดพ้นอำนาจทางการเมือง และยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ เเต่หากครั้งนี้จะมีการปรับเปลี่ยนอีกครั้ง สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ จะสามารถแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่
คณะทำงานกำหนดแนวทางปฏิรูปตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อยู่ระหว่างเดินสายระดมความคิดเห็นของตำรวจทั่วประเทศและประชาชนว่ามีความต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบใดที่จะตอบโจทย์ประชาชนให้ได้มากที่สุด
พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ในฐานะคณะทำงานและเลขานุการ เปิดเผยว่า ขณะนี้การกำหนดแนวทางการปฏิรูปตำรวจมีความคืบหน้าไปมากพอสมควรแล้ว โดยอยู่ระหว่างการระดมความคิดเห็นจากข้าราชการตำรวจและประชาชนทั่วประเทศ เพื่อให้ทราบถึงความต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กรตำรวจในรูปแบบใด ที่จะตอบสนองความต้องการให้พึงพอใจมากที่สุด
“กำลังระดมความเห็นจากตำรวจและประชาชน เพราะการปฏิรูปจำเป็นต้องสอบถามความเห็นจากผู้ปฏิบัติงานจริงว่าประสบปัญหาใดในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ และต้องเอาประชาชน ความต้องการของประชาชนเป็นตัวตั้งก่อน อย่างเช่น จะโยนหน่วยงานของตำรวจไปอยู่หน่วยงานราชการอื่น เช่น จะโอนตำรวจทางหลวงให้กรมทางหลวง ตำรวจรถไฟให้การรถไฟฯ ตำรวจป่าไม้ให้ทรัพยากรธรรมชาติ เขามีความพร้อมแค่ไหนที่จะรับ ไม่ใช่เขาไม่อยากรับ ปัญหาก็จะตกที่ประชาชน ถ้าเอาไปแล้วจะดีขึ้นหรือไม่ นี่คือคำถาม” พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กล่าว
แม้การปฏิรูปโครงสร้างตำรวจจะยังไม่เป็นรูปธรรม แต่ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ยอมรับว่า จากการเปิดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาระบบงานตำรวจ ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ในหัวข้อ "แนวทางการพัฒนาระบบงานตำรวจ" โดยมี พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ผบช.ภ.1 ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข อาจารย์ประจำภาควิชาจิตวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นายมานพ ทิพย์โอสถ อุปนายกสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อฯ ร่วมแสดงความคิด และข้าราชการตำรวจระดับ พ.ต.อ.ขึ้นไป 64 นาย ซึ่งเป็นผู้แทนหน่วยในสังกัดจากทั่วประเทศ รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ ผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนนักศึกษาและประชาชนทั่วไป พบว่ามีเสียงสะท้อนของข้าราชการตำรวจส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับการปฏิรูป เพราะต้องการหลุดพ้นจากอำนาจทางการเมือง ที่มีอิทธิพลแทรกแซงการบริหารงานบุคคล ระบบการแต่งตั้งโยกย้ายที่ปราศจากหลักเกณฑ์และระบบคุณธรรม มีการใช้เงินและผลประโยชน์ซื้อขายแลกเปลี่ยน เพื่อให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ ก้าวข้ามระบบอาวุโส และยินดีให้ประชาชนมีส่วนในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจกับการปฏิรูปในครั้งนี้ ก่อนที่จะเสนอต่อรัฐบาล
“ต้องมาคิดอีกที ต้องให้ สปช. สนช. รัฐบาล ตัดสินอีกทีว่าจะเป็นอย่างไร ในส่วนตัวของตำรวจในที่ประชุมก็ไม่อยากให้เป็นเรื่องของการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ยินดีให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ร่วมกันคิดกันทำ ดูแลกัน ในแต่ละจังหวัดก็คงไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมือง” พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กล่าว
สำหรับโครงสร้างตำรวจใหม่ ที่อยู่ระหว่างการหารือในทีมงานปฏิรูปตำรวจสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เสนอแนวคิดให้ยกฐานะสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานระดับกระทรวง มีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 1 ตำแหน่ง, จเรตำรวจแห่งชาติ 1 ตำแหน่ง, รองจเรตำรวจแห่งชาติ 1 ตำแหน่ง, รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 4 ตำแหน่ง, ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 5 ตำแหน่ง, ระดับอธิบดี เทียบเท่า ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยศพลตำรวจโท 17 ตำแหน่ง
ส่วนระดับกองบัญชาการเดิม เปลี่ยนเป็นระดับกรมเป็นนิติบริหารแบบเบ็ดเสร็จ เช่น กองบัญชาการตำรวจนครบาล เปลี่ยนเป็น กรมนครบาล, กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปลี่ยนเป็น กรมตำรวจสอบสวนกลาง, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปลี่ยนเป็น กรมตรวจคนเข้าเมือง, กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 เปลี่ยนเป็น กรมตำรวจภูธร 1-9,พิสูจน์หลักฐานตำรวจ เปลี่ยนเป็น กรมตำรวจพิสูจน์หลักฐาน, กองบัญชาการศึกษา เปลี่ยนเป็น กรมตำรวจศึกษา กองบัญชาการตำรวจชายแดนและกิจการพิเศษ เปลี่ยนเป็น กรมตำรวจตระเวนชายแดนและกิจการพิเศษ, สำนักงานนายตำรวจราชสำนักประจำ เปลี่ยนเป็น กรมตำรวจราชสำนักประจำ
ส่วนอำนาจการแต่งตั้ง ระดับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้คัดเลือก และเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช.เห็นชอบ การแต่งตั้งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ-ผู้บังคับการ ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคัดเลือกเสนอ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เห็นชอบ การแต่งตั้ง รองผู้บังคับการ-ผู้กำกับการ ให้สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรืออธิบดี คัดเลือกเสนอ ก.ตร. เห็นชอบ และตัดอำนาจผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยอ้างเหตุพิเศษออกทั้งหมด
นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้ปฏิรูปงานสอบสวน ให้ทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระ โดยให้ยกฐานะเป็นคณะกรรมการสอบสวนแห่งชาติ แบ่งเป็นสำนักงานสอบสวนกลาง หรือสำนักงานสอบสวนแห่งชาติ มีระดับ พล.ต.อ. เป็นหัวหน้า และมีระดับ พล.ต.ท.-พล.ต.อ. เป็นรองสอบสวนกลาง หรือรองสอบสวนแห่งชาติ โดยดูแลสำนักงานสอบสวนทั่วประเทศ มีอำนาจในการการกำหนดนโยบาย การบริหารงานบุคคล การออกกฎระเบียบ คำสั่ง การบริหารงานสอบสวน และควบคุม กำกับดูแล และมีเจ้าหน้าที่สอบสวนกลางหรือเจ้าหน้าที่สอบสวนแห่งชาติ เป็นผู้ปฏิบัติงานสอบสวนอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของสอบสวนกลางหรือสอบสวนแห่งชาติ
สำนักงานสอบสวนภาค มีระดับ พล.ต.ท.เป็นหัวหน้า มีระดับ พล.ต.ต. เป็นรองสอบสวนภาค มีอำนาจหน้าที่เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนภาค บริหารงานสอบสวน และควบคุม กำกับ ดูแล สำนักงานสอบสวนจังหวัดในเขตรับผิดชอบ และมีเจ้าหน้าที่สอบสวนภาค เป็นผู้ปฏิบัติภายใต้การบังคับบัญชาของสอบสวนภาค, สำนักงานสอบสวนจังหวัดมีระดับ พล.ต.ต.หรือ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ เป็นหัวหน้า มีระดับ พ.ต.อ.พิเศษ หรือพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ เป็นรองสอบสวนจังหวัด ดูแลสำนักงานสอบสวนอำเภอในเขตรับผิดชอบและสั่งคดีได้ทุกคดีในเขตจังหวัดโดยเฉพาะการให้ความเห็นชอบในคดีสั่งไม่ฟ้องหรืองดการสอบสวน
สำนักงานสอบสวนอำเภอ มีระดับ พ.ต.อ.หรือ พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นหัวหน้าฐานะเทียบเท่าหัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ มีอำนาจในการบริหารงานสอบสวน และสั่งทุกคดีในเขตอำเภอนั้นๆ มีระดับพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นหัวหน้า, พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ, พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ, พนักงานสอบสวน เป็นผู้ปฏิบัติงานสอบสวนคดีอาญา จราจร ตาม ป.วิ อาญา นอกจากนี้ยังมีผู้ช่วยพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่คดี ธุรการ เจ้าหน้าที่ตรวจที่เกิดเหตุ พลขับ ควบคุมผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ส่งหมาย และเจ้าหน้าที่เดินรายงาน เป็นทีมงานสอบสวน
ภายในเดือนมีนาคมนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติและคณะกรรมการจะได้ข้อสรุปว่าแนวทางการปฏิรูปตำรวจจะเป็นไปในทิศทางใด ก่อนที่จะเสนอต่อ สภาปฏิรูปแห่งชาติ และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พิจารณาต่อไป



