
ไอเอสโหดเผาชาวอิรักทั้งเป็น45คน
กลุ่มนักรบรัฐอิสลามหรือไอเอสเผาชาวอิรักทั้งเป็นจนเสียชีวิต 45 คนในเมืองอัล-แบกดาดีทางภาคตะวันตกของอิรัก
18ก.พ.2558 พ.ต.อ. กาซิม อัล-โอเบดี ผู้บัญชาการตำรวจท้องที่ของอิรัก เปิดเผยว่า มีผู้เคราะห์ร้ายถูกเผาทั้งเป็นจนเสียชีวิต 45 คนในเมืองอัล-แบกดาดี แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นใครและทำไมถึงถูกสังหาร แต่คาดว่าบางคนอาจเป็นกองกำลังฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาล
นักรบไอเอสเข้ายึดพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองได้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วหลังปิดล้อมอยู่หลายเดือน และบ้านพักของครอบครัวกองกำลังฝ่ายความมั่นคงกำลังตกเป็นเป้าโจมตี พ.ต.อ.อัล-โอเบดี เรียกร้องให้รัฐบาลและประชาคมโลกเข้าให้ความช่วยเหลือ เหตุการณ์เผาชาวอิรักทั้งเป็นมีขึ้นหลังจากไอเอสเพิ่งฆ่าตัดคอตัวประกันชาวอียิปต์ในลิเบีย 21 คน และเผานักบินชาวจอร์แดนจนเสียชีวิตในซีเรีย
เมืองอัล-แบกดา ในจังหวัดอันบาร์อยู่ห่างจากฐานทัพอากาศ เอน อัล-อาซัด เพียง 8 กม.ฐานทัพแห่งนี้มีทหารสหรัฐกว่า 300 นายประจำการเพื่อฝึกฝนกองกำลังอิรัก ไอเอสพยายามบุกยึดฐานทัพแห่งนี้เมื่อวันศุกร์แต่ไม่สำเร็จ และมีรายงานว่าไอเอสสามารถยึดพื้นที่ของเมืองได้เกือบ 90% แล้ว
ลิเบียแพร่คลิปวิดีโอตำรวจที่ติดธงและสัญลักษณ์ไอเอส
กลุ่มหัวรุนแรงในลิเบีย เผยแพร่คลิปวิดีโอล่าสุด แสดงถึงศักยภาพและอันตรายที่จ่ออยู่ที่ปากประตูยุโรป โดยเป็นกลุ่มเดียวกับที่ตัดศีรษะตัวประกันชาวอิยิปต์ในลิเบีย 21 คน ซึ่งนำขบวนรถปิ๊คอัพพร้อมติดโลโก้รถตำรวจใหม่ เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มที่เป็นตัวหนังสือสีขาวบนพื้นสีดำ และธงไอเอสท่ามกลางเสียงร้องตะโกนเชียร์ของพวกเด็กๆ
ขบวนรถปิ๊คอัพยี่ห้อโตโยตาของไอเอสได้แล่นไปตามถนนในเมืองเบงกาซี โดยมีผู้ชาย ผู้หญิงและเด็ก ส่งเส่ยงร้องตะโกนเชียร์ ซึ่งคลิปวิดีโอล่าสุดนี้ อัพโหลดโดยกลุ่มหัวรุนแรง อันซาร์อัล-ชารีอะฮ์ ที่ต้องการใช้กฎหมายชารีอะฮ์ในลิเบีย และยังปฏิญาณด้วยว่า จะสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มไอเอสและยังเกี่ยวข้องกับการสังหารตัวประกันชาวอิยิปต์ 21 คน ในสัปดาห์นี้อีกด้วย
ภาพในคลิปได้แสดงให้เห็นรถปิ๊คอัพโตโยตา แลนด์ ครุยเซอร์ ติดธงไอเอสสีดำ แล่นเป็นขบวนไปตามถนนสายต่างๆ ที่เชื่อว่าจะเป็นเมืองเบงกาซี ที่พวกเขาประกาศให้เป็นรัฐอิสลาม เมื่อเดือนกรกฎาคม ปีที่แล้ว ก่อนจะประกาศสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มไอเอส ในเดือนตุลาคม และในเดือนพฤศจิกายน สหประชาชาติได้ขึ้นบัญชีดำกลุ่มนี้เป็นกลุ่มก่อการร้าย
กลุ่มอันซาร์ อัล-ชารีอะฮ์ ถูกประนามว่าทำให้นายคริสโตเฟอร์ สตีเฟ่นส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐเสียชีวิตในระหว่างเหตุรุนแรงในเมืองเบงกาซี เมื่อปี 2555 และเกี่ยวข้องกับการสังหารหมู่ตัวประกันชาวอิยิปต์ 21 คน ที่ชายหาดของลิเบียล่าสุด ท่ามกลางความวิตกว่าจะเกิดเหตุการณ์สังหารตัวประกันด้วยวิธีการที่โหดเหี้ยมแบบเดียวกัน หลังมีข่าวว่า มีชาวอิยิปต์ 35 คน ถูกลักพาตัวไป และเชื่อว่า จะเป็นการตอบโต้ที่อิยิปต์ใช้ปฏิบัติการถล่มทางอากาศต่อที่มั่นของพวกเขาในเมืองเดอร์นา หลังพวกเขาสังหารตัวประกันชาวอิยิปต์ 21 คน
เป็นเวลา 3 ปี หลังจากพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี่ ผู้นำเผด็จการของลิเบียถูกโค่นอำนาจ เมืองใหญ่ๆ ในลิเบีย ได้ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มหัวรุนแรงต่างๆ ในจำนวนนี้ รวมทั้งกลุ่มอันซาร์ อัล-ชารีอะฮ์ และกลุ่มสภาชูร่ายุวชนอิสลาม ที่ประกาศสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มไอเอส และต้องการใช้ลิเบียเป็นฐานที่มั่นคงในแอฟริกาเหนือ ขณะที่รัฐบาลและสมาชิกสภาผู้แทนที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ต้องหนีไปยังเมืองโทบรัค ติดกับชายแดนอิยิปต์
ด้านนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ของอังกฤษ กล่าวว่า เขาไม่เสียใจในความพยายามกำจัดพันเอกกัดดาฟี่ แม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบและอันตรายจากผู้ก่อการร้ายเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับยืนยันจะไม่ทอดทิ้งลิเบีย และยืนยันว่า การตัดสินใจส่งทหารไปยังลิเบีย เมื่อปี 2554 เป็นสิ่งที่ต้องทำ



