ข่าว

‘ประยุทธ์’ดูข้อก.ม.-ป.ป.ช.ชงรีด‘ปู’6แสนล.

‘ประยุทธ์’ดูข้อก.ม.-ป.ป.ช.ชงรีด‘ปู’6แสนล.

18 ก.พ. 2558

‘ประยุทธ์’มอบ‘วิษณุ’ดูข้อก.ม. ป.ป.ช.ชงคลังรีด‘ปู’6แสนล้านจำนำข้าว

                เมื่อเวลา 13.45 น.วันที่ 18 ก.พ.2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งสำนวนโครงการรับจำนำข้าวให้กระทรวงการคลังฟ้องเรียกร้องความเสียหายทางแพ่ง วงเงินไม่ต่ำกว่า 6 แสนล้านบาท ต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า วันนี้ทราบว่าจะมีเรื่องนี้เข้ามา และมีคนมาร้องเรียนทางรัฐบาลให้ดำเนินการ การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้จึงได้มอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไปพิจารณาในข้อกฎหมายว่าเกี่ยวข้องกับรัฐบาลตรงไหน อย่างไร และครม.จะต้องดำเนินการต่อไปอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องของทางกฎหมาย เป็นเรื่องคดีความต้องดูความรับผิดชอบว่าอยู่ตรงไหนอย่างไร

                ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นห่วงสถานการณ์อย่างไรหรือไม่ เพราะตอนนี้คดีความต่างๆอยู่ในจุดของการตัดสิน นายกฯ กล่าวว่า แล้วยังไง มันเร็วเกินไปหรือไง จะให้มันช้าลงกว่าเดิมหรือไง ทุกคดีอันไหนเขาพร้อมเขาก็ทำ

                เมื่อถามว่า กลัวหรือไม่ว่าจะถูกมองว่าเร่งรัดคดี นายกฯ กล่าวว่า ไม่กลัว จะกลัวทำไมตนไม่ได้ไปเกี่ยวข้อง ตนไม่ได้อยู่ในศาล คนเริ่มต้นดำเนินการก็ไม่ใช่ตน แต่เป็นเรื่องกระบวนการที่เขาทำมา ป.ป.ช.สอบสวนเรื่องนี้มาตั้งแต่ก่อนที่ตนจะมาเป็นรัฐบาล ฉะนั้นอะไรมันจะตามออกมาก็เป็นเรื่องของกฎหมาย

                 เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรให้คนเข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่มีการเมืองหรือการกลั่นแกล้ง นายกฯ กล่าวว่า ก็ช่วยตนอธิบายสิ สื่อเข้าใจหรือเปล่าว่าทำไมเป็นอย่างนี้อย่างนั้น อย่าไปมโนเองหรือเขียนเอง

                เมื่อถามว่า การที่ป.ป.ช.ให้รัฐเรียกความเสียหายทางแพ่ง จะยิ่งเป็นการบีบให้น.ส.ยิ่งลักษณ์หนีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าน.ส.ยิ่งลักษณ์ หนีจะเกิดอะไรขึ้นมา แล้วถ้าไม่หนีจะเกิดอะไรขึ้น ตนไม่เห็นจะเกิดประโยชน์อะไรกับใครสักคน ถ้าเขาหนีเขาก็ไม่มีความสุข เขาอยู่เขาก็ต้องสู้คดี ก็ต้องย้อนกลับไปดูว่าผิดถูกอย่างไร ก็ต้องไปสู้คดีในศาล

                เมื่อถามว่า มีการประเมินความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว ว่าอยู่ในวงเงินไม่ต่ำกว่า 6 แสนล้านบาทอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับตัวเลข มูลค่าโครงการนี้ใช้ไปเท่าไหร่ แล้วขายข้าวไปแล้วเท่าไหร่ ที่เหลือก็จะเป็นยอดเงินที่ขาดทุนอยู่ บวกกับข้าวที่อยู่ในคลัง ถ้าหักลบกลบหนี้ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับว่าจะขายข้าวได้เมื่อไหร่ ข้าวจะเสื่อมราคาหรือไม่ ถ้าขายข้าวได้ราคาต่ำ มูลค่าการขาดทุนก็สูงขึ้น อย่างที่เรียนไปแล้ววันนี้ค่าเช่าคลังตกเดือนละ 2,600 ล้านบาท เสียเปล่าๆจะทำอย่างไร ถ้าเก็บไว้อีกสักปีจะเสียเท่าไหร่ คง 3 หมื่นกว่าล้าน

                 เมื่อถามว่า ความคืบหน้าในการประมูลข้าวรอบแรกที่ให้มีการตรวจสอบนอมินีผลเป็นอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า คงจะต้องมีการประมูลเพิ่ม เพราะประมาณ 4 แสนตันที่มาประมูลรอบแรกเป็นบริษัทที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เพราะถ้าเราเร่งขายอย่างเดียวจะไม่ได้ ต้องตรวจสอบความถูกต้อง ซึ่งตนได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบว่าบริษัทที่ได้รับไป 4 แสนตัน จาก 9 แสนเกือบล้านตัน อาจเป็นนอมินีกับบริษัทเดิมที่มีปัญหา ก็ต้องให้ประมูลใหม่ และได้สั่งให้ยุติแล้ว เพราะ 4 แสนตันเป็นบริษัทนอมินี จะเห็นว่ารัฐบาลนี้ทำทุกอย่าง ทำช้าไปก็หาว่าขายไม่ออก แต่พอทำเร็วไปก็หาว่าไม่รอบคอบ แล้วจะเอาอย่างไร แต่ตนก็ทำของตนแบบนี้ จะทำไม


ห่วงนักศึกษาเคลื่อนไหวร้องเลือกตั้งยันมีแน่เมื่อทุกอย่างพร้อม

 
                พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นักศึกษาออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง ว่า “ก็มีความเป็นห่วงอยู่ห่วงว่าเดี๋ยวจะเดือดร้อนในเรื่องการเรียนการศึกษา วันนี้ก็ไม่รู้จะไปประท้วงอะไร กันนักหนา ก็รู้กันอยู่แล้วว่าการเลือกตั้งจะมีขึ้นเมื่อทุกอย่างมีความพร้อม มีรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามโรดแม็ป แล้วจะมาเรียกร้องให้เลือกตั้งเดี๋ยวนี้ มันก็ยังเลือกตั้งไม่ได้ ขอร้องว่าอย่างมาร้องตอนนี้เลย ถ้าต้องการออกมาแสดงความคิดเห็นก็มีช่องทางให้อยู่แล้ว”

                เมื่อถามว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษาคิดว่ามีการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็คงมี ซึ่งฝ่ายเจ้าหน้าที่กำลังดูอยู่ ถ้าสื่อรู้ก็ขอให้ช่วยบอกหน่อยว่าใครบ้างอยู่เบื้องหลัง เดี๋ยวไปถามฝ่ายความมั่นคงให้


ระบุไทยขอดอกเบี้ยเงินกู้จีนร้อยละ2

 
                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการหารือร่วมไทยจีน ที่จีนจะเสนอการให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อสร้างรถไฟทางคู่ว่ารางมาตรฐาน (Standard Gauge) ว่า ทุกอย่างเป็นเรื่องของการเจรจา ต่างฝ่ายต่างยื่นข้อเสนอกันมาตอนนี้ทางจีนเสนอดอกเบี้ยมาร้อยละ 2.5 และทางนี้ต่อรองมาว่าให้ ร้อยละ 2 และเราจะมาดูอีกว่าจะสามารถต่ำกว่า ร้อยละ2 หรือไม่ถ้าได้ก็โอเค แต่ถ้าไม่ได้ ส่วนไหนที่ได้ก็จะกู้มาจำนวนหนึ่งในส่วนที่อาจมีการลงทุนร่วมกัน บางส่วนอาจจะต้องไปกู้แหล่งเงินทุนอื่นที่ดอกเบี้ยราคาถูก

                “นี่คือสิ่งที่รัฐบาลจะทำ ไม่ใช่เหมาจ่ายไปทุกวัน เวลาคิดให้นึกถึงคณะทำงาน ที่คิดเยอะไปหมด คิดในหลายๆส่วน การลงทุนไม่ใช่การเซ็นต์เอ็มโอยู สร้างแล้วจ่ายเงินในทันที ต้องมีการกู้เงินอีก มีอีกตั้ง 7-8คณะ การลงทุน การก่อสร้าง การควบคุม เดินรถ การค้าขายบนเส้นางรถไฟ ต้องผ่านการทำผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ก่อน รวมถึงประชาพิจารณ์ ต้องทำทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าเซ็นต์พรุ่งนี้แล้วมะรืนนี้สร้างซะเมื่อไหร่ โน้นตั้งเดือนกันยายน ผมจะเร่งให้เร็วกว่านั้น แต่ก็ยังติดปัญหา ดอกเบี้ยก็ยังตกลงกันไม่ได้ กู้เงินจะกู้ที่ไหน ไม่ใช่สมยอมกันทุกเรื่อง เป็นมิตรกันก็ต้องมีผลประโยชน์ที่เท่าเทียม ทางจีนเขาก็โอเค ผู้นำพูดกันไม่มีปัญหาเลย แต่ปัญหาที่พบคือกลไกลต่างไ เช่นบริษัทก่อสร้าง ที่ไม่ได้สร้างเอง แต่มีบริษัททีต้องเข้ามาสร้าง แล้วเราต้อเลือกบริษัทอีก มาร่วมกันลงทุนที่จะมาก่อสร้างกับบริษัทไทย พวกเราและข้าราชการคงจะทำรถไฟเองไมได้หรอก เราต้องจ้างคนต่ออีกเหมือนกัน ต่างคนต่างต้องเลือกกัน อยู่ที่การเจรจา ตกลงได้ก็ได้ อย่าไปกังวล อันไหนดอกเบี้ยถูกก็กู้ที่นั่น” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว


ปัดนั่งหัวโต๊ะถกเวทีกลางสัปทานพลังงานรอบ21

                 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่มีการเรียกให้นายกฯนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานเวทีกลางเพื่อรับฟังความเห็นเกี่ยวกับการให้สัมปทานปิโตรเลียมรอบ 21 ในวันที่ 20 ก.พ.นี้ว่า ตนตัดสินใจเองว่าจะทำอะไรแค่ไหน มีเรื่องอื่นอีกเยอะแยะที่ต้องทำ ถ้าทั้งหมดมีนายกฯคนเดียวก็ไม่ต้องมีครม.หรือมีใครทั้งสิ้น ใครรับผิดชอบสายงานไหนก็ว่ามาโดยตนจะเป็นคนตัดสิน ถ้าให้ตนไปนั่งฟังทุกวันก็ไม่ต้องทำงานแล้ว ให้ไปนั่งฟังแทนทั้ง 19 กระทรวงก็ไม่ใช่ ทั้งนี้ถือว่าตนให้เกียรติอยู่แล้วเพราะจัดเวทีในทำเนียบรัฐบาลในนามตน และห้ามมาทะเลาะเบาะแว้งอาละวาดด่าทอกันแถวนี้ไม่ได้

                ผู้สื่อข่าวถามว่า เวทีกลางในวันที่ 20 ก.พ.จะได้ข้อสรุปในการเกิดสัมปทานรอบ 21เลยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า จะเป็นข้อสรุปของที่ประชุมที่นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน มานั่งฟังด้วยจะนำไปรวบรวมสรุปและหาแนวทางเสนอขึ้นมาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม อย่าเพิ่งไปสรุปว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอะไรกันเลย ตนก็ไม่รู้จะไปบังคับอย่างไรซึ่งต้องไปดูเหตุผลกัน บางอย่างฟังกันเสียบ้างก็คงจะตั้งสติกันได้บ้าง วันนี้อยากให้เข้าใจว่าเราเข้ามาแก้ไขโดยในหลายๆสัญญาหลายๆสัมปทานเกิดมานานแล้วก็ต้องไปดูว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ต้องปรับเป็นรูปแบบไหน ซึ่งมี 3 อย่างให้ไปช่วยกันคิดมาก่อน คือ 1.สัมปทาน 2.พีพีพีหรือการให้เอกชนร่วมกิจการของรัฐ และ3.รัฐลงทุนเองทั้งหมด โดยที่ประชุมในเวทีกลางวันที่ 20 ก.พ.จะแบ่งให้นั่งซ้ายขวาและตรงกลางให้มีผู้มีความรู้เรื่องพลังงานมานั่งฟังด้วย จะได้มีความคิดเห็นและสรุปกันมาว่าจะเอาอย่างไร


บูรณาการงบฯ5หมื่นล้านแก้ภัยแล้ง

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภถึงกรณีที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเสนองบประมาณกลางเพื่อดำเนินการตามแผนงานโครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำระยะเร่งด่วนประจำปี 2558 ว่า ที่ประชุมครม.ได้อนุมัติตามแผนงานดังกล่าว แต่ตนเสนอว่าต้องใช้การบูรณาการเชื่อมต่อทุกกระทรวง ดังนั้นเม็ดเงินที่เหลือจากงบฯปี 57 และปี 58 จะนำมาขออนุมัติในวงเงิน 50,000 กว่าล้านบาท โดยจะต้องปรับโครงการให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในปัจจุบันที่ขณะนี้แล้งมาก และในวันข้างหน้าต้องนำสถานการณ์น้ำที่เริ่มแล้งน้ำในแหล่งน้ำมีไม่ถึง 30%ไปดูว่าใน 77 จังหวัดมีที่ใดที่น้ำอุปโภคบริโภค ประปาทั้งในเขตและนอกเขตชลประทาน น้ำในไร่-นา น้ำบาดาลต้องนำมาคิดทั้งหมดและวางแผนยาวไปถึงปี 62-65 ที่จะต้องเดินตามแผนนี้ ใครจะล้มหรือแก้แผนนี้ก็แล้วแต่ ตอนนี้เราทำเฉพาะที่มีเงินไปก่อนใช้ตามหลักความเร่งด่วน โดยให้หลายๆกระทรวงมาทำด้วยกัน ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำงบฯมาคลี่ดูและนำงบฯลงพื้นที่ให้ทั่งถึง อย่างพื้นที่ที่มีปัญหาเร่งด่วนตอนนี้คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับภาคเหนือที่เราต้องดูแลเพราะเป็นคนไทยด้วยกันทั้งนั้น จะไปกีดกันไม่ได้


ให้ครม.สอบผ่านยันไม่คิดปรับครม.

                พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณืถึงความพึงพอใจผลการทำงานในรอบ 6 เดือนของรัฐบาล ว่า “รู้กันบ้างหรือไม่ว่ามีผลงานอะไรของรัฐบาลที่ออกมาบ้างจำได้ไหม ยังจำได้ไหม ผลงานที่ผ่านมามีทั้งหมด มีเยอะแยะ แต่สื่อก็ยังมีการเขียนว่ารัฐบาลไม่เห็นทำอะไรนั่งกันอยู่เฉยๆ อ่านแล้วก็โมโห พูดอย่างนี้มันก็หมดกำลังใจเหมือนกัน ที่ผ่านมาไปย้อนดูว่ามีการทำงานกันกี่กลุ่ม แต่ละกระทรวงทำงานกันมา และที่ทำมาถึงวันนี้ได้เพราะการเข้ามาทำงานเรามีการออกกฎระเบียบมากมาย ปรับปรุงวิธีการกระบวนการื้อของเก่าทำของใหม่มันไม่ง่าย ทุกอย่างเป็นสิ่งที่ ครม.ชุดนี้ทำทั้งสิ้น แล้วถ่ายทอดให้ข้าราชการดำเนินการต่อ ที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองลงลึกไปถึงข้างล่างแต่ก็มีความเสียหายเยอะผมไม่อยากพูด”

                ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการประเมินผลงานของรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์​กล่าวว่า ตนก็ให้ผ่านทุกคนอยู่แล้ว ที่ผ่านมาก็ต้องขอบคุณเพราะทุกคนต่างเหน็ดเหนื่อย อดตาหลับขับตานอน สำหรับผลงานวันนี้ที่จบต้องได้ที่สำคัญ​คือประเทศมันไม่ล้ม ที่ผ่านมาประเทศเราจะล้มอยู่แล้ว ไม่รู้กันหรืออย่างไร ประเทศเป็นอย่างไรอยู่ ก่อนหน้าวันที่ 22 พ.ค. 2557 ประเทศมันล้มไปแล้วเกือบจะพังพาบ รัฐบาลไปดันขึ้นมา รื้อฐานราก ที่ผ่านมาอาจไม่มีใครรู้เพราะไม่มีใครมาตอบคำถาม มีแต่ตนเท่านั้นที่พูดมาก พอพูดมาก็หาว่าพูดเกินไป พอไม่พูดก็ไม่เข้าใจ ไม่รู้จะเอาอย่างไรกัน

                “วันนี้วันตรุษจีน อยากเป็นเหมือนไก่ตรุษจีนกันก็เอาซิ ต่างคนต่างเก่งต่างก็จิกตีกันตลอดเวลาที่อยู่ในเข่ง สุดท้ายถึงเวลาก็ถูกนำไปฆ่าเชือดคอทั้งเล้า ตายทั้งเข่ง อย่าทำตัวเป็นไก่ตรุษจีน อย่าทำตัวแบบนั้นเลย ผมไม่ได้ว่าตัวเองดีหรือเก่งกว่าใคร แต่สื่อชอบออกมาตำหนิรัฐบาลแย่ข้ามาแล้วไม่ทำอะไร ไม่มีผลงาน แต่ความจริงของเก่าไม่มีอะไรเลยที่เป็นเรื่องราวเลย ทำไมสื่อไม่ไปถามรัฐบาลที่แล้วบ้างทำไมถึงมีปัญหาเช่นนี้ ทำไมถึงปล่อยให้รัฐบาลประยุทธ์ต้องมาแก้ปัญหาไปถามรัฐบาลคนดีคนเก่งของพวกท่านดู น่ารำคาญจริงเลยพวกนี้” พล.อ.ประยุทธ์ ​กล่าว

                 เมื่อถามว่าคิดจะปรับ ครม.ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า "​ยังไม่คิด เพราะมีเรื่องใหญ่โตกว่านี้เยอะ ถ้าคิดถึงเรื่องนี้เรื่องเดียวก็คงไม่ต้องทำอะไรแล้ว ควรรู้ว่าว่างานมันเยอะขนาดไหน ทุกกระทรวงก็ทำกันอย่างเต็มที่ ที่ผ่านมาต่างก็อดตาหลับขับตานอน แต่สื่อก็ยังไปวิพากวิจารณ์ตนอ่านดูแล้วก็รู้สึกแปลกๆ แล้วที่มีการเขียนถึงเรื่องของผลประโยชน์อยากถามว่ารัฐมนตรีเขาจะไปเอาประโยชน์อะไร ทุกคนไม่ยากจน อีกอย่างทุกคนรู้ฐานะดีว่าการเข้ามาเป็นรัฐบาลนั้นเข้ามาทำอะไร ทุกคนต่างก็ทุ่มเท เป็นเรื่องของเกียรติยศเดี๋ยวก็ไปแล้ว ทำไมต้องมาทำอะไรให้เกิดความเสียหายกับวงศ์ตระกูลตนไม่เข้าใจ ทุกคนไม่ได้อยากอยู่ไม่ได้อยากทำ แต่คนไทยทั้งชาติจะทำอย่างไร

                เมื่อถามว่าถ้ามาแล้วเจอปัญหามากมายเช่นนี้รู้สึกตกใจหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์​กล่าวว่า “แหม..อย่างกับเข้ามาเป็นนายกฯแล้วตกใจ ไม่ตกใจหรอก เพราะรู้ว่ามันมีปัญหาเยอะถึงเข้ามา ที่เข้ามาเพราะรู้ว่ามันมีปัญหามากมายแต่ไม่ตกใจ เพราะรู้ว่ามันเป็นอย่างไรอยู่้ว แต่ตกใจอย่างเดียวคือมันมากกว่าที่คิดไว้เยอะไอ้เรื่องที่มันแย่ๆ ”​


ครม.ตั้ง"ชิดชัย วรรณสถิตย์"กงสุลกิตติมศักดิ์

                รอ.นพ. ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกฯ  กล่าวว่า ครม.อนุมัติตามที่ได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดนประจำสาธารณรัฐอินเดีย ว่ารัฐบาลราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดนมีความประสงค์ขอแต่งตั้ง พลตำรวจเอกชิดชัย วรรณสถิตย์ เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดนประจำประเทศไทยคนใหม่ สืบแทนนายจำนงค์ ภิรมย์ภักดี โดยมีเขตกงสุลครอบคลุมประเทศไทย ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ


ตั้งลูกชาย”พรทิพย์ ณรงค์เดช”เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์

                 รอ.นพ. ยงยุทธ  กล่าวว่า ครม.มีมติอนุมัติตามที่ได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐเม็กซิโกประจำประเทศไทยว่า รัฐบาลสหรัฐเม็กซิโกมีความประสงค์ขอแต่งตั้ง นายณพ ณรงค์เดช เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์สหรัฐเม็กซิโกประจำกรุงเทพมหานคร โดยมีเขตกงสุลครอบคลุมกรุงเทพมหานคร ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ