ข่าว

‘ขวัญชัย’ดึง‘บิ๊กตู่’นั่งหัวโต๊ะถกคู่ขัดแย้ง

‘ขวัญชัย’ดึง‘บิ๊กตู่’นั่งหัวโต๊ะถกคู่ขัดแย้ง

18 ก.พ. 2558

คณะกรรมการปรองดอง....คำตอบสุดท้ายแก้ขัดแย้ง? ‘ขวัญชัย’ดึง‘บิ๊กตู่’นั่งหัวโต๊ะถกคู่ขัดแย้ง : กวินทรา ใจซื่อรายงาน

               จากกรณีคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญร่วมกับสภาปฏิรูปแห่งชาติและสถาบันพระปกเกล้า จัดเวทีประชาเสวนาเพื่อรับฟังข้อเสนอของภาคประชาชน โดยมีกำนหดเปิดเวทีเดินสายทั่วประเทศ เพื่อนำข้อเสนอไปประกอบการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญใหม่

               แต่ที่กลายเป็นประเด็นร้อน โดยเฉพาะเวทีที่จัดขึ้นที่ จ.อุดรธานี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากมีข้อเสนอถูกหยิบยกขึ้นมาพูดอีกครั้งในเรื่องกฎหมาย "อภัยโทษ" ที่เป็นแนวทางในการสร้างความปรองดองในประเทศ เพื่อต้องการเดินไปสู่ข้อยุติความขัดแย้งทางการเมืองที่มีมายาวนานนับสิบปี

               อีกทั้งถูกจับตาว่าเวทีที่ จ.อุดรธานี เป็นการส่งสัญญาณปรองดองกับกลุ่มขั้วสีคิดต่างหรือไม่ เพราะถือว่าเป็นถิ่นเมืองหลวงของมวลชนคนเสื้อแดง และยังมีแกนนำหลักๆ อยู่ในพื้นที่ด้วย เช่น นายขวัญชัย สาระคำ หรือขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดรธานี ซึ่งเมื่อช่วงเย็นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโน ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ไปกล่าวปาฐกถาพิเศษในเวทีดังกล่าวเป็นครั้งแรก และยังนัดหมายนายขวัญชัย รับประทานอาหารพูดคุยถึงข้อเสนอแนวทางปลดล็อกความขัดแย้งด้วย

               นอกจากนี้ ในเวทีประชาเสวนา ก็มีตัวแทน 200 คน จาก 7 จังหวัดอีสานตอนบน ที่คัดมาจากกลุ่มบุคคลที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองทุกสีเสื้อ 160 คน ส่วนอื่นอีก 40 คนมาจากกลุ่มการเมือง ข้าราชการ ผู้พิการ และผู้นำทางศาสนา จึงมิใช่เรื่องง่ายเลยที่นำคนที่คิด "ต่าง" มาทำกิจกรรมและแสดงความคิดเห็นร่วมกัน แต่ตลอด 2 วันที่งานจัดขึ้นทุกคนดูมีความตื่นตัวและพร้อมที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยให้เดินหน้าต่อไป

               ในงานกลุ่มที่แยกเป็น 8 กลุ่ม เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการปฏิรูปในระดับท้องถิ่นในทุกด้าน โดยเฉพาะเรื่อง "การเมืองและการปรองดอง" มีการสรุปข้อคิดเห็นแต่ละประเด็น นำเสนอต่อคณะสัมมนา โดยมีตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมาอธิบายนำเสนอข้อสรุปในเวลาที่จำกัด

               นางถวิลวดี บุรีกุล ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการ (กมธ.) การรับฟังความคิดเห็นและมีส่วนร่วมของประชาชน ในกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ให้ผู้ร่วมประชุมแต่ละคน เขียนความคิดเห็นที่ไม่ต้องลงชื่อ ในข้อเสนอให้ประเทศชาติเกิดความปรองดอง โดยทางคณะวิทยากรได้เก็บไว้เป็นความลับ

               นางถวิลวดี อธิบายว่า จะนำความคิดเห็นทุกความคิดเห็นบันทึกไว้เพื่อเสนอให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไปประกอบพิจารณาในการสร้างความปรองดองของประเทศไทย ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่ไม่เคยเข้าร่วมสัมมนา ไม่เคยออกความคิดเห็น เป็นภาพที่ดี ที่ได้เห็นตัวแทนจากหลากหลายอาชีพ หลากหลายอายุ

               "ความต้องการส่วนใหญ่ เป็นเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การต้องการให้มีการปฏิรูปนักการเมืองเรื่องการทุจริต คอร์รัปชั่น ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ อยากเห็นการกระจายอำนาจให้แก่ประชาชน ป้องกันการทุจริต สร้างความเข้มแข็งให้ภาคประชาชน ลดอำนาจส่วนกลาง จัดตั้งองค์กรภาคประชาชนดูแลเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น โดยการจัดตั้ง "สภาพลเมือง" เพื่อตรวจสอบนักการเมืองอีกชั้น และอยากได้ผู้นำการเมืองที่ดี ที่พึงปรารถนา ทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้อย่างมีความสุข" นางถวิลวดี กล่าว

               ทั้งนี้ ข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะหลากหลายจากทุกกลุ่ม ทุกสีการเมือง จะถูกนำไปรวบรวมเพื่อพิจารณา จากนั้นสรุปแนวทางสร้างความปรองดอง แต่ที่จุดประกายขึ้น คือการที่นายบวรศักดิ์ ได้เสนอเบื้องต้นถึงการผุด "คณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ" ที่จะมีตัวแทนจากผู้ทรงคุณวุฒิ 9 คน และตัวแทนคู่ขัดแย้ง 5 คน รวม 14 คน โดยมีอำนาจศึกษาหาทางออกความขัดแย้งจากงานศึกษาไว้แล้วของ คอป. สถาบันพระปกเกล้า และมหาวิทยาลัยต่างๆ เป็นตัวกลางในการเจรจาหาข้อยุติกับคู่ขัดแย้งต่างๆ สร้างการเรียนรู้ และสุดท้ายเมื่อทุกฝ่ายยอมรับผิด คณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจเสนอให้รัฐบาลออกร่างกฎหมายอภัยโทษกับคนที่ให้ข้อเท็จจริง เยียวยาผู้เสียหายและได้รับผลกระทบ ให้เวลาการทำงาน 5 ปี

               ข้อเสนอดังกล่าวเมื่อปรากฏขึ้น มีกระแสเสียงจากสังคมและบรรดาผู้เกี่ยวข้อง ทั้ง "สนับสนุน" และ "ไม่เห็นด้วย" และยังมีบางส่วนออกมาดักทางถึง "นิรโทษสุดซอย" ที่เป็นปมชนวนสำคัญทำให้เกิดการชุมนุมครั้งใหญ่ของกลุ่ม กปปส.ด้วย

               ขณะเดียวกัน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. ได้ผนวกข้อเสนอให้ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เปิดการเจรจาพูดคุยกับคู่ขัดแย้ง รวมไปถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมองว่าเป็นต้นตอความขัดแย้งและเป็นจุดเริ่มปรองดองได้หากมีการหารือเพื่อหาหนทางร่วมกัน

               แต่ช่องทางนี้ถูกปิดประตูตาย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอย่างหนักแน่นว่า ไม่พูดคุยกับอดีตนายกฯ ทักษิณ เพราะเป็นผู้ต้องหาคดีหลบหนี อีกทั้งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐจะกระทำเช่นนั้นไม่ได้ เท่ากับโจทย์การแก้ปัญหาความปรองดองทางหัวหน้า คสช.ยืนยันท่าทีแล้วว่า "ขออยู่ตรงกลาง" ให้องค์กรและขบวนการต่างๆ ที่มีหน้าที่ดำเนินการกันไปเอง แต่ย้ำว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย

               ต้องจับตาขั้นตอนต่อไปว่า การดันตั้งกรรมการปรองดองแห่งชาติของนายบวรศักดิ์ จะเป็นที่ยอมรับของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และถูกนำไปปฏิบัติสานต่อเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและแก้ไขความขัดแย้งการเมืองได้จริงตามที่ตั้งเป้าหมายไว้หรือไม่

               อย่างไรก็ตาม มีเสียงสะท้อนเช่นกันว่า จำเป็นต้องมีกรรมการปรองดองแห่งชาติ และต้องออกกฎหมายอภัยโทษหรือไม่ เป็นคำตอบสุดท้ายแล้วหรือสำหรับการแก้ไขความขัดแย้งการเมือง และยังมีข้อหวั่นกังวลว่ามีวาระซ่อนเร้นไว้ด้วย และอาจจะกลายเป็นชนวนขัดแย้งมากกว่าปรองดองด้วยซ้ำ

               เมื่อผนวกกับท่าทีของผู้นำรัฐบาล...คงต้องตามดูต่อไปว่าบทสรุปเรื่องนี้จะไปในทิศทางใด !

‘ขวัญชัย’ดึง‘บิ๊กตู่’นั่งหัวโต๊ะถกคู่ขัดแย้ง

               สำหรับเวทีพบปะพูดคุยระหว่างกลุ่มคณะของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กับ นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ที่ร้านอาหาร จ.อุดรธานี ใช้เวลา 2 ชั่วโมงในบรรยากาศที่ไม่เคร่งเครียด 

               ขวัญชัย ไพรพนา ได้เล่าถึงสาระการพูดคุยว่า ได้ระบายความคับแค้นใจของมวลชนคนเสื้อแดง ที่ถูกละเมิดสิทธิการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ถูกเรียกไปปรับทัศนคติ ต่างจากกลุ่มการเมืองฝั่งตรงข้ามที่ให้สัมภาษณ์ได้อย่างอิสระ

               นอกจากนี้ ได้เสนอส่งต่อไปถึง นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะทำงานศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง ให้ประสานไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เรียกแกนนำคู่ขัดแย้ง คือ กลุ่มเสื้อเหลือง เสื้อแดง แกนนำ กปปส. มาพูดคุย โดยทุกฝ่ายต้องยอมรับซึ่งกันและกัน ให้โอกาสทุกกลุ่มทุกฝ่ายได้เสนอประเด็นปัญหาของแต่ละกลุ่ม และให้เลิกพูดโจมตีพรรคเพื่อไทย หยุดพาดพิง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไปในทางเสื่อมเสีย อย่ารังแกกัน เพราะยิ่งพูดยิ่งทำให้คนเสื้อแดงอึดอัด และสงสารอดีตนายกฯ เพิ่มขึ้น เพราะหากรัฐบาลยังปล่อยให้มีการพูดถึง ความปรองดองคงไม่เกิด

               “จะปรองดองกันได้อย่างไร เมื่อคนเสื้อแดงยังรู้สึกว่ามีความเหลื่อมล้ำในการแสดงความคิดเห็น คนที่จะทำให้ทุกฝ่ายมาคุยกันได้มีเพียงคนเดียว คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เท่านั้น ที่สำคัญจะต้องมีความเป็นกลาง และทหารต้องไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จนทำให้เห็นคนเสื้อแดง ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นผู้ร้าย การแสดงความคิดเห็นและการให้การยอมรับซึ่งกันและกันน่าจะเป็นทางออกในการแก้ปัญหาความขัดแย้งได้ในระดับหนึ่ง”

มั่นใจเมินข้อเสนอ‘เสื้อแดง’

               สำหรับ "ณัฐยศ ผาจวง" หรือผู้ใหญ่แดง แกนนำเสื้อแดงอุดรธานี เข้าร่วมเวทีประชาเสวนาหาทางออก เพื่อนำข้อมูลผลกระทบที่เกิดขึ้นกับกลุ่มคนเสื้อแดง ปี 2551-2553 มาพูดคุยในที่ประชุม พร้อมกับรับฟังความคิดเห็น มุมมองของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่าหากมีการนำเสนอประเด็นความต้องการของกลุ่มคนเสื้อแดงแล้ว ทางคณะกรรมาธิการจะนำประเด็นข้อเสนอไปสู่การพิจารณาหรือไม่ และต้องการทราบว่าคณะกรรมาธิการต้องการรับฟังปัญหาของประชาชนโดยแท้จริง

               “ความเป็นจริงกลุ่มเสื้อแดงที่ต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยมาตลอด ไม่ได้ให้ความสนใจเวทีนี้ เพราะทุกคนมีความเห็นว่า การนำเสนอของกลุ่มคนเสื้อแดงจะไม่ได้รับการแก้ไข ไม่เชื่อว่าจะได้รับความเป็นธรรม เพราะทางคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญน่าจะตั้งธงไว้แล้ว ผมก็ไม่เชื่อเช่นกันว่าเสียงของคนเสื้อแดงจะนำไปสู่การแก้ปัญหา แต่ยิ่งไม่เชื่อผมจึงต้องมาฟัง หลังจากที่รับฟังจากนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่พูดว่าจะยึดแนวคิดของประชาชนเป็นหลัก จึงรู้สึกพอใจ เราต้องมาฟังอีกมุมมองหนึ่งของคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่จะทำให้เรามีความรู้ ความเข้าใจเพิ่มขึ้น ส่วนประเด็นที่นำเสนอในเวทีคือ ประเด็นการเมือง สังคม และการศึกษา ซึ่งข้อมูลในเวทีจะนำไปถ่ายทอดให้แก่ชาวบ้านในชุมชน” 

ชี้ส.ส.ขาดทำงานใกล้ชิดชาวบ้าน

               ส่วนผู้เข้าร่วมเวทีประชาเสวนา อย่างเช่น "ธำรงศักดิ์ งอยภูธร" ผู้ใหญ่บ้าน อ.เต่างอย จ.สกลนคร ต้องการให้เปลี่ยนการเข้ามาของ ส.ส. เพราะเมื่อก่อนผู้สมัคร ส.ส.ได้รับการเลือกตั้งแล้ว ยังลงพื้นที่สอบถามความต้องการของประชาชน เพื่อนำไปเป็นข้อมูลเสนอปัญหาและหาแนวทางในการช่วยเหลือในการประชุมสภา ต่างจากปัจจุบันที่หลังได้รับการเลือกตั้งแล้วกลับหายหน้าไม่มีตัวแทนเข้ามารับฟังปัญหาจากชาวบ้าน การพัฒนาบ้านเมืองจึงไม่มีให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม      

               "ในเวทีได้นำเสนอเกี่ยวกับการเมือง โดยเฉพาะการทำงานของพรรคการเมือง การเข้ามาของ ส.ส.ที่ผ่านการคัดเลือก ซึ่งน่าจะมีความชัดเจนในเรื่องของการลงพื้นที่ทำงานในการช่วยเหลือประชาชน" นายธำรงศักดิ์ กล่าว

นำวัฒนธรรมลดรุนแรงการเมือง

               ขณะที่ "นางสุกัญญา เคณาอุประ" นักวิชาการวัฒนธรรม จ.หนองคาย ทำงานร่วมกับภาคประชาชนมาโดยตลอด มองว่า การรื้อฟื้นประเพณีวัฒนธรรมของชาวอีสาน ที่มีความเป็นอยู่ร่วมกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย จะช่วยลดความรุนแรงทางการเมืองได้ ปัจจุบันสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างสีเสื้อคลี่คลายลงมากแล้ว 
 
               “เวทีนี้ต้องการพูดเรื่องความมีน้ำใจ ความสามัคคี ความเอื้ออาทรกันเหมือนกับสมัยปู่ ย่า ตา ยาย สำหรับบรรยากาศในหมู่บ้านที่ในอดีตอาจจะมีความขัดแย้งทางการเมือง ขณะนี้ถือว่าความสัมพันธ์ดีขึ้น เรื่องกลุ่มสีเสื้อในหมู่บ้านแทบจะไม่มีใครพูดถึงแล้ว แต่จะพูดคุยเรื่องความร่วมมือ การอาศัยเกื้อกูลกัน ส่วนสาเหตุที่ทำให้บรรยากาศความขัดแย้งลดลง อาจจะมาจากเวลาที่ผ่านมานานแล้ว รวมถึงชาวบ้านต่างคนก็ต่างมีภาระในการทำมาหากิน” นางสุกัญญา กล่าว