ข่าว

‘กำนันบ่วง’ปั่นสองล้อเชื่อมสัมพันธ์ในบ้านใหญ่

‘กำนันบ่วง’ปั่นสองล้อเชื่อมสัมพันธ์ในบ้านใหญ่

19 ก.พ. 2558

ขอเวลานอก : ‘กำนันบ่วง’ ปั่นสองล้อเชื่อมสัมพันธ์ในบ้านใหญ่ : เรื่อง ณุวภา ฉัตรวรฤทธิ์ /ภาพ สุกล เกิดในมงคล

 
               ข้อดีของการเป็นคนกล้าคิดกล้าทำ คือได้เริ่มลองทำและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โดยไม่ต้องคาดคะเนว่าจะเกินขีดความสามารถหรือไม่ ส่วนมากเราสามารถพบปะกับบุคคลเหล่านี้ได้ในวัยรุ่นไฟแรง และผู้ใหญ่เก๋าเกมส์ ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ขอเรียกว่าเป็นของคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในตำแหน่งไม่เล็กกับฐานะผู้ปกครองของชุมชน ใน ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อ “กำนันบ่วง” รัฐสภา นพเกตุ หนุ่มร่างสูงโปร่งในวัยเพิ่งย่างเข้าเลข 3 ที่ความคิดอ่านดูจะเป็นผู้ใหญ่เกินตัวพร้อมให้คำปรึกษาและเป็นที่พึ่งให้ลูกบ้านได้ดี แต่บุคลิกอีกด้านคือ หนุ่มนักกีฬาที่กำลังหลงไหลการปั่นจักรยานอย่างถอนตัวไม่ขึ้น และพร้อมจะลุยไปได้ทุกที่เมื่อมีโอกาสเหมาะสม
 
               โดยวันนี้เรามีโอกาสเข้าไปพบ “กำนันบ่วง” ช่วงบ่ายแก่ๆ ในพื้นที่บ้านหลังใหญ่ที่เปิดประตูรั้วไว้รอรับเรื่องจากลูกบ้านตามธรรมเนียบปฏิบัติมายาวนาน หน้าบ้านมีอนุสาวรีย์ของคุณปู่ กำนันกระจ่าง นพเกตุ อันเป็นที่เคารพของคนในพื้นที่จากการดำรงตำแหน่งมากว่า 30 ปี  เมื่อเข้าไปถึงภายในแบ่งเป็นบ้านหลังเล็กๆ อีกหลายหลัง มีศาลาไม้ใหญ่ไว้เพื่อรองรับผู้คนที่เข้ามาพบปะ กำนันหนุ่มรุ่นใหม่เดินตรงเข้ามาต้อนรับในชุดข้าราชการเต็มยศ ยิ้มและบอกว่าเคลียร์งานประจำวันเรียบร้อยพร้อมที่จะเอาจักรยานเสือภูเขาคันโปรดออกไปขับเล่นรอบๆ ชุมชนในช่วงแดดร่มลมตกได้พอดี นับเป็นกิจกรรมที่เขารอคอยมาตลอดทั้งสัปดาห์
 
               “ผมมีจักรยานไว้ใช้งานจริงจังอยู่ 2 คัน คันแรกจะธรรมดาเล็กๆ ไว้ใช้ปั่นรอบบ้านนี้ตอนเช้าตรู่ รับอากาศดีๆ ก่อนทำงาน ส่วนคันนี้ (ชี้ไปที่เสือภูเขาสีดำคันใหญ่) จะไว้ขับทางไกล ส่วนมากจะแบ่งเวลาไปปั่นที่กรุงเทพ กับ จ.นนทบุรี ถอดประกอบไป ผมมีบ้านอีกหลังอยู่แถวงามวงศ์วาน อาทิตย์ละ 2-3 วัน หลังหกโมงเย็นก็จะขับไปปั่นรอบๆ ศูนย์ราชการฯ ตรงถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ เป็นประจำระยะทางประมาณ  3.5 กิโลเมตร เป็นที่โล่งกว้างและปลอดภัยดีครับ ส่วนที่นี่เมื่อก่อนจะปั่นบ่อยตอนก่อนมาเป็นกำนัน แต่ตอนนี้จะเรียกว่าปั่นออกกำลังกายก็ยากแล้ว เพราะลูกบ้านจะจำได้ ทักทายแวะคุยกันตลอดทางก็พอได้เหงื่อแต่ก็ได้คุยเสียมากกว่า (กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม)” กำนันคนดังแนะนำพาหนะคู่ใจ
 
               เสียงทุ้มๆ ของกำนันรุ่นใหม่เล่าให้ฟังอีกว่า คุณพ่อ "กำนันบัง" สมบัติ และ คุณแม่จันทนา นพเกตุ มีลูกทั้งมหมด 4 คน ลูกสาว 2 คน ลูกชายอีก 2 คน ชื่อจะเป็นตระกูล “บ” ทั้งหมด ตั้งแต่ บวบ บ่ม  บ่วง และ บุก เป็นลูกชายคนสุดท้อง  ตั้งแต่คุณปู่ทวด คุณปู่ คุณลุง (กมล นพเกตุ)  และ คุณพ่อ เป็นกำนันเหมือนกันหมด จนมาถึงรุ่นหลานก็ซึมซับวีธีการดูแลลูกบ้านมาพอสมควร
 
               “เด็กๆ ผมจะเรียนที่กรุงเทพฯ พอปิดเทอม หรือมีวันหยุดยาวก็กลับบ้านมาตามคุณพ่อไปทำงาน ไปภารกิจต่างๆ วิ่งเล่นแถวบ้าน อยู่กินแบบสไตล์ลูกทุ่ง ยิงนก ตกปลา เข้าไร่ เล่นน้ำคลอง ปั่นจักรยานบนทางลูกรังลัดเลาะไปเรื่อยหาเส้นทางใหม่ๆ ก็คุ้นเคยดีกับพื้นที่นี้อยู่แล้ว ที่บ้านก็เป็นกำนันมาตลอดชาวบ้านไว้ใจบ้านของผม ผมรับรู้ถึงความเป็นตัวของตัวเรามาตลอด การสืบทอดไม่ได้เป็นความหนักใจเลยครับ รู้สึกสนุกท้าทายมากกว่าบวกกับเป็นคนพูดคุยเก่ง กล้าเข้าหาคนเป็นทุนเดิม ตอนคุณพ่อเกษียณก็ลงต่อเลยทันที”  หนุ่มนักบริหารชุมชนแนะนำพื้นที่รอบๆ บ้าน พร้อมเล่าความเป็นมาของอาชีพที่เขารักในปัจจุบัน  ก่อนขอตัวไปเปลี่ยนชุดออกกำลังกายพร้อมขับขี่ไปสู่บ้านหลังใหญ่ของเขานั่นก็คือ ชุมชนลูกบ้านที่ชายหนุ่มดูแลอยู่นั่นเอง
 
               ต้องยอมรับว่ากระแสไลฟ์สไตล์การปั่นจักรยานยังเป็นที่นิยมไม่มีตกสมัย ไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่ใด ขอแค่มีแรงกายและแรงใจขับเคลื่อนก็ไปไหนต่อไหนได้ไม่สิ้นสุด กำนันปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมชุดเสื้อยืด กางเกงกีฬา ปลอกแขน และรองเท้าผ้าใบ ก่อนก้มลงเช็คความพร้อมของจักรยานคันโปรด พลางเล่าที่มาของการปั่นสองล้อไปด้วย
 
               “ผมมีเพื่อนเป็นแรงบันดาลใจให้เข้ามาทำกิจกรรมนี้ ตอนนั้นเพื่อนผมเขาเป็นคนตัวใหญ่  แล้วกำลังจะแต่งงานเขาก็ไปปั่นจักรยานก่อนวันงานในเวลาเดือนครึ่ง น้ำหนักลดลงไป 10 กิโลกรัม จากอ้วนๆ เป็นคนเฟิร์ม ใส่ชุดเจ้าบ่าวดูสมาร์ทมาก ผมเห็นก็ตกใจถามเขาว่าไปทำอะไรมา เพื่อนก็บอกว่าเขาต้องปั่นจักรยาน 20 กิโลเมตรทุกวัน งดดื่มแอลกอฮอล์  ไม่นอนดึก กินแต่อาหารเพื่อสุขภาพก็สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้สำเร็จ  ฟังเสร็จผมก็ขอไปปั่นกับเขาเลย ในวันที่อยู่กรุงเทพฯ ผลที่ตามมาผมไม่ได้ผอมลงชัดเจนเหมือนเพื่อนนะครับ แต่ผมเป็นคนทานข้าวเยอะมาก นึกภาพว่าถ้ากินอย่างเดียวอ้วนแน่ๆ การปั่นจักรยานควบคู่ไปด้วยสำหรับตัวผมเพื่อทำให้ระบบเผาผลาญดีไม่อ้วนขึ้นมากว่า นอกจากนี้ก็มีเล่นกอล์ฟ และวิ่งบ้างสลับกันไปด้วย” กำนันรุ่นใหม่ดีกรีหนุ่มปริญญาตรี นิเทศศาสตร์ ม.รังสิต สาขาวิชาการโฆษณา และ ปริญญาโท ด้านบริหารจัดการธุรกิจ จาก นอร์ท ธัมเบรีย ประเทศอังกฤษ เล่าถึงที่มา
 
               จากจักรยานขับเล่นสมัยเด็กสู่เสือภูเขาคันใหญ่ขับเล่นในหมู่บ้าน ก็ยังดูไม่ขัดตามีบรรยากาศของมิตรภาพอยู่ 2 ข้างทางเสมอไม่เปลี่ยนแปลง กำนันบ่วงเริ่มออกสตาร์ทออกจากรั้วบ้าน ลัดเลาะออกซอยต่างๆ มีผู้คนทักทายเรียก “กำนันน้อย”, “กำนันหล่อ!” หรือ ”กำนันหนุ่ม” ไม่ขาดสาย เมื่อถึงจุดชุมนุมพูดคุยของชาวบ้านตามซุ้มหรือหน้าบ้าน กำนันนักปั่นก็หยุดจอดและลงไปนั่งคุยด้วยอย่างออกรส ทั้งวางแผนงานเทศกาลที่กำลังจะมาถึง และคุยสารทุกข์สุขดิบทั่วไป
 
               “ผู้ใหญ่คนเฒ่าคนแก่ที่นี่ เห็นผมมาตั้งแต่ตัวเล็กๆ เลยครับ เจอกันก็เข้าไปไหว้ ทักทาย เรื่อยๆ อย่างที่บอกว่าผมชอบคุยอยู่แล้ว ยิ่งคุยเล่นกับผู้ใหญ่ยิ่งมีเรื่องให้เราได้เรียนรู้เยอะก็ติดลมครับ ตอนเย็นที่นี่คุณลุงคุณป้าก็จะมานั่งรวมกลุ่มคุยกันเป็นจุดๆ ไป ผมไปทีก็คุยกันนาน ก่อนเป็นกำนันผมใส่กางเกงขาสั้นเดินเล่นไปทั่วนะ พอเป็นปุ๊ปชาวบ้านก็จะจำในลุคที่ผมใส่ชุดข้าราชการขายาว พอวันหนึ่งกลับมาใส่กางเกงขาสั้นปั่นจักรยานผมก็เกิดอาการเกรงใจของผมเองล่ะว่าจะไม่สุภาพไหมนะ  อย่างครั้งที่เอามาขี่แรกๆ ต้องออกถนนใหญ่ผมก็ใส่ชุดปั่นเต็มยศมีหมวก ถุงมือ ใส่แว่นตา มีชุดปั่นจักรยานลูกบ้านจำไม่ได้ครับ แต่มารู้กันว่าเป็นกำนันเพราะเห็นน้องๆ ผมขับรถตามมา ชาวบ้านบางคนไม่เคยเห็นลุคนี้ก็ตกใจนะ (หัวเราะ)  แล้วก็จะถามสารทุกข์สุขดิบ แนะให้ไปปั่นทางโน่นทางนี้บ้าง ครั้งต่อๆ มา ถ้ามาปั่นเข้าหมู่บ้านก็ไม่มีหมวกไม่มีแว่นอะไรแล้วปั่นมาแค่เสื้อยืดกางเกงขาสั้น รองเท้าผ้าใบก็พอ”  เพียงขับตามเส้นทางเล็กๆ ผ่าน หมู่ 7, 2, 1 จากทั้งหมด 12 หมู่  ก็ได้เห็นผู้คนยิ้มแย้มต้อนรับไม่ขาดสาย
 
               เมื่อซึมซับบรรยากาศความเป็นมิตร อบอุ่นของชาวบ้านจนถึงช่วงใกล้ค่ำ เจ้าตัวบอกความรู้สึกตลอดเวลา 1 ปีของการทำงานในฐานะกำนันว่า มีเรื่องสนุกท้าทายตลอดเหมือนที่คิดเอาไว้ มีลูกบ้านมาขอความช่วยเหลือหลายรูปแบบ คาดคะเนไม่ถูกจึงต้องมีสติจับจุดให้ถูก แก้ปัญหาตัดสินใจให้ดี  ซึ่งปัญหาถ้าเราแก้ไขได้ในเบื้องต้นเรื่องก็จะไม่ลุกลามเป็นเรื่องใหญ่โตในที่สุด  ผนวกกับไลฟสไตล์ความเป็นคนชอบเข้าสังคมมาก จึงมีความคิดอ่านสมเหตุสมผลสำหรับคนหลายช่วงวัยและมีที่ปรึกษาดีเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ลงตัวที่สุดได้ไม่ยาก
 
               “ถ้าอยู่กรุงเทพฯ จะได้ออกกำลังกายจริงจังครับ อย่างที่บอกมาปั่นที่นี่ก็สนุกไปอีกแบบ เจอชาวบ้าน มีอากาศดีกว่า ถ้าขับทางไกลแบบออกถนนผมจะปั่นข้ามอำเภอมากกว่า ยังไม่เคยปั่นไกลข้ามจังหวัดเลย แต่ก็มีแพลนจะขี่จากกรุงเทพฯ มาที่บ้านนี่ ต้องศึกษาเส้นทางมีนบุรีดีๆ ซึ่งตอนนี้ทางยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่  แล้วก็มีแพลนจะไปปั่นเลนส์สีเขียวที่สุวรรณภูมิเร็วๆ นี้ ต้องวอร์มร่างกายให้พร้อมเพราะระยะทางหลายสิบกิโล สไตล์การปั่นผมไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ครบเซ็ต ผมคิดว่าพอแต่งเยอะจะดูเป็นการผูกมัดตัวเองไปหรือเปล่า สำหรับผมต้องการออกกำลังจริงๆ ก็มีอุปกรณ์เซฟตี้ อย่าง หมวก แว่นตากันฝุ่นกันแดด รองเท้ากีฬา  ปลอกแขนกันแดด กับเสื้อยืดกางเกงระบายอากาศดีๆ เตรียมร่างกายให้พร้อมก็พอแล้ว” กำนันบ่วงบอกถึงแพลนในอนาคตและการเตรียมพร้อม
 
               บรรยากาศโดยรอบตัวเริ่มเป็นสีทองของพระอาทิตย์ตกดิน กำนันแห่ง ต.หัวสำโรง มีเวลาอีกเล็กน้อยเพื่อซึบซับทิวทัศน์ ที่เขาชี้ชวนให้ดูว่าบ้านเกิดแห่งนี้มีอากาศดี มีวิวสวย มีทุ่งนา ไร่สวน และต้นไม้เยอะ ปั่นตอนเช้าๆ มีหมอกลงอากาศก็เย็นสบาย ส่วนตอนนี้ก็ได้ผ่อนคลายไปพร้อมกับภาพสวยๆ และมิตรภาพที่มีอยู่รอบตัวเขานั่นเอง