ข่าว

ป.ป.ช.ชงก.คลังรีด‘ปู’6แสนล้านเซ่นจำนำข้าว

ป.ป.ช.ชงก.คลังรีด‘ปู’6แสนล้านเซ่นจำนำข้าว

17 ก.พ. 2558

มติป.ป.ช.ชง ก.คลัง ประเมินความเสียหายจำนำข้าว ในคดีอาญา ‘ยิ่งลักษณ์’ คาดไม่ต่ำ 6 แสนล้าน ชี้ต้องดำเนินการตามก.ม. ทนายลั่นพร้อมสู้คดี‘ไม่หนี-ไม่ลี้ภัย’

               17ก.พ.2558  นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีการส่งหนังสือถึงกระทรวงการคลังให้ประเมินความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ในคดีอาญาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ทำหนังสือถึงกระทรวงการคลังเพื่อแจ้งให้พิจารณาความเสียหายในคดีอาญา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตามที่ ป.ป.ช. ได้ชี้มูลความผิดในคดีอาญาไปเรียบร้อยแล้ว ฐานละเว้นก่อให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว โดยตามกฎหมาย 73/1 วรรคท้าย ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ให้ ป.ป.ช. ทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงการคลัง ที่เป็นหน่วยงานรับค้ำประกันเงินงบประมาณในโครงการรับจำนำข้าวดังกล่าว ดังนั้นเมื่อเกิดความเสียหายขึ้น กระทรวงการคลังก็ต้องไปดำเนินการเรียกร้องความเสียหายนั้นคืนกลับมา

               นายปานเทพ กล่าวอีกว่า ส่วนฐานของความเสียหายนั้น ป.ป.ช. จะได้ส่งสำนวนที่ชี้มูลความผิด โดยในสำนวนดังกล่าวมีการระบุถึงฐานความเสียหายของการปิดบัญชี ตั้งแต่ครั้งที่ 3 ประมาณ 3.2 แสนล้านบาท แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีการปิดบัญชีโดยกระทรวงการคลัง ที่ระบุว่าสูงถึง 6 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังมีตัวเลขละเอียดทั้งหมดอยู่แล้ว อาทิ ตัวเลขของการลงไปตรวจสอบข้าวเสื่อมคุณภาพ ตรงนี้จะรวมไปทั้งหมด ทั้งนี้ ตนจะได้ลงนามหนังสือในวันที่ 18 ก.พ.นี้ ก่อนจะส่งไปถึงกระทรวงการคลัง และส่งสำนวนการไต่สวนไปพร้อมกันด้วย

               “เป็นการแจ้งไปตามคดีอาญา ก็คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพียงคนเดียว จากนั้นกระทรวงการคลังจะได้พิจารณาว่า มีบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้องร่วมอีกหรือไม่ ก็จะได้พิจารณาเพิ่มเติมอีก ส่วนตัวเลขความเสียหายกระทรวงการคลังประเมิน ต้องไม่ต่ำกว่า 6 แสนล้านบาท เป็นไปตามสำนวนการไต่สวนที่ ป.ป.ช. ได้ชี้มูลความผิดไป” นายปานเทพ กล่าว

               นายปานเทพ กล่าวด้วยว่า การเรียกร้องความเสียหายกรณีไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวนั้น มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งตัวเลขในกรณีนี้ยึดในการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวครั้งที่ 3 เป็นหลักคือประมาณ 3.2 แสนล้านบาท แต่ก็ในการปิดบัญชีฯครั้งล่าสุดนั้นตัวเลขสูงถึง 6 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังต้องไปดูในส่วนการตรวจสอบคุณภาพข้าวในโกดังที่มี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานการตรวจสอบคุณภาพข้าวอีกด้วย

               เมื่อถามว่า หากกระทรวงการคลังไม่ประเมินความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวและฟ้องแพ่งต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะทำได้หรือไม่ นายปานเทพ กล่าวว่า กระทรวงการคลังต้องทำ เพราะกฎหมายระบุว่า ให้ ป.ป.ช. ส่งรายงานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ และเกิดความเสียหาย ซึ่งหมายถึงกระทรวงการคลังเอง ดังนั้น กระทรวงการคลังในฐานะผู้ค้ำประกันโครงการรับจำนำข้าวทั้งหมด ถือเป็นผู้เสียหายโดยตรง จึงต้องดำเนินการตามกฎหมายระบุไว้

               เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่จะถูกวิจารณ์ว่าจ้องเล่นงานนักการเมืองบางฝ่าย นายปานเทพ กล่าวว่า เรื่องนี้ในที่ประชุมก็มีการพูดกันแล้ว แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อกฎหมายระบุเช่นนั้น ตามมาตรา 73/1 วรรคท้ายของ พ.ร.บ.ป.ป.ช. เมื่อชี้มูลความผิดคดีอาญาไปแล้ว หากมีความเสียหาย ก็ต้องแจ้งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงเพื่อฟ้องร้องต่อไป

               “ยืนยันว่าเป็นไปตามกฎหมาย หากยังมีผู้ไม่เข้าใจ ก็คงต้องชี้แจงกันจนกว่าจะเข้าใจ ซึ่งเชื่อว่าหลายคนก็น่าจะเข้าใจ อย่างไรก็ตามกฎหมายไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่จะให้กระทรวงการคลังดำเนินการประเมิน แต่ทางกระทรวงการคลังเอง ได้เตรียมเรื่องเอาไว้แล้ว คงสามารถดำเนินการได้ทันที” นายปานเทพ กล่าว


ป.ป.ช. ชี้ใช้ปมซื้อข้าวแพงขายถูกคดีจีทูจี‘บุญทรง’

               นายปานเทพ กล่าวถึงกรณีการเรียกร้องค่าเสียหายในคดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ในคดีอาญาของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวกรวม 21 รายว่า ส่งเรื่องให้กระทรวงการคลังพิจารณาประเมินความเสียหายเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นไปตามฐานความผิดในคดีอาญา ส่วนเอกชนกว่า 100 ราย ที่ยังไม่ได้ชี้มูลความผิดในกรณีนี้นั้น ไม่ได้ส่งให้กับกระทรงการคลังเรียกร้องความเสียหายด้วย เพราะเป็นการทำสำนวนแยกกัน

               เมื่อถามว่า ตัวเลขคดีระบายข้าวจีทูจีประเมินจากส่วนไหน นายปานเทพ กล่าวว่า ประเมินจากคดีระบายข้าวอย่างเดียว ซึ่งเป็นความเสียหายกรณีซื้อแพงขายถูก ก็ให้กระทรวงการคลังดำเนินการคิดค่าเสียหาย เป็นคนละส่วนกับของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ดูภาพรวมทั้งหมด


ป.ป.ช.จ่อชี้มูล‘269 ส.ส.’ปมแก้รธน. 24ก.พ.นี้

               นายปานเทพ กล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนคดีถอดถอน 269 อดีต ส.ส. แก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ ส.ว. โดยมิชอบด้วยว่า ทางคณะอนุกรรมการจะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาเพื่อมีมติชี้มูลความผิดในวันที่ 24 ก.พ.นี้ หากที่ประชุมเห็นชอบจะได้ส่งสำนวนการไต่สวนไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป
 

ทนายลั่นพร้อมสู้คดี‘ไม่หนี-ไม่ลี้ภัย’

               ด้านนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากน.ส.ยิ่งลักษณ์  ให้รับผิดชอบคดีรับจำนำข้าว กล่าวถึงกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องไปรายงานต่ออัยการสูงสุด เพื่อนำตัวไปส่งฟ้องคดีรับจำนำข้าวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในวันที่ 19 ก.พ.ว่า ตามหลักกฎหมายแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปศาลฎีกาฯในวันดังกล่าว เนื่องจากเป็นเพียงวันนำตัวไปส่งฟ้อง กฎหมายไม่ได้ระบุว่า ต้องเดินทางไปรายงานตัว      

               อย่างไรก็ตามต้องรอการตัดสินใจของน.ส.ยิ่งลักษณ์อีกครั้ง ซึ่งทีมทนายความจะสรุปข้อเท็จจริงต่าง ๆ ให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ทราบอีกครั้ง ทั้งนี้หากน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่เดินทางไปรายงานตัวในวันที่ 19 ก.พ.ก็ไม่มีผลเสียต่อรูปคดี เพราะข้อกฎหมายไม่ได้บังคับไว้ว่า ต้องไป แต่หากหลังจากที่ศาลฎีกาฯรับฟ้อง และนัดให้ไปขึ้นศาลนัดแรก ก็จำเป็นต้องเดินทางไป ถ้าไม่ไปก็อาจมีผลเสียได้ ยืนยันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมจะต่อสู้คดีแน่นอน ไม่คิดหลบหนี หรือขอลี้ภัยแต่อย่างใด