
แฉตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญพลังแสงอาทิตย์ส่อทุจริต
เพื่อไทย แฉโครงการซื้อตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญพลังงานแสงอาทิตย์ให้ชุมชนพอเพียงส่อทุจริต จัดซื้อแพงเกินจริง สูงกว่าท้องตลาดเครื่องละกว่าแสนบาท เตรียมส่งเรื่องให้ป.ป.ช.-ดีเอสไอสอบสวน
(11ก.ค.) น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชนว่า เป็นโครงการที่รัฐบาลดัดแปลงมาจากโครงการเอสเอ็มแอล มีการจัดสรรงบประมาณลงไปที่ชุมชนโดยตรง แต่ละชุมชนมีสิทธิรับงบประมาณตั้งแต่ 100,000-700,000 บาท โดยมีการกำหนดเงื่อนไขให้ผู้นำชุมชนต้องจัดเวทีประชาคม และมีผู้เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 70%
ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบพฤติกรรมส่อถึงการทุจริต ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนที่รัฐบาลกำหนด บิดเบือนโครงการที่ส่งเสริมให้ชาวบ้านสร้างงาน สร้างรายได้ เพื่อยกระดับชุมชน กลับเปลี่ยนมาเป็นการนำสินค้าราคาแพงเข้ามาขายให้กับชุมชนในลักษณะคล้ายกับการฮั้ว โดยสินค้าที่นำมาขายหลายรายการผลิตจากโรงงานเดียวกัน น่าจะเป็นการรู้กันระหว่างนักการเมืองกับผู้ประกอบการ
นอกจากนี้ขั้นตอนการเสนอขออนุมัติโครงการในหลายพื้นที่ไม่มีการทำเวทีประชาคม และมีการนำเอกสารไปให้ชาวบ้านลงชื่อ ขณะนี้มีการเบิกจ่ายงบประมาณไปแล้วกว่า 8,000 ล้านบาท หากปล่อยให้โครงการในลักษณะนี้ดำเนินต่อไปจะส่งผลเสียหายกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะลงพื้นที่ตรวจสอบหลักฐานอีกครั้งก่อนส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบต่อไป
“โครงการจัดซื้อเครื่องทำน้ำดื่มหยอดเหรียญพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งราคาในท้องตลาดไม่ถึง 30,000 บาท แต่ตู้กดน้ำหยอดเหรียญธรรมดาเข้าโครงการไม่ได้ จะต้องนำแผ่นโซล่าร์เซลล์มาติดตั้งเพื่อใช้พลังงานแสงอาทิตย์แทนไฟฟ้า โดยราคารวมไม่เกินตู้ละ 125,000 บาท แต่มีการเสนอขายประมาณ 250,000-300,000 บาท ซึ่งชี้ให้เห็นว่ามีเงินตกหล่นกลางทางเป็นจำนวนมาก ” น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว



