ข่าว

ประตูระบายน้ำคลองจินดาแนวสกัดน้ำเค็มรุก

ประตูระบายน้ำคลองจินดาแนวสกัดน้ำเค็มรุก

17 ก.พ. 2558

ประตูระบายน้ำคลองจินดาแนวสกัดน้ำเค็มรุก : ทีมข่าวภูมิภาครายงาน

                การติดตามสถานการณ์น้ำเค็มรุกเข้ามาในพื้นที่น้ำจืด(คลองจินดา) ต.บางช้าง อ.สามพราน จ.นครปฐม โดย สุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ ถือเป็นภาพของปัญหาที่กำลังก่อตัวและสร้างผลกระทบในหลายมิติ โดยมีที่มาจาก "ภัยแล้ง" ที่ก่อตัวขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2557 เพราะจากการติดตามสถานการณ์ของผู้บริหารกรมชลประทาน สิ่งที่พบก็คือระดับความเค็มของน้ำที่สูงเกินค่ามาตรฐาน จนไม่สามารถที่จะนำไปใช้ภาคเกษตรได้ ทางออกที่กรมชลประทานวางไว้ในการเข้ามาแก้ปัญหาก็คือ ผันน้ำที่สำรองไว้จากลุ่มน้ำแม่กลอง เข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ของลุ่มน้ำท่าจีน ครอบคลุมทั้งพื้นที่ใช้น้ำเขต อ.สามพราน จ.นครปฐม, อ.บ้านแพ้ว และ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โดยปัญหาหาเฉพาะที่ต้องรับมือก็คือ หาทางป้องกันไม่ให้กล้วยไม้ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจได้รับความเสียหาย ขณะที่แนวทางที่ทำควบคู่กันไปอีกด้านก็คือ นำเครื่องผลักดันน้ำมาติดตั้ง และสูบน้ำที่ล้นเข้ามาให้ออกไปจากเขื่อน(บิ๊กแบ็ก)ที่ทำไว้ เพื่อไม่ให้มวลน้ำเค็มเข้าไปสู่พื้นที่ในแหล่งเกษตร 

               ข้อมูลของกรมชลประทาน พบว่า เกิดปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำเข้ามาทั้งลำน้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีน โดยมีค่าความเค็มเกินกว่า 0.2 กรัมเกลือต่อลิตร และพบว่าปรากฏการณ์ดังกล่าว

               รุนแรงมาก ในเขตแม่น้ำท่าจีน โดยค่าความเค็มเกลือต่อลิตร ก่อนถึงคลองจินดา บางช่วงสูงถึง 7 กรัมเกลือต่อลิตร ขณะที่คลองลัดโพธิ์ แม่น้ำเจ้าพระยาจนถึงคลองสำแล คลองผลิตน้ำประปาตะวันออกระดับความเค็มเฉลี่ยที่ 0.2 กรัมเกลือต่อลิตร  

               ปัจจุบันแม่น้ำท่าจีน กำลังประสบปัญหาน้ำทะเลหนุน ทำให้น้ำมีค่าความเค็มในปริมาณที่สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด จนกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะแหล่งปลูกกล้วยไม้บริเวณคลองจินดา ซึ่งเป็นคลองเชื่อมต่อกับแม่น้ำนครชัยศรี ที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม แหล่งปลูกกล้วยไม้เพื่อการส่งออกที่สำคัญ มีเนื้อที่มากกว่า 3,000 ไร่

               ด้านการรับมือกับปัญหา และหาทางฟื้นฟูคุณภาพน้ำที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ก็คือ ผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ระบายผ่านประตูระบายน้ำโพธิ์พระยา ในอัตรา 10 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และนำน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองระบายผ่านคลองท่าสาร-บางปลา เพื่อให้มวลน้ำลงสู่แม่น้ำนครชัยศรี ที่ท้ายประตูระบายน้ำบางปลาในอัตราเฉลี่ย 30 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ควบคู่กับการผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลอง ผ่านทางคลอง 5 ซ้าย ซึ่งเป็นคลองชลประทาน ของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครปฐม เพื่อกระจายน้ำเข้าสู่คลองแยก 6 ขวา และแยก 7 ขวา เพื่อให้น้ำไหลลงสู่ต้นคลองจินดา    แนวทางนี้จะช่วยผลักดันน้ำเค็มให้ออกจากคลองจินดาและรักษาคุณภาพน้ำในคลอง ขณะที่ในพื้นที่มีเกษตรกรนำบิ๊กแบ็กมาสร้างเป็นทำนบปิดกั้นบริเวณปากคลองจินดา ในเขต ต.บางช้าง  อ.สามพราน จ.นครปฐม ป้องกันไม่ให้น้ำเค็มที่หนุนสูงในแม่น้ำนครชัยศรีไหลเข้าสู่คลองจินดา

               ปัญหาน้ำเค็มรุกเข้ามาในพื้นที่น้ำจืด เป็นผลมาจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนทางภาคเหนือ ลงมายังภาคกลางลดลงจากข้อจำกัดของปริมาณน้ำที่กักเก็บไว้ เนื่องจากภัยแล้งที่เกิดขึ้น จนทำให้น้ำทะเลหนุนเข้ามา สำหรับคลองจินดา มีความยาว 14 กิโลเมตร เชื่อมต่อระหว่างคลองควายที่ ต.ตลาดจินดา อ.สามพราน ไปยังแม่น้ำท่าจีนที่ ต.บางช้าง อ.สามพราน มีความสำคัญอย่างมากกับภาคการเกษตร เพราะเป็นแหล่งน้ำสนับสนุนทั้งสวนกล้วยไม้และสวนผลไม้ ในทางกายภาพแม้คลองจินดาจะไม่ได้ผ่าน จ.สมุทรสาคร แต่ก็มีคลองเชื่อมต่อไปยังพื้นที่คลองขนาดเล็ก คือ คลองเขื่อนขันธ์ คลองเจ็ดริ้ว คลองตัน คลองลาดบัว คลองหนองนกไข่

               สำหรับประตูระบายน้ำคลองจินดา จะมีส่วนสำคัญต่อการบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ ทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในคลองจินดาและคลองดำเนินสะดวก ทั้งนี้ตามแผนงานที่กรมชลประทานศึกษาเอาไว้ นับตั้งแต่อุทกภัยในปี 2554 มวลน้ำจากคลองจินดา อ.สามพราน จ.นครปฐม ซึ่งอยู่ระหว่างรอยต่อกับเขต อ.บ้านแพ้ว และ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร

               ได้เอ่อล้นเข้าท่วม 2 อำเภอดังกล่าวของ จ.สมุทรสาคร ผ่านคลองดำเนินสะดวก เนื่องจากปากคลองจินดาไม่มีอาคารควบคุมระดับน้ำ เช่น สถานีสูบน้ำ และประตูระบายน้ำ จนทำให้น้ำเข้าท่วมพื้นที่เกษตรในกลุ่มไม้ผล รวมไปถึงสวนกล้วยไม้ สร้างปัญหาอย่างรุนแรงให้แก่พื้นที่ของ ต.บางช้าง อ.สามพราน จ.นครปฐม และเขตติดต่อ ต.หนองนกไข่ ต.บางยาง อ.กระทุ่มแบน และเขต อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร

               การจัดสร้างประตูระบายน้ำคลองจินดา จึงมีส่วนสำคัญต่อการลดปัญหาอุทกภัยในพื้นที่เศรษฐกิจในภาคเกษตร ทั้งยังจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ส่วนงานก่อสร้างในโครงการนี้ทั้งระบบจะประกอบด้วย สถานีสูบน้ำ พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 6 เครื่อง ประตูระบายน้ำ จำนวน 4 ช่อง งานเขื่อนป้องกันตลิ่ง ยาว 272 เมตร ใช้งบประมาณเพื่อดำเนินการกว่า 300 ล้านบาท

               สุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า หัวใจสำคัญของโครงการนี้อยู่ที่การใช้เป็นเครื่องมือช่วยแก้ไขปัญหาน้ำทะเลหนุนเข้าคลองจินดาได้อย่างถาวร ในระหว่างนี้ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร กรมชลประทานได้จัดส่งรถบรรทุกน้ำวันละ 10 คันเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรให้มีน้ำใช้จนกว่าคุณภาพน้ำในคลองจินดาจะฟื้นตัว ไม่กระทบต่อการนำมาใช้กับการปลูกกล้วยไม้

               รายงานข่าวจาก สำนักงานเกษตรอำเภอสามพราน จ.นครปฐม เปิดเผยว่า ได้ทำหนังสือแจ้งกรมส่งเสริมการเกษตร ถึงปัญหาเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้ได้รับความเดือนร้อนจากปัญหาน้ำเค็ม โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ อ.สามพราน จ.นครปฐม พื้นที่ปลูกกล้วยไม้ 1,214 ไร่, อ.เมือง และ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร พื้นที่รวม 2,000 ไร่ และกรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ปลูกกล้วยไม้มีปัญหาน้ำเค็มจนส่งผลกระทบต่อผลผลิต ในแหล่งปลูก 3 เขต คือ เขตทุ่งครุ เขตจอมทอง  และเขตบางขุนเทียน พื้นที่รวมกันทั้งหมด 50 ไร่ ขณะนี้ได้ร้องขอให้ทางชลประทาน ปล่อยน้ำระบายผลักดันน้ำเค็ม

               ขณะเดียวกันได้แจ้งเตือนเกษตรกรก่อนนำน้ำเข้าสวนให้ตรวจความเค็มของน้ำก่อน โดยได้ให้การสนับสนุนเครื่องวัดค่าการนำไฟฟ้า เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้สำหรับตรวจค่าความเค็มของน้ำในพื้นที่

               วิชัย จูด้วง เกษตรกรสวนมะพร้าว ต.นางตะเคียน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า ผลกระทบจากปัญหาน้ำทะเลหนุน มีเข้ามาในเขตแม่น้ำแม่กลองและลำคลองสาขาต่างๆ กระทั่งพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม กระทบกับพืชผลเกษตร "ปีนี้น้ำมีค่าความเค็มขึ้นสูง จากการที่เขื่อนใน จ.กาญจนบุรี กักเก็บน้ำได้น้อย ดังนั้นเมื่อมีการปล่อยน้ำออกท้ายเขื่อน จึงไม่พอกับการผลักดันน้ำเค็ม ทำให้น้ำเค็มหนุนขึ้นตามแม่น้ำแม่กลอง และคลองสาขาต่างๆ และเข้าไปในสวนของเกษตรกร และส่งผลกระทบต่อพืชที่ปลูกไว้ทั้งมะพร้าว ส้มโอ ลิ้นจี่ และพืชผลอื่น
 
               "วิธีป้องกันน้ำเค็มเข้าสวนทำ ที่ทำกันอยู่ในขณะนี้ คือ ทำทำนบกั้น และกักเก็บน้ำจืดไว้ในร่องสวน ซึ่งสามารถใช้ชั่วคราว เพราะเมื่อน้ำจืดในร่องสวนหมด น้ำเค็มก็จะซึมเข้าไปแทนที่ แต่ปีนี้ต้นทุนน้ำในเขื่อนน้อยทำให้มีน้ำปล่อยน้อยออกมาน้อย เกษตรกรชาวสวนจึงได้รับผลกระทบ" นายวิชัย กล่าว

               วันชัย คนงาม หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม   กล่าวว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดฯ ได้ประสานไปยังกรมชลประทาน ให้ปล่อยน้ำออกท้ายเขื่อนแม่กลองหรือเขื่อนท่าม่วงใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ลงสู่แม่น้ำแม่กลอง เพื่อผลักดันน้ำเค็มในอัตรา 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที "หากกรมชลประทานไม่ปล่อยน้ำผลักดันน้ำเค็ม จะทำให้น้ำเค็มหนุนเข้าคลองต่างๆ ทั้งจังหวัด ซึ่งมีกว่า 300 คลอง จะส่งผลให้เกษตรกร ทั้งชาวสวนมะพร้าว ชาวสวนส้มโอ และสวนลิ้นจี่ ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้ทั้งสวนส้มโอ และสวนลิ้นจี่ ยังประคองได้ แต่สวนมะพร้าวหนักมากที่สุด เพราะอยู่เขต อ.เมือง ซึ่งอยู่ปลายน้ำ และใกล้ทะเล"  วันชัย กล่าว

               คือบทสรุปของปัญหาภัยแล้ง ในประเด็นของน้ำเค็มที่รุกเข้ามา และสร้างปัญหาให้แก่ภาคเกษตร