
ไปเที่ยวนอร์เวย์เกือบได้เป็นเจ้าของร้านอาหารไทย
ไปเที่ยวนอร์เวย์เกือบได้เป็นเจ้าของร้านอาหารไทย : รณการายงาน
ครั้งหนึ่งมีโอกาสเดินทางไปเที่ยวและเยี่ยมเพื่อนที่ประเทศนอร์เวย์ ดินแดนแห่งพระอาทิตย์เที่ยงคืน พอไปถึง เพื่อนได้ยื่นโอกาสที่จะไปทำธุรกิจที่นอร์เวย์ ณ เมือง Stravager ให้ด้วยการเปิดร้านอาหารไทย เพราะต้องการจะขายให้คนไทยคิดเป็นเงินไทยประมาณ 5 ล้านบาท
ขอบอกนะคะ ของที่นั่นแพงมากๆ โดยเฉพาะวัตถุดิบที่นำเข้าจากเอเชีย บ้านเราเวลาทำแกงเผ็ดที่ต้องใส่ใบมะกรูดสามารถใส่ได้เป็นกำๆ
แต่สำหรับอาหารไทยแกงแดงที่ต้องใส่ใบมะกรูด ต้องฉีกแล้วฉีกอีกแบ่งครึ่งแล้วแบ่งครึ่งอีก จาก 1 ใบ แบ่งเป็น 2 ส่วน ถ้าใบยังใหญ่อยู่ก็แบ่งจาก 2 ส่วนเป็น 4 ส่วน เพราะฉะนั้นในเมนูแกงแดงไก่ 1 portion มีใบมะกรูดแค่ 1 ใบ แต่ฉีกแล้วเป็น 4 ส่วนนั่นเอง
ส่วนเมนูของร้านที่ลูกค้าชอบมากที่สุดคือ เมนูผัดไทยเพราะทางร้านของเพื่อนเจ้าของร้านเขาทำน้ำซอสได้อร่อยมากๆ ขนาดคนไทยที่อยู่ที่นั่นยังต้องไปกินผัดไทยร้านของเพื่อนเป็นประจำเพราะน้ำซอสรสชาติไทยๆ ทีเดียวอร่อยกว่าบางร้านในเมืองไทยเสียอีก และเกือบทุกโต๊ะแขกที่มากินที่ร้านต้องสั่งเมนูผัดไทยอร่อยจริงๆ ขอบอก และไม่ต้องพูดถึงเลยเมื่อรับออเดอร์ทางโทรศัพท์ลูกค้าต้องสั่งผัดไทยและเราจะต้องนัดเวลาเขาด้วยว่าอีกกี่นาทีหรือกี่ชั่วโมงมารับและต้องทำให้เสร็จตรงเวลาที่ลูกค้ามารับด้วยเพราะที่นั่นไม่มีรถติดลูกค้าเขาทำเวลาได้ดีตรงเวลาเป๊ะเพื่อมารับอาหาร
ตอนนั้นกำลังเบื่อๆ งานในเมืองไทยด้วยจึงตัดสินใจเพราะชอบทันทีเมื่อไปเห็นร้านอาหารไทยของเพื่อนครั้งแรกชอบมากที่สุด คิดว่าตัวดิฉันต้องมาตั้งรกรากที่นอร์เวย์แน่นอน อย่างแรกเลยเมื่อดิฉันไปถึงเพื่อนรุ่นพี่ที่ว่านี้เขาให้แม่ครัวพร้อมเด็กเสิร์ฟที่เป็นคนไทยอยู่ที่นั่นออกและให้ดิฉันสวมชุดไทยเพราะว่าที่นั่นค่าแรงแพงมาก อีกทั้งคนไทยที่ไปมีครอบครัวที่นั่นเขาสบายอยู่แล้วสามีเลี้ยงหรือไม่ก็รัฐบาลเลี้ยงในกรณีที่เป็น Permanent Resident ของเขาแล้ว เพราะเจ้าของร้านเห็นว่าเราจะมาซื้อกิจการของเขาเราคงต้องทำทุกอย่างเพื่อเรียนรู้งานและไม่ต้องจ้างใครมาให้เสียเงินด้วย
ดิฉันจึงตัดสินใจลาออกจากงานที่เมืองไทยเดินทางไปเรียนรู้งาน พร้อมดูสถานที่ตั้งของร้าน คิดว่าน่าสนใจมากทีเดียวโดยที่เพื่อนมีร้านอยู่ 2 ร้าน ร้านเก่าดั้งเดิมทำมาเกือบ 16 ปี เป็นร้านเล็กๆ แต่อยู่ใจกลางเมืองที่นั่งประมาณ 20 ที่นั่ง ส่วนร้านใหม่อยู่หน้าสถานีรถไฟของเมือง นับว่าโลเกชั่นดีมาก โดยที่เพื่อนจ้างเชฟจากเมืองไทยมาดูแลร้านใหม่โดยออกเวิร์กเพอร์มิตในการทำงานอย่างถูกต้องที่ประเทศนอร์เวย์
แน่นอนทีเดียวเขาผู้หญิงตัวคนเดียวไปอยู่ประเทศนอร์เวย์ตั้งแต่อายุ 18 ปี ซึ่งตอนนั้นใครเข้าไปอยู่ก็ได้โดยไม่ต้องมีวีซ่าขอให้มีเงินค่าตั๋วเครื่องบินก็สามารถเดินทางไปประเทศเขาได้แล้ว เพื่อนเคยเล่าว่าไปด้วยกันกับคนไทยประมาณ 3 คน เพื่อไปตายเอาดาบหน้างาน แรกเลยคือทำความสะอาดเครื่องบินงานไม่เป็นเวลาขึ้นอยู่กับว่าเครื่องบินแต่ละสายการบินจะแลนดิ้งเวลาต่างกัน หนาวก็หนาวง่วงก็ง่วงแต่ก็ต้องทน ทนเพื่อเก็บเงินมาสร้างรากฐานที่บ้านเกิดเมืองนอนของเรา จนกระทั่งเพื่อนได้แต่งงานกับชาวนอร์เวย์และมีลูกชายด้วยกัน 2 คน
ดิฉันทำทุกอย่างตั้งแต่รับออเดอร์ลูกค้า พร้อมแนะนำเมนูอาหารไทยว่ามีส่วนประกอบเป็นอย่างไรบ้างพร้อมอธิบายรสชาติอาหารไทย ดิฉันสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้เพราะส่วนใหญ่ลูกค้าที่มากินอาหารเป็นคนต่างชาติที่ไม่ใช่คนนอร์เวย์ ส่วนใหญ่เป็นคนอังกฤษมาทำงานบริษัทน้ำมันที่เมืองนี้ ดิฉันทำตั้งแต่รับออเดอร์อาหาร เสิร์ฟ ล้างจาน เก็บเงิน พร้อมรับออเดอร์ทางโทรศัพท์เพราะมีการบริการเทก อะเวย์ ด้วย สนุกมาก แรกๆ เมื่อลูกค้ายังไม่เยอะแต่พอลูกค้ามายืนรอหน้าร้านเริ่มเกิดความกดดันในการบริการ อาจจะยังมีนิสัยในความเป็นไทยคือ มีความเกรงใจกลัวลูกค้าจะคอยนานและเกิดความไม่พอใจในร้านของเราก็ได้ แต่ฝรั่งก็คือฝรั่งเขารู้เขายอมรับสภาพว่าเขาต้องรอ ไม่โกรธเพราะเขาไม่ได้โทรจองไว้ล่วงหน้า
ทุกสายของประจำวันดิฉันพร้อมเพื่อนเจ้าของร้านต้องเดินไปซื้อวัตถุดิบเพื่อมาเตรียมไว้ขาย ร้านขายของสินค้าเอเชียก็จะผูกขาดอยู่ 2 ร้านคือร้านคนไทยและร้านคนเวียดนาม
มีอยู่ครั้งหนึ่งดิฉันคิดอยากจะติดต่อนำวัตถุดิบด้านอาหารไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ ของสดทั้งหลาย รวมทั้งส่วนประกอบการทำอาหารไทยนำเข้ามาส่งขายร้านขายของชำร้านที่ขายวัตถุดิบของเอเชีย โดยไปขอข้อมูลรายการสินค้าจากร้านค้าของคนไทยและร้านค้าของคนเวียดนาม ว่ารายการสินค้ามีอะไรบ้างและราคาประมาณเท่าไหร่เพื่อเราจะได้ทำราคาที่เขาพึงพอใจกว่าราคาที่เขาได้รับซื้อในปัจจุบัน
สรุปแล้วก็คือว่าร้านอาหารไทย 1 อาทิตย์ก็แล้ว บอกว่า ยังไม่ได้ข้อมูลเลย ยังไม่มีเวลาว่างทำให้เลย เพื่อนก็เลยตัดสินใจพาเราไปติดต่อร้านขายของที่เป็นคนเวียดนาม เป็นอะไรที่น่าประทับใจมากภายใน 20 นาที เจ้าของร้าน ปรินท์รายละเอียดรายการสินค้าวัตถุดิบทั้งของสดและของแห้งที่เขาสั่งทางเมืองไทยมาให้พร้อมกับราคาและส่งให้เรา บอกว่าถ้ายูได้ราคาที่ดีกว่าถูกกว่านี้ ก็ยินดีมาส่งสินค้าที่ร้านเราได้เลย แปลกนะเขาไม่ได้กลัวคู่แข่งว่าเราจะมาเปิดร้านขายของแข่งกับเขา แต่ไม่ทราบว่าร้านคนไทยคิดว่า เราจะมาเปิดร้านขายแข่งกับเขา
เมื่อดิฉันย้อนไปตามรายการสินค้าอีกที่ร้านไทย เจ้าของร้านบอกว่าสามีไม่ให้รายการจ๊ะ สงสัยกลัวเราจะไปเปิดร้านขายแข่งกับเขาแน่นอน เป็นซะอย่างเนี่ยน้อคนไทยในต่างแดน
อย่างที่เขาว่ากันหรือเปล่าไม่ทราบว่าคนไทยในต่างแดนไม่ค่อยรักกัน แต่สำหรับคนเวียดนามที่ไปอยู่ต่างแดนที่ไม่ใช่บ้านเกิดของตัวเองเขาช่วยเหลือกัน และรักกัน



