
3 ยุทธศาสตร์ พาไทยผ่านมรสุมศก.
18 ก.พ. 2558
เล่าสู่กันฟัง : 3 ยุทธศาสตร์ พาไทยผ่านมรสุมศก. : โดย..บัญญัติ คำนูญวัฒน์
“ปลาเร็วกินปลาช้า” ดูจะเป็นคำอธิบายสภาพการแข่งขันของเศรษฐกิจโลกยุคนี้ได้ดี เพราะการทำมาค้าขายสมัยนี้ต้องรวดเร็วในทุกกระบวนการจึงจะเอาตัวรอดได้ ยิ่งตอนเศรษฐกิจผันผวนเอาแน่เอานอนไม่ได้ การหาตำแหน่งที่ดีให้กิจการได้ก่อนใครก็ย่อมแข็งแกร่งและก้าวมาเป็นผู้นำก่อนใคร ด้วยเหตุนี้ประเทศไทยจึงต้องเร่งสร้างยุทธศาสตร์การทำการค้า ผลักดันให้เป็นศูนย์กลางทางการค้าของเออีซีให้ได้โดยเร็ว
เล่าสู่กันฟังในวันนี้ขอหยิบยกประเด็นในงานสัมมนา “3 ยุทธศาสตร์ เจาะลึก เศรษฐกิจไทย ปี 58” ที่พอจะสรุปได้มาเป็นแนวทางให้กับการเดินหน้าประเทศไทย โดยเฉพาะสำหรับนักธุรกิจ นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภา ผู้ส่งสินค้าออกทางเรือแห่งประเทศไทย บอกไว้ว่าอย่าเพิ่งตระหนกกับกำลังซื้อในประเทศที่หดตัวช่วงนี้เพราะยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ อย่างไรก็ตาม ยังวางใจไม่ได้เนื่องจากเศรษฐกิจไทยขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโลก เมื่อตอนนี้สถานการณ์โดยรวมชะลอตัว การส่งออกไทยก็จะได้รับผลกระทบ
ดังนั้น เพื่อรับมือไว้ก่อน มองว่าการวางแผนอย่างมียุทธศาสตร์ทั้งระยะสั้นและระยะยาวจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยยุทธศาสตร์แรก ที่นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร ซีพี ออลล์ ให้ความเห็นไว้ว่า ต้องจับตาการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกและประเมินวางแผนดำเนินการธุรกิจให้เร็วขึ้นด้วยการประเมินทุกๆ 6 เดือน ไม่ใช่ปีละครั้งเหมือนในอดีต
นายก่อศักดิ์ยังเสริมด้วยยุทธศาสตร์ที่สอง คือ ประเทศไทยจะต้องใช้โอกาสเปิดเออีซี ผลักดันให้ประเทศเป็นศูนย์การทางการค้า การลงทุน ประเทศที่เป็นแบบอย่างศึกษาได้ดีที่สุด คือ ฮ่องกง เขตปกครองพิเศษของจีน เมืองหน้าด่านเล็กๆ ในอดีตของจีนมีประชากรเพียง 7 ล้านคน ปัจจุบันกลายเป็นเมืองท่าเสรีสำคัญอันดับหนึ่งของโลก สามารถสร้างผลผลิตมวลรวมภายในประเทศได้มากถึง 2 แสนกว่าล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี คิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ 6.5 ล้านล้านบาทไทย แซงหน้ามหานครนิวยอร์กของสหรัฐอเมริกา และกรุงลอนดอนของประเทศอังกฤษ
สุดท้ายยุทธศาสตร์ที่สาม ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน มองว่า การวางนโยบายที่เป็นวาระแห่งชาติ ชัดเจน ระยะยาวให้ประสบความสำเร็จ ประเทศไทยจะต้องมีรัฐบาลที่แข็งแกร่งมากพออยู่บริหารอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับกูรูอีกสองท่านที่มีความเห็นว่าช่วงนี้ค่าเงินบาทผันผวน ผู้ประกอบการรายเล็กที่กำลังเริ่มลงทุนจะมีความเสี่ยงมาก ภาครัฐจึงต้องเข้ามาดูแลเร่งด่วน
ในระยะยาวการลงทุนด้านขนส่งและด้านพลังงานก็เป็นนโยบายสำคัญที่ภาครัฐจะต้องให้ความสำคัญ เพราะไทยพึ่งพิงแหล่งพลังงานจากต่างชาติจำนวนมาก การผลิตพลังงานใช้ได้เองหรือมีระบบขนส่งที่ดีจะสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนสนใจมาตั้งบริษัทในประเทศไทยมากขึ้น
3 ยุทธศาสตร์ จาก 3 กูรู ที่ได้มาแนะนำทิศทางเศรษฐกิจไทย หากภาครัฐและภาคธุรกิจดำเนินการได้แบบ "ปลาเร็ว" ย่อมจะสามารถพัฒนาและนำพาประเทศไทยผ่านพ้นช่วงเศรษฐกิจที่ผันผวนนี้ไปได้ เเละอาจเป็นผู้นำของการส่งออกรวมถึงกระจายสินค้าในอาเซียนได้ก่อนใคร
-------------------------
(เล่าสู่กันฟัง : 3 ยุทธศาสตร์ พาไทยผ่านมรสุมศก. : โดย..บัญญัติ คำนูญวัฒน์)



