
ประยุทธ์เมินคุยทักษิณเหตุมีคดี
ประยุทธ์เมินคุยทักษิณเหตุมีคดี อยากปรองดองต้องกลับสู่กระบวนการ มาร์คแนะตีโจทย์ปรองดองให้ชัด
แกนนำรัฐบาลปฏิเสธแนวคิดของนายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อสร้างความปรองดองในชาติ
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอดังกล่าวว่า “เขามีอำนาจอะไรที่จะมาบังคับผม แล้วมีการกระทำอะไรที่ขัดต่อหลักของกฎหมายหรือไม่ อย่าลืมว่าวันนี้คุณทักษิณมีคดีติดตัวอยู่ แล้วผมจะไปพูดด้วยได้หรือไม่ล่ะ ก็ต้องคิดดูตรงนี้”
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าสถานะของนายกฯ ในวันนี้ไม่สามารถที่จะไปพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “คำถามนี้เข้าท่า”
ส่วนที่ว่าเมื่อไม่สามารถไปพูดคุยเองได้จะมอบหมายให้ผู้อื่นไปหารือแทนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ว่าใครไป ก็ผิดทั้งหมด ปัญหาอยู่ที่ว่า ถ้าใครอยากจะปรองดอง ก็กลับประเทศ มาเข้าสู่กลไกตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเรื่องนี้พูดมาหลายครั้งแล้ว
"ถ้ายกเลิกสิ่งที่ทำผิดกฎหมายทั้งหมด แล้วประเทศไทยจะทำอย่างไรต่อไป ในข้อเท็จจริงผิดหรือไม่ผิดก็ว่ากันมาตามหลักฐาน และต้องดูว่า การตัดสินคดีความทั้งหมดว่าอย่างไรมีผลย้อนหลังทั้งหมดหรือไม่ หรือทุกคดีจะให้นิรโทษกรรมทั้งหมดเลยหรือ เรายังไปไม่ถึงตรงนั้น จะต้องตั้งหลักของเราให้ได้ก่อน แก้ปัญหาประเทศดูแลประชาชนวางรากฐานเตรียมเลือกตั้ง ส่วนการจะย้อนไปพิจารณาเลือกนิรโทษกรรมนั้น เดี๋ยวค่อยว่ากัน ถ้าทำได้ก็ไปว่ากันมา แต่ส่วนตัวผมเองจะให้ไปพูดอะไรกับใครที่มีคดีความอยู่มันไม่ได้ เพราะผมเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่พูดแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าจะปิดประตูตาย ประตูก็ยังเปิดอยู่สำหรับคนที่ทำถูกต้อง แต่ถ้ายังไม่ถูก ก็ต้องไปทำให้ถูก
เตือนนศ.อย่าตกเป็นเครื่องมือใคร
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเห็นอย่างไรที่เห็นนักศึกษาออกมาต่อต้านในขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “อยากฝากน้องๆ หลานๆ ว่า อย่าตกไปเป็นเครื่องมือใคร อย่าลืมว่า คนที่มานำเคลื่อนไหวเขาต้องการอะไร กลุ่มคนเหล่านี้ต้องการเพื่อให้มีการขยายความขัดแย้งกับ คสช. แล้วผมถามว่า วันนี้เลือกตั้งได้หรือยัง สมมุติว่ามีรัฐธรรมนูญแล้วจะเลือกตั้งได้หรือไม่ ถ้าสถานการณ์ยังเป็นอยู่เช่นนี้ มันเป็นไปไม่ได้ ถ้าสถานการณ์วันนี้เบาลงหรือลดลง ใครที่ทำผิดกฎหมายก็กลับเข้ามาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ถ้าทำแบบนี้มันก็ไม่ทะเลาะกัน แต่ถ้าทำไม่ได้วันข้างหน้าก็ทะเลาะกันอีก ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไร”
นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงกรณีที่มีการระบุว่า การเมืองไทยวันนี้ยังผูกขาดและผูกติดอยู่กับ พ.ต.ท.ทักษิณว่า “ก็อย่าไปสนใจสิ สื่อก็อย่าไปเขียนให้เขา อย่าไปเขียนอะไรที่มันผิด อย่าไปเขียนต่อ สื่อต้องก้าวให้ข้าม ส่วนผมก้าวข้ามมานานแล้ว”
"ประวิตร" ชี้ไม่ใช่หน้าที่นายกฯ
ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม กล่าวถึงข้อเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ พูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อสร้างความปรองดองว่า ไม่ใช่หน้าที่ของนายกรัฐมนตรี เป็นเรื่องของกฎหมาย ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ดูแลกฎหมาย ถามว่าผิดหรือไม่ เมื่อทาง สปช.เป็นผู้เสนอแนะ ก็ไปทำมา ส่วนหลักการจะเป็นอย่างไรนั้น ตนไม่รู้ แต่จะต้องไปดูว่าต้องไม่ผิดกฎหมาย เพราะเรายึดตัวกฎหมาย ถ้า สปช.คิดอะไรและเห็นว่าอะไรสามารถทำได้ก็ทำเลยถือเป็นเรื่องของ สปช.
ป.ป.ช.ส่งสำนวนให้อสส.ฟันคดี"จีทูจี"
นายศักดิ์ชัย เมทินีพิศาลกุล ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้นำสำนวนพร้อมพยานหลักฐานกว่า 60 ลัง รวมกว่า 6.7 หมื่นหน้า ที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดคดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ซึ่งมีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และพวก รวม 21 ราย เป็นผู้ถูกกล่าวหา มาส่ง นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด ตามขั้นตอนเพื่อสั่งคดี โดยมี นายชุติชัย สาขากร อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ และนายวันชัย รุจนวงศ์ อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศและโฆษกอัยการสูงสุด เป็นตัวแทนอัยการสูงสุดรับมอบสำนวนหลักฐาน
นายชุติชัย กล่าวว่า เมื่อรับสำนวนจาก ป.ป.ช.แล้ว ภายใน 1-2 วัน อัยการจะเร่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาสำนวน หากตรวจดูแล้วเห็นว่าพยานหลักฐานครบถ้วน คาดว่าจะสามารถส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ภายใน 1 เดือน ซึ่งคดีนี้เกี่ยวพันกับคดีรับจำนำข้าว ที่มีการพิจารณาไปก่อนหน้านี้แล้ว อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวยังมีผู้เกี่ยวข้องที่อยู่ระหว่างการไต่สวนของ ป.ป.ช.อีกกว่า 100 คน
ทั้งนี้ นายชุติชัย กล่าวอีกว่า ในส่วนของคดีโครงการรับจำนำข้าว ที่อัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ละเลยไม่ดำเนินการยับยั้งโครงการทำให้รัฐเสียหายนั้น อัยการจะส่งสำนวนต่อศาลฎีกาฯ ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 10.00 น. ซึ่งการยื่นฟ้องไม่จำเป็นต้องนำ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปศาลด้วย โดยเป็นการยื่นฟ้องเฉพาะสำนวน
‘มาร์ค’แนะตีโจทย์‘ปรองดอง’ให้ชัด
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มองว่าเรื่องของการปรองดองเป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีในหมวดการปฏิรูปและเรื่องปรองดอง ดังนั้นการจะดำเนินการอะไรต้องคงต้องฟังข้อเสนอของทาง กมธ.ยกร่างฯ ก่อน ขณะเดียวกันในส่วนของ กมธ.ยกร่างฯ ยังไม่มีข้อยุติทั้งหมด ตนอยากให้ กมธ.ยกร่างฯ ตีโจทย์ให้ชัดว่าปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นความขัดแย้งในลักษณะไหน ปัญหาที่ผ่านมาเป็นเรื่องของการกระทำ ที่ผิดกฎหมายหรือไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้ ทำให้ไม่เกิดความเชื่อมั่นในทุกฝ่าย เพราะฉะนั้นจึงต้องแก้ตรงนี้ให้ได้ ซึ่งตนเข้าใจว่าสัปดาห์นี้จะได้ข้อยุติในส่วนของ กมธ.ยกร่างฯ ผู้สื่อข่าวถามว่า ระยะเวลาในการดำเนินงานของคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ ที่ต้องใช้เวลาถึง 5 ปี นานเกินไปหรือไม่
ร่วมถกร่างรธน.เพื่อไทย-ชาติไทยฯชี้ก่อปัญหาในอนาคต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการสัมมนาเรื่องหลักการใหม่เกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตย นักการเมืองและสถาบันการเมือง ตัวแทนของพรรคการเมืองที่เข้าร่วมได้แสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง โดยมีตัวแทนแต่ละพรรคการเมืองจำนวน 30 รายที่แสดงเจตจำนงในการเสนอความเห็น ซึ่งได้รับจัดสรรเวลาคนละ 5 นาที นายสามารถ แก้วมีชัย อดีตส.ส.เชียงรายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงข้อเสนอว่าหลักการทั้ง 13 ข้อของกมธ.ยกร่างฯ นั้น ก็มีความเป็นห่วงว่าจะเป็นเรื่องของการปฏิรูปหรือจะสร้างปัญหาใหญ่
เพราะในทางปฏิบัติมันไม่เหมือนตอนเขียนรัฐธรรมนูญ เช่นมีการพยายามตั้งกรรมการขึ้นมาหลายชุดเพื่อตรวจสอบผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยเฉพาะ การตรวจสอบทรัพย์สินบุคคลก่อนลงรับสมัครเลือกตั้งหากไม่ชัดเจนจะไม่มีสิทธิลงรับสมัครซึ่งตรงนี้จะเกิดปัญหาความไม่เป็นธรรมหากได้ผู้ที่เข้ามาตรวจสอบไม่เป็นกลางหรือสุจริตเที่ยงธรรมซึ่งปัญหานี้จะลงไปถึงท้องถิ่นที่จะมีการตั้งสมัชชาพลเมืองต่อไปองค์กรท้องถิ่นจะทำงานยาก
นายสามารถกล่าวต่อว่า อีกเรื่องที่มีความสำคัญคือ ในส่วนของพรรคการเมืองตนเห็นว่าหลักการของกมธ.ยกร่างฯ ไม่เป็นการส่งเสริมพรรคการเมืองและยังทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ เพราะ ส.ส.จะสังกัดพรรคหรือไม่ก็ได้หรือจะเป็นคณะบุุคคล ซึ่งมีกฏเกณฑ์การควบคุมที่แตกต่างกัน ที่ชัดเจนคือประเด็นที่ระบุว่าในการหาเสียงของพรรคการเมืองต้องบอกถึงเงินภาษีของประชาชนที่จะนำไปทำโครงการต่างๆว่ามีที่มาจากไหน ใช้เท่าไหร่ มันก็จะกลายเป็นว่าต่อไปนี้ไม่ต้องทำพรรคแล้ว ตั้งเป็นคณะบุคคลดีกว่าเพราะไม่ถูกเงือนไขนี้บังคับ
นายสามารถ กล่าวว่าในการสมัครส.ส.ที่กมธ.ยกร่างฯต้องการให้มีการป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียงถามว่าผู้สมัครที่ไม่มีนโยบายไปหาราษฎรจะเอาอะไรไปบอกว่าจะเข้าไปทำอะไรใครเป็นนายกรัฐมนตรี ในที่สุดสิ่งที่เรากลัวคือวิธีการหาเสียงที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย มันจะยิ่งกลับมา
"ขอกรุณาการทำกติกาต้องเป็นกติกาที่ยอมรับได้ทุกฝ่าย ที่นานาชาติรับได้และที่สำคัญบ้านเมืองเราที่แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายจึงอย่าเขียนกติกาแบบมีอคติอย่าให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดรู้สึกว่าจะถูกกีดกันหรือไม่อยากให้อธิบายได้ทุกมาตราว่าเขียนเพราะอะไร" นายสามารถ กล่าว
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา กล่าวถึงข้อเสนอว่าเห็นด้วยที่จะให้กกต.จัดการเลือกตั้งส่วนประเด็นที่จะให้ปลัดกระทรวงรักษาการแทนรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีระหว่างช่วงเลือกตั้งนั้น ตนไม่เห็นด้วย เพราะช่วงนั้นอาจมีการประชุมหารือกันระหว่างประเทศการจะให้ปลัดกระทรวงทำหน้าที่ผู้แทนของประเทศอาจทำให้ศักดิ์ศรีของประเทศต่ำลง จึงเห็นว่าควรให้นายกรัฐมนตรีรักษาการต่อไปแต่ให้มีการจำกัดอำนาจเพื่อไม่ให้ใช้อำนาจนั้นเอาเปรียบผู้อื่นในการเลือกตั้ง
นพ.วรรณรัตน์ กล่าวว่า ประเด็นที่จะให้หัวหน้าพรรคการเมืองลำดับ 1-4 ในสภาครั้งที่แล้วต้องดีเบตผ่านโทรทัศน์นั้น เห็นว่าไม่เป็นธรรมเป็นการเลือกปฏิบัติจึงควรให้หัวหน้าทุกพรรคการเมืองมีดอกาสดีเบตเพื่อให้ประชาชนตัดสินอีกทั้ง ที่กมธ.ยกร่างฯ ระบุ ว่าส.ส.จะสังกัดพรรคหรือไม่ก็ได้ เห็นว่าไม่เป็นธรรม เพราะมีกฏเกณฑ์ควบคุมกันคนละรูปแบบจึงเห็นว่าส.ส.ควรสังกัดพรรคการเมือง และเคารพมติพรรคแต่ในบางกรณีที่เป็นเรื่องสำคัญ ส.ส.สามารถมีอิสระในการลงมติออกเสียงได้
นายนิกร จำนง ให้ข้อเสนอว่า เท่าที่ดูร่างรัฐธรรมนูญแล้วเห็นว่าต้องการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีต แต่จะสร้างปัญหาในอนาคต เช่นในเรื่องระบบการเมืองซึ่งที่ผ่านมาการเลือกตั้งที่มาจากประชาชนขาดความน่าเชื่อถือจึงมีการให้อำนาจรัฐสภาโดยเฉพาะการให้อำนาจส.ว.ซึ่งส่วนหนึ่งมีที่มาจากการสรรหาสามารถดำเนินการลงมติถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการหรือมีอำนาจลงมติแต่งตั้งรัฐมนตรีที่เป็นเช่นนี้เพราะเหตุผลที่ว่าเราไม่เชื่อในสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นเรื่องน่าเป็นห่วง
นายนิกร กล่าวว่า นอกจากนี้ความไม่เชื่อมั่นในการเลือกตั้งที่ผ่านมา กมธ.ยกร่างฯ จึงมีความพยายามลดสัดส่วนของผู้ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนให้มีน้อยลงแต่จะให้มีัดส่วนของการสรรหามากขึ้นเช่นเดียวกับปัญหาที่เคยเกิดขึ้นกับพรรคการเมืองในอดีตกมธ.ยกร่างฯจึงพยายามลดจำนวนพรรคการเมืองลงจึงเชื่อได้เมื่อมีการเลือกตั้งจะไม่มีพรรคเสียงข้างมาก
นอกจากนี้ นายนิกร กล่าวว่า วิธีการเลือกตั้งที่กมธ.ยกร่างฯมีการเสนอไว้หลากหลายรูปแบบนั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนไม่เฉพาะประชาชนเท่านั้นที่เกิดความสับสนพรรคการเมืองเองก็ยังมีความสับสน
ตั้งองค์กรสาน‘ปฏิรูป-ปรองดอง’อยู่5ปี
ที่รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงความคืบหน้าการประชุมคณะกมธ.ยกร่างฯในการพิจารณาร่างบทบัญญัติรายมาตรา โดยมีการเริ่มพิจารณาตั้งแต่ภาค4การปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง หมวด1บทบัญญัติทั่วไปโดยภาค4การปฏิรูปและการสร้างความปรองดองนั้น กมธ.ยกร่างฯได้บัญญัติขึ้นมาใหม่เพื่อตอบโจทย์ประเทศที่อยู่ในภาวะความขัดแย้งมา7-8ปี ดังนั้นเมื่อมีรัฐธรรมนูญใหม่ก็จะช่วยยุติความขัดแย้งลง และการสร้างความปรองดอง เช่น ความเหลื่อมล้ำของประชาชาในสังคม ที่ประชาชนมีความรู้สึกว่ามั่งมีต่อเศรษฐกิจมากกว่าบางกลุ่ม โดยบทบัญญัติดังกล่าวจะมีอายุการทำงาน5ปี นับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลบังคับใช้ เว้นแต่พลเมืองผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 5 หมื่นคน รัฐสภา หรือ คณะรัฐมนตรี(ครม.)เสนอให้จัดมีการออกเสียงทำประชามติ บทบัญญัติภาคนี้คงใช้บังคับอยู่ต่อไปซึ่งต้องไม่เกิน5ปี นับตั้งแต่วันที่พลเมืองมีสิทธิเลือกตั้ง โดยเสียงข้างมากออกเสียงประชามติเห็นชอบ
นายคำนูณ กล่าวต่อว่า องค์กรที่จะตั้งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น กรรมการปฏิรูปประเทศ จะมีอำนาจในการเสนอแนะและเสนอกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูป ซึ่งมีขั้นตอนที่แตกต่างออกไปจากเดิม คือ ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปจะเสนอไปยังวุฒิสภา เพื่อให้วุฒิสภาพิจารณา หากผ่านทั้ง3วาระแล้ว ก็จะส่งต่อไปยังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้น หากเห็นชอบกฎหมายก็ดำเนินการต่อไปได้ แต่หากไม่เห็นชอบเรื่องก็จะถูกส่งกลับมายังวุฒิสภา เพื่อให้มีการดำเนินการตามกลไกของวุฒิสภาต่อไป
ส่วนคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ ตั้งขึ้นมาดูเหมือนจะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ คงไม่ใช่เป็นการสยบความเคลื่อนไหว เพราะการเคลื่อนไหวมีหลายรูปแบบถือเป็นสิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้วสำหรับอำนาจหน้าที่จะเป็นการเสนอแนะนโยบายอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่ได้เจาะจงเฉพาะกฎหมายใดกฎหมายหนึ่งเท่านั้น โดยหากเสนอไปยังครม. และครม.มีความเห็นต่างออกไป ครม.ต้องชี้แจงเหตุผล
อย่างไรก็ตามข้อเสนอของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ.ยกร่างฯ ในการอภัยโทษนั้น ขณะนี้ในกมธ.ยกร่างฯ ยังไม่มีการพูดถึง คงต้องรอให้ถึงหมวดที่เกี่ยวข้องก่อนเป็นเพียงการปาฐกถาของนายบวรศักดิ์ ซึ่งเป็นความเห็นส่วนตัวเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีการตั้งกรรมการปฎิรูปประเทศ ของกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนั้น ได้มีกมธ.บางคนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ โดยให้เหตุผล ว่า อยากให้มีการปรับปรุงหรือเขียนในเรื่องของกลไกมากกว่าการตั้งกรรมการขึ้นมาทำงาน เพราะเรามีรัฐสภาทำหน้าที่ในการออกกฎหมายและมีรัฐบาลทำหน้าที่ในการบริหารอยู่แล้ว จึงน่าจะให้รัฐบาลและรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพ เชิญฝ่ายต่างๆมาร่วมมากกว่า อยากให้เน้นเรื่องกลไกต่างๆในการตรวจสอบ มากกว่าการเขียนแล้วให้มาบังคับใช้



