ข่าว

วัคซีน ป้องกันเทคโนโลยี

วัคซีน ป้องกันเทคโนโลยี

17 ก.พ. 2558

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : วัคซีน ป้องกันเทคโนโลยี : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

 
                              ก่อนถึง ปี ค.ศ.2000 หรือเทียบเท่ากับ พ.ศ.2543 ขณะนั้นระบบคอมพิวเตอร์กำลังก้าวหน้ามาก และมีทีท่าว่าจะเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการประมวลผล, การเก็บข้อมูล และการสื่อสาร แต่พอถึงปลายปี ค.ศ.1999 ก็มีข่าวว่าระบบการนับปี ค.ศ.จะทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมดในโลกนี้ล่มสลาย หรือที่รู้จักกันดีในนามของวิกฤติการณ์ Y 2 K นั่นเอง
 
                              คืนวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ.1999 คนทั้งโลกแทบจะไม่มีใครเดินทางโดยเครื่องบิน และทุกคนต่างจับตามองว่า ระบบคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในโลกนี้จะปิดตัวเองลงไปหรือไม่ ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ก่อให้เกิดความโกลาหลอลหม่านอย่างมากมาย ทำให้คนส่วนหนึ่งเริ่มตระหนักว่า หากยังปล่อยให้มีการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ และเครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ต่อไปโดยไม่ระมัดระวัง สักวันหนึ่งโลกเราก็อาจจะมีสภาพเหมือนภาพยนตร์ทางวิทยาศาสตร์ ที่มีหุ่นยนต์ออกมาไล่ล่ามนุษย์ก็เป็นได้
 
                              ในอีกมุมมองหนึ่งก็คือ มนุษย์เรากำลังตกเป็นเหยื่อของเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์จนขาดไม่ได้ หรือเท่ากับว่าเป็นฝ่ายถูกเครื่องมือที่ตนเองสร้างขึ้นมาเข้ามาครอบงำชีวิต ทำให้เริ่มมีเสียงเรียกร้องให้หาทางสอนให้คนรุ่นใหม่หัดดำรงชีวิตอยู่โดยปราศจากเครื่องมือเหล่านั้นให้ได้ แต่ก็ไม่สามารถทานกระแสความนิยมและความสะดวกสบายของการใช้ชีวิตอยู่กับโลกอิเล็กทรอนิกส์ได้
 
                              ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดถึงภัยร้ายของระบบอิเล็กทรอนิกส์เช่น การสื่อสารไร้สายก็คือ ทุกวันนี้ผู้คนทั้งผู้ใหญ่วัยชรา คนหนุ่มสาว ไปจนกระทั่งเด็กเล็ก ต่างตกอยู่ในภาวะของสังคมก้มหน้ากันทั่วทั้งโลก ไม่ว่าจะอยู่บนโต๊ะอาหาร อยู่บนรถไฟระหว่างเดินทาง หรือแม้แต่ระหว่างการประชุมหารือเรื่องธุรกิจการงาน เราจะเห็นคนจำนวนมากก้มหน้าง่วนอยู่กับเครื่องโทรศัพท์ในมือ โดยไม่สนใจผู้คนและสิ่งแวดล้อมรอบตัว ไม่มีการปฏิสัณฐานพูดคุยระหว่างมนุษย์ด้วยกันอีกแล้ว
 
                              ทุกวันนี้ข้อมูลข่าวสารไหลผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างท่วมท้น จนยากที่จะคัดเลือกได้ว่าข้อมูลอันใดเป็นพิษภัยหรือเป็นประโยชน์ ไม่สามารถแยกแยะได้ว่า ข้อมูลภาพ เสียง และข้อความที่ไหลผ่านมานั้นจริงหรือเท็จ ซึ่งอย่าว่าแต่เด็กและเยาวชนซึ่งขาดความรู้และประสบการณ์เลยที่ไม่สามารถแยกแยะได้ ทุกวันนี้เรายังเห็นสื่อหรือสำนักข่าวใหญ่ๆ ทั้งระดับประเทศและระดับโลก เก็บเอาข้อมูลเท็จจากโลกอิเล็กทรอนิกส์มาขยายความกันอยู่บ่อยๆ
 
                              นับวันอิเล็กทรอนิกส์ในรูปของอุปกรณ์และระบบสื่อสารไร้สาย จะเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของคนเรามากยิ่งขึ้น แม้แต่การทำธุรกิจซื้อมาขายไป ซึ่งเคยต้องพึ่งพาอาศัยหน้าร้านและแหล่งทำเลทอง ปัจจุบันนี้ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีร้านรวงแต่อย่างใด  เพียงแค่มีโทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องเดียวก็สามารถทำการซื้อขายสินค้ากันได้ โดยผู้ซื้อและผู้ขายไม่มีความจำเป็นต้องเห็นหน้าหรือเจอหน้ากันแต่อย่างใด ตัวอย่างสินค้าก็ดูได้ผ่านหน้าจอเครื่องโทรศัพท์ การเจรจาต่อรองราคาก็ทำกันได้ผ่านโทรศัพท์โดยไม่ต้องคุยกัน การจ่ายเงินก็จ่ายกันผ่านระบบธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ด้วยเครื่องโทรศัพท์ที่เรียกกันว่าเทเลแบงกิ้ง
 
                              แต่แม้ข้อดีของระบบอิเล็กทรอนิกส์ในส่วนของการสื่อสารไร้สายจะมีมาก ข้อเสียที่ต้องระมัดระวังและต้องเรียนรู้เพื่อหาทางป้องกันก็มีไม่น้อยเช่นกัน เพราะมีข่าวเกิดขึ้นทุกวันเกี่ยวกับการหลอกลวงกันผ่านการสื่อสารไร้สาย ทำให้ผู้เสียหายมีทั้งเสียทรัพย์สินเงินทองจำนวนมาก และเสียเนื้อเสียตัวก็มีไม่น้อย หรือเด็กเล็กที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ต้องตกเป็นเหยื่อของเกมต่างๆ ที่มาพร้อมกับโทรศัพท์ จนทำให้เสียเวลาเสียการเรียนและผู้ใหญ่หลายคนต้องเสียงาน ทั้งนี้ยังนับถึงต้องเสียเงินจำนวนที่มากล้นพ้นตัวไม่มีปัญญาจ่ายอีกเยอะ
 
                              ในเมื่อไม่สามารถหยุดการไหลหลั่งในความก้าวหน้าของระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ได้ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาทางสอนถึงวิธีการอยู่กับความทันสมัยเหล่านั้นอย่างไม่เสียประโยชน์ ต้องสอนให้คนในสังคมของเราได้รู้จักถึงคุณและโทษที่มาพร้อมกัน  โดยต้องทำกันอย่างจริงจังและทำอย่างเป็นระบบไม่ใช่ต่างคนต่างทำ อย่ารอทำเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นแล้วจึงค่อยหาทางแก้ไข แต่ต้องทำในลักษณะป้องกันเช่นเดียวกันกับการฉีดวัคซีน เพื่อป้องกันไม่ให้โรคร้ายเข้าคุกคามชีวิตผู้คนของเราได้นั่นเองครับ
 
 
 
 
 
 
-------------------------
 
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : วัคซีน ป้องกันเทคโนโลยี : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)