ข่าว

‘ผบ.ทบ.’ย้ำแก้ไข‘ธรรมนูญทหาร’ไม่ได้เพิ่มอำนาจเกินขอบเขต

‘ผบ.ทบ.’ย้ำแก้ไข‘ธรรมนูญทหาร’ไม่ได้เพิ่มอำนาจเกินขอบเขต

16 ก.พ. 2558

ผบ.ทบ.ย้ำแก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญทหารไม่ได้เพิ่มอำนาจเกินขอบเขตแต่เป็นการใช้บังคับก.ม.ให้ถูกต้องเผยยังมี ก.ม.ทหารอีกหลายฉบับต้องปรับให้ทันสมัย

 
 
          วันที่ 16 ก.พ.58 เมื่อเวลา 08.30 น. ที่กองพลทหารม้าที่2 รักษาพระองค์ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึง แนวทางการเชิญ "ฮิวแมนไรต์วอตช์" มาชี้แจงข้อเท็จจริงหลังเสนอข้อมูล เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ธรรมนูญทหาร คลาดเคลื่อนว่า ยืนยันว่าการแก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญทหาร ไม่ได้ไปเพิ่มอำนาจทางการจนเหนือขอบเขต แต่เป็นการทำให้ผู้บังคับหน่วยทหาร มีอำนาจในพื้นที่ที่อยู่นอกเหนืออำนาจศาล เช่น กรณี ผู้บังคับการเรือนำเรือออกนอกเขตน่านน้ำเพื่อปฏิบัติภารกิจ หากเกิดปัญหาในขณะนั้น ซึ่งกฏหมายไม่ได้ครอบคลุมไว้ชัดเจน ที่จะให้อำนาจในการควบคุมตัวผู้ทำความผิด ดังนั้นการแก้ไข พ.ร.บ.ดังกล่าว เพื่อให้เกิดความถูกต้องในการควบคุมตัว 
 
          "ยืนยันการแก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญทหารไม่ได้ละเมิดอะไร และใช้เฉพาะกำลังพลที่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ดังกล่าวอยู่แล้ว แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจน ถึงต้องปรับแก้ ถือเป็นความไม่เข้าใจของฮิวแมนไรต์วอตช์ แต่หลังจากให้ข้อมูลไปแล้ว เขาคงเข้าใจมากขึ้น จะได้ไม่เกิดปัญหากรณีที่ได้รับข้อมูลไม่ชัดเจน ส่วนจะเชิญฮิวแมนไรต์วอตช์ มาพูดคุยหรือไม่นั้น ต้องดูก่อนว่า เราชี้แจงไปแล้ว หากเขาเข้าใจก็จบไป จึงไม่จำเป็นต้องเชิญมาชี้แจงเพิ่มเติม ทั้งนี้ผมมองว่าคนส่วนใหญ่มีความเข้าใจดี แต่ถ้าชี้แจงแล้ว พยายามที่จะไม่เข้าใจก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งไม่เหมาะสม เพราะเรามีความจำเป็นในการปรับแก้กฏหมายหลายอย่าง เพราะกฏหมายทางทหารบางอย่างก็ไม่ทันสมัย กฏหมายบางอย่างใช้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2490 กว่า จึงต้องปรับแก้" พล.อ.อุดมเดช กล่าว
 
          เมื่อถามถึง การเคลื่อนไหวของกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ที่บริเวณหน้าหอศิลป์ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า การเข้าควบคุมตัวบุคคลที่เคลื่อนไหว เป็นการปฏิบัติตามกฏหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารไม่ได้ควบคุมตัว อย่างไรก็ตามก่อนหน้านั้นได้มีการขอร้อง แจ้งเตือน ว่าอย่าทำอะไรที่อยู่นอกกรอบกฏหมาย ถ้ายังฝ่าฝืนก็ต้องดำเนินการ
 
          "จากที่ผมติดตามมา การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ไม่ใช่เริ่มรวมตัวกันเล็กๆ น้อยๆ แล้วไปควบคุมตัว แต่ทราบว่าเตือนกันหลายครั้งแล้ว พยายามทำความเข้าใจไม่ให้ทำนอกกฏหมาย และเมื่อเตือนแล้วยังไม่เข้าใจ ก็จำเป็นต้องเข้าดำเนินการตามกฏหมาย ส่วนกรณีที่กลุ่มดังกล่าวยืนยันจัดเคลื่อนไหวต่อ ยืนยันว่าเราก็ต้องปฏิบัติตามกฏหมาย ทั้งนี้การแสดงออกเราจัดเวทีให้อยู่แล้ว ควรใช้ช่องทางนั้น แต่ถ้าเป็นการแสดงออกเล็กๆ น้อยๆ สามารถดำเนินการได้ แต่ถ้าเจ้าหน้าที่เห็นว่าเกินกรอบ ก็จะไปเตือน เมื่อเตือนแล้วต้องรับฟังและนำไปปฏิบัติตนให้อยู่ในความสงบเรียบร้อย ผมคิดว่าบางส่วนเข้าใจ แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ไม่เข้าใจ ผมอยากจะฝากไว้ว่าใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวกับกลุ่มคนต่างๆ อยากให้ช่วยกันเตือน บ้านเมืองจะได้สงบ เดินหน้าสู่เป้าหมายการเลือกตั้งตามเวลาที่ คสช.กำหนด นายกรัฐมนตรี ก็ยึดแนวทางดังกล่าว" พล.อ.อุดมเดช กล่าว
 
          พล.อ.อุดมเดช กล่าวอีกว่า การบังคับใช้กฏอัยการศึกเราใช้เท่าที่จำเป็น ซึ่งในกรณีดังกล่าวเราใช้กฏหมายปกติในการดำเนินการ ส่วนจะเป็นการยั่วยุให้ทหารใช้ความรุนแรงหรือไม่นั้น ตนคงไปตีความไม่ได้ ว่าเขาตั้งใจจะให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งตนคิดว่าทุกคนมีความบริสุทธิ์ใจ แต่ถ้ามีความบริสุทธิ์ใจแล้ว ไม่เข้าใจก็ต้องชี้แจงกันต่อไป เราคงไม่ไปกล่าวหาว่าใครทำอะไรที่มีเจตนาที่ไม่ดีแอบแฝง เราพยายามสร้างความรู้สึกว่าเขาเคลื่อนไหวด้วยความบริสุทธิ์ใจไว้ก่อน ส่วนคนที่เคลื่อนไหวโดยมีนัยยะแอบแฝง อยากให้ประชาชนช่วยกันดู
 
          เมื่อถามถึง ข้อเสนอของ สปช. ให้นายกรัฐมนตรี พูดคุย กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีนายกรัฐมนตรี นั้น พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า เป็นข้อคิดเห็นของบางคน ก็รับไว้พิจารณา แต่เป็นเรื่องของผู้บริหารประเทศ ตนคงไปตอบแทนไม่ได้