ข่าว

เมื่อใดจึงเป็นอาชญากรรมจากความเกลียดชัง

เมื่อใดจึงเป็นอาชญากรรมจากความเกลียดชัง

16 ก.พ. 2558

เมื่อใดจึงเป็นอาชญากรรมจากความเกลียดชัง

 
       
          เหตุการณ์ที่นักศึกษามุสลิมอเมริกัน 3 คน ได้แก่ เดอาห์ แชดดี้ บาราคัต วัย 23 ปี นักศึกษาทันตแพทย์ พร้อมภรรยาที่เพิ่งแต่งงานกันเมื่อปลายปีที่แล้ว ยูซอร์ โมฮัมหมัด วัย 21 ปี และน้องสาวของเธอ ราซัน โมฮัมหมัด อาบู ซาลฮา วัย 19 ปี ถูก นายเครก สตีเฟน ฮิกส์ เพื่อนบ้านจ่อยิงศีรษะเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม ใกล้กับมหาวิทยาลัยนอร์ธ คาโรไลนา เมืองแชพเพิลฮิลล์ รัฐนอร์ธคาโรไลนาเมื่อวันอังคารที่แล้ว ได้รับความสนใจจากทั่วโลกทันทีโดยเฉพาะโลกมุสลิม 
 
          แรกเริ่มเสียงวิจารณ์พุ่งไปสื่อกระแสหลักสหรัฐ ที่ดูเหมือนไม่ให้ความสำคัญกับเหตุสะเทือนขวัญนี้อย่างฉับไวและมากเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ทำนองเดียวกันแต่เหยื่อไม่ใช่มุสลิม เและเมื่อตำรวจแถลงผลสอบสวนเบื้องต้นว่า มูลเหตุจูงใจ"อาจ"มาจากปัญหาขัดแย้งเรื่องที่จอดรถกันมานาน แต่ญาติผู้ตายปักใจเชื่อว่า เป็นเพราะความเชื่อของเหยื่อที่เป็นสาเหตุ จากท่าทีบางอย่างที่มือปืนแสดงออกก่อนเกิดเหตุเศร้าสลด   
        
          สามวันผ่านไป ประธานาธิบดีบารัก โอบามาแห่งสหรัฐ จึงได้ออกมาประณามว่า เป็นการกระทำป่าเถื่อนและน่ารังเกียจ ไม่มีใครในประเทศนี้ที่ควรตกเป็นเป้า เพราะความที่เป็นใคร รูปหน้าร่างหน้าตาอย่างไร หรือนับถืออะไร 
        
          เสียงประณามของประธานาธิบดีโอบามาถูกวิจารณ์อีกว่า มาช้าเหลือเกิน ยิ่งทำให้ถามกันดังขึ้นไปอีกว่า หากกลับกัน มือปืนโหดเป็นมุสลิม เหยื่อเป็นคนผิวขาว หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและสื่อจะรีรอฟันธงว่าเป็นอาชญากรรมจากความเกลียดชัง หรือก่อการร้ายแบบเดียวกันนี้หรือไม่ 
        
          เมื่อใดและอย่างไรจึงเป็นอาชญากรรมจากความเกลียดชัง 
        
          สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) นิยามว่า เป็นความผิดทั่วไปอย่างฆาตกรรม วางเพลิงหรือทำลายทรัพย์สิน ด้วยอคติที่เสริมเข้ามา อคติที่ว่านี้อาจเป็นการต่อต้านเชื้อชาติ เพศสภาพ เพศวิถีหรือความพิการ 
        
          อาชญากรรมจากความเกลียดชังจะต้องมีแรงจูงใจจากอคติเหล่านี้ล้วนๆ หรือบางส่วน ทั้งยังครอบคลุมถึงการเข้าใจอัตลักษณ์อีกฝ่ายผิด เช่น การทำร้ายคนคนหนึ่งเพราะคิดว่าอีกฝ่ายเป็นเกย์ แต่ปรากฎว่าไม่ใช่ หรือหลังเหตุวินาศกรรม 9/11 เกิดเหตุชายชาวซิกส์จำนวนหนึ่งที่มักสวมผ้าโพกศีรษะ ถูกเข้าใจว่าเป็นมุสลิมและตกเป็นเป้า 
         
          แตกต่างอย่างไรในทางกฎหมาย การประทับตราว่า นั่นเป็นอาชญากรรมความเกลียดชัง จำเลยจะถูกแจ้งข้อหาร้ายแรงเพิ่มเติมที่มาพร้อมกับบทลงโทษหนักขึ้น เช่นในปี 2556 ผู้พิพากษาศาลมิสซิสซิปปี้ตัดสินลงโทษชายผิวชาวคนหนึ่งที่ฆาตกรรมเจมส์ เครก แอนเดอร์สัน ชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันเพราะเชื้อชาติอย่างชัดแจ้ง จำคุกตลอดชีวิตสองครั้ง 
        
          นอกจากนี้ หน่วยงานรัฐบาลกลางสามารถเข้าสอบสวนและดำเนินคดีอาชญากรรมลักษณะนี้ในรัฐต่างๆได้ หรือต่อให้จำเลยได้รับการตัดสินยกฟ้องในระดับรัฐแล้ว กระทรวงยุติยังสามารถที่จะดำเนินคดีข้อหาอาชญกรรมจากความเกลียดชังได้ เช่น เมื่อปี 2554 ศาลสหพันธ์ตัดสินให้ชายชาวเพนซิลวาเนียสองคนมีความผิดในข้อหานี้ หลังจากรัฐที่เกิดเหตุตัดสินยกฟ้องทั้งสองในข้อหาฆาตกรรม ด้วยการเตะชายชาวเม็กซิกันคนหนึ่งที่ศีรษะซ้ำๆ ระหว่างนั้นก็ตะโกนถ้อยคำเหยียดผิวใส่เหยื่อก่อนสิ้นใจ 
          
          อย่างไรจึงเป็นก่อการร้าย 
          
          คล้ายกันตรงที่มีผลแห่งกฎหมายกว้างไกล และมีนิยามชัดเจนว่าเมื่อใดเป็นก่อการร้ายในประเทศ  โดยต้องมีสามองค์ประกอบ : เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา เป็นอันตรายต่อชีวิต และมีเจตนาข่มขู่คุกคามพลเรือน หรือการทำลายล้างสูง การลอบสังหารหรือการลักพาตัวที่มีผลกระทบต่อนโยบายรัฐบาล
         
          เหตุใดไม่เรียกเป็นอาชญากรรมเกลียดชังแต่แรก 
         
          ตำรวจนอร์ธคาโรไลนาชี้แจงว่า ไม่มีหลักฐานถึง"อคติ"อย่างชัดเจนมากพอ  เหตุที่คนทั่วไปสรุปเร็วว่า เป็นอาชญากรรมจากความเกลียดชัง เพราะการแสดงความเห็นของมือปืนบนเฟซบุ๊ก ที่ชี้ว่าเป็นคนต่อต้านศาสนาและคนที่นับถืออย่างชัดเจน แต่ในแง่กฎหมายแล้ว ยังเป็นหลักฐานไร้น้ำหนักในการบ่งบอกว่ามือปืนเกลียดชังหรือไม่ชอบชุมชนมุสลิมจนลงมือก่ออาชญากรรม  
         
          อันที่จริง ตำรวจพื้นที่ได้กล่าวแต่แรกว่า จะสอบสวนทุกเบาะแสเพื่อหาข้อสรุปว่าเป็นอาชญากรรมจากความเกลียดชังหรือไม่ ขณะสำนักงานสอบสวนกลาง(เอฟบีไอ) ได้เข้าช่วยสอบสวนอีกทางหนึ่งแล้ว