ข่าว

ทัพเรือภาคที่3รอเจ้าของยินยอมทำลายระเบิดบนเรือ

ทัพเรือภาคที่3รอเจ้าของยินยอมทำลายระเบิดบนเรือ

16 ก.พ. 2558

โจรสลัดปล้นเรือน้ำมัน ดูดน้ำมันเกลี้ยงลำทั้งดีเซล-น้ำมันเตา วางระเบิดหนัก 1 กิโลกรัม-เร่งส่งชุดเก็บกู้ระเบิดตรวจสอบ คาดเป็นระเบิดจริง รอดำเนินการวันนี้

 
             เมื่อเวลา 15.45 น.วันที่ 15 กุมภาพันธ์  ทัพเรือภาคที่3 ได้รับแจ้งจาก เรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติไทยชื่อลาภิน. ซึ่งรับน้ำมันมาจากประเทศสิงคโปร์. ได้ถูกปล้นขณะเรือเดินทางอยู่ในช่องแคบมะละกาน่านน้ำประเทศมาเลเซียเมื่อวันที่ 13 ก.พ.58 โดยกลุ่มโจรสลัดซึ่งเป็นชาวอินโดนีเซียนำเรือเล็กเข้ามาเทียบ. เพื่อควบคุมเรือ 
 
            จากนั้นได้นำเรือใหญ่เข้าเทียบเพื่อดูดน้ำมันออกจากเรือจนหมด และได้วางวัตถุคล้ายระเบิดไว้ที่สะพานเดินเรือ (ห้องสำหรับควบคุมเรือ)เรือลำดังกล่าวมีนายธัคทัต. เจริญสุข. เป็นกัปตันเรือ. ได้แจ้งขอความช่วยเหลือจาก ทัพเรือภาคที่3. ให้ช่วยส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุที่มีลักษณะคล้ายระเบิด. ทั้งนี้ได้แจ้งเพิ่มเติมด้วยว่า. น้ำมันเรือที่ถูกปล้นไป. เป็นน้ำมันเตาจำนวน 2,000ตัน. และน้ำมันดีเซล. จำนวน 5,000 ลิตร. ลูกเรือจำนวน 15 คน ปลอดภัย
 
           สำหรับเรือลำดังกล่าวมีนายธัคทัต. เจริญสุข. เป็นกัปตันเรือ. ได้แจ้งขอความช่วยเหลือจาก ทัพเรือภาคที่3. ให้ช่วยส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุที่มีลักษณะคล้ายระเบิด. ทั้งนี้ได้แจ้งเพิ่มเติมด้วยว่า. น้ำมันเรือที่ถูกปล้นไป. เป็นน้ำมันเตาจำนวน 2000ตัน. และน้ำมันดีเซล. จำนวน 5000 ลิตร. ลูกเรือจำนวน 15 คน ปลอดภัย
 
           ภายหลังรับแจ้ง พลเรือโทสายันต์. ประสงค์สำเร็จ. ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่3. ได้สั่งการให้น.ต. อภิชาต.นิ่มเนตร ผบ. หน่วยปฏิบัติการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งที่ 452 กองทัพเรือ. ประสานกับเรือลาภินให้นำเรือเข้าใกล้ บ้านปากบารา อ ละงู จ สตูล พร้อมจัดกำลังพลเตรียมพร้อมให้การสนับสนุน ขอรับการสนับสนุนชุดตรวจสอบเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดจาก ทัพเรือภาคที่2 จ สงขลา. เดินทางมาตรวจสอบ
 
            ทั้งนี้ ผบ.ทรภ3 ในฐานะ ผอ ศูนย์ป้องกันรักษาผลประโยชน์ของชาติในทะเลเขต 3 ได้ประสานขอรับการสนับสนุน เรือเร็วจากหน่วยปราบปรามศุลกากร จ สตูล. เป็นพาหนะ. เดินทางเข้าตรวจสอบ. พร้อม ประสาน ภ.จว.สตูล. จัด เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมเดินทางมาด้วย. กำหนดเรือเดินทางถึงบริเวณ บ้านปากบารา เวลาประมาณ 15.00 น.
 
           ต่อมาเวลา 19.00 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุด EOD ของ ทัพเรือภาคที่ 2 จ สงขลา ขึ้นสู่เรือลาภิน โดยมี นต อภิชาต. นิ่มเนตร. ผบ หน่วยปฏิบัติการต่อสู้ อากาศยานและรักษาฝั่งที่452 กองทัพเรือ. ควบคุมการปฏิบัติ  เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางขึ้นบนเรือได้กันผู้ไม่เกี่ยวข้องลงเรือเล็ก. ออกห่างเรือลาภิน. และได้เข้าทำการตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย. ในเบื้องต้นได้ประเมินว่าน่าจะเป็น วัตถุระเบิดจริง. น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม  แต่เนื่องจากเป็นช่วงเวลากลางคืน. การเคลื่อนย้ายวัตถุต้องสงสัยที่คาดว่าน่าจะเป็นระเบิดซึ่งค่อนข้างมีความสลับซับซ้อนอาจจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัย. ประกอบการดำเนินการต่างๆต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเรือกรณีหากเกิดความเสียหายต่างๆต่อตัวเรือและทรัพย์สินต่างๆภายในเรือ 
 
            พลเรือโท สายันต์ ประสงค์สำเร็จ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3. จึงได้สั่งการให้ ผบ. หน่วยต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งที่452 ในฐานะ ผู้บังคับกองกำลังทางบก พื้นที่ จว.สตูล. ของทัพเรือภาคที่3. ให้ชะลอการปฏิบัติ. และควบคุมสถานการณ์ไว้ก่อน. เพื่อจะพิจารณาดำเนินการปฏิบัติต่อไปในวันพรุ่งนี้
 
          ทั้งนี้ในการปฏิบัติงานทั้งหมด. ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก ชุด EOD และ กองพิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธร จว สตูลตำรวจน้ำ จว สตูล. หน่วยสืบสวนปราบปรามศุลกากร จว สตูล. ในฐานะหน่วยงานในศูนย์ประสานการปฏิบัติและรักษาผลประโยชน์ของชาติในทะเล เขต 3




ปฏิบัติการเก็บกู้ระเบิดโจรสลัดปล้นเรือน้ำมันล้มเหลว 
 
 
          เจ้าหน้าที่ชุดทำลายวัตถุระเบิด(อีโอดี)จากทัพเรือภาคที่ 2 และตำรวจภูธรจังหวัดสตูล พร้อมตำรวจน้ำ ชุดกองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม ชุดพิสูจน์หลักฐานจังหวัด ด่านศุลกากร นำเรือตรวจการณ์เดินทางมุ่งหน้าเข้าตรวจสอบเรือ “ลาภิน บางกอก” ซึ่งแล่นเรือเข้ามาลอยลำ ที่บริเวณห่างจากหลังเกาะเขาใหญ่ ประมาณ 5 ไมล์ทะเล ทางแหลมชี หมู่ที่ 2 ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล เพื่อเก็บกู้วัตถุระเบิดทีเอ็นที แสวงเครื่อง ที่กลุ่มโจรสลัดผูกติดไว้กับสะพานเดินเรือ หลังบุกขึ้นปล้นเรือ นำทรัพย์สินของลูกเรือและขนถ่ายน้ำมันเตา 2 พันตัน และน้ำมันดีเซล จำนวน 5 ตัน หลบหนีไปขณะแล่นผ่านน่านน้ำทะเลประเทศมาเลเซีย โดยเบื้องต้นทางลูกเรือและกัปตันเรือ ยืนยันว่า เป็นกลุ่มโจรสลัดจากอินโดนีเซีย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 ก.พ.58 ที่ผ่านมา 
 
          ล่าสุดเจ้าหน้าที่ชุดทำลายวัตถุระเบิดไม่สามารถดำเนินการเก็บกู้ได้ เนื่องจากอยู่ในเวลากลางคืน การทำงานยากลำบากต้องรอให้เช้าวันพรุ่งนี้การมองเห็นในการเก็บกู้จะง่ายกว่า ในขณะที่ พ.ต.อ.โสภณ ปานสมทรง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล ได้เชิญตัวลูกเรือ 4 คนขึ้นให้ปากคำ โดยมี พ.ต.อ.นิพล เหมสลาหมาด รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล รอการสอบปากคำ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานจัดส่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากเป็นคดีนอกเขตความรับผิดชอบ เบื้องต้นยังไม่มีการประเมินมูลค่าความเสียหายแต่อย่างใด





ทัพเรือภาคที่3รอเจ้าของยินยอม ทำลายระเบิดบนเรือบรรทุกน้ำมันถูกปล้น
            
          ล่าสุด พลเรือโทสายันต์ ประสงค์สำเร็จ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 สั่งชุดเก็บกู้ระเบิดรอการอนุญาตจากเจ้าของเรือในการใช้วิธีการทำลายระเบิดในเรือแทนการเคลื่อนย้ายทำลายบนฝั่ง  เนื่องจากโจรสลัดใช้วิธีการจุดระเบิดด้วยแรงสั่นสะเทือน  ซึ่งหากมีการเคลื่อนย้ายจะเกิดความเสี่ยง  ตอนนี้เรือทิ้งสมออยู่ทางด้านทิศเหนือของเกาะตะรุเตา จ.สตูล ประมาณ 2.5 ไมล์  ขั้นตอนขณะนี้ทางทัพเรือภาคที่ 3 ได้ใช้ชุดเก็บกู้ระเบิดขึ้นไปบนเรือแล้วทำการตรวจสอบ ก็ปรากฏที่เห็นจากชุดที่เข้าไปตรวจสอบก็น่าจะเป็นวัตถุระเบิด ซึ่งน่าจะจุดระเบิดด้วยการ การได้รับการสั่นสะเทือน กระทบกระเทือน ทำให้ชุดที่เข้าไปดำเนินการ เห็นว่าไม่สมควรที่จะมีการเคลื่อนย้ายตัววัตถุต้องสงสัยตัวนี้
            
          "ก็เสนอว่าสมควรจะใช้เอาน้ำกำลังดันสูงไปฉีดทำลาย แต่ว่าการดำเนินการจะต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าของเรือก่อน ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าของเรือยังไม่ยินยอมให้ดำเนินการในลักษณะที่ทางชุดเก็บกู้ระเบิดเสนอ ก็คงต้องรอเวลา แต่เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ระเบิดก็ยังประจำอยู่บนเรือ"
            
          สำหรับเรือลำนี้เป็นเรือบรรทุกน้ำมันเตาจากประเทศสิงคโปร์เพื่อนำมาส่งให้โรงไฟฟ้าที่จ.กระบี่  เป็นเรือที่วิ่งในเส้นทางประจำอยู่แล้ว ก่อนที่จะถูกโจรสลัดซึ่งในขระนี้ยังไม่ทราบสัญชาติขึ้นเรือปล้นระหว่างการเดินทางจากสิงคโปร์มาที่จ.กระบี่ บริเวณน่านน้ำระหว่างอินโดนีเซียกับมาเลเซีย ในช่องแคบมะละกา ประมาณตะวันตกของกรุงกัวลาลัมเปอร์  
            
          "ขณะที่เกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปให้การช่วยเหลือได้ เนื่องจากกว่าเรือเมื่อถูกโจรสลัดขึ้นไปบนเรือแล้วก็ได้มีการควบคุมผู้ควบคุมเรือ และตัดการสื่อสารทั้งหมด หลังจากนั้นโจรสลัดก็ได้นำเรือมาสูบน้ำมันเตาจากเรือที่ถูกปล้นประมาณ 2,000 ตัน พร้อมกับน้ำมันดีเซลอีกประมาณ 5,000 ลิตร หลังจากนั้นก็หลบหนีไป"
            
          ขณะที่ทางกัปตันเรือนำเรือเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย และเดินทางมาถึงเกาะตะรุเตาก็น้ำมันหมด จึงได้ประสานขอความช่วยเหลือจากทัพเรือภาคที่ 3   เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 13.00 น.  ทางทัพเรือภาคที่ 3 จึงประสานของชุดเก็บกู้ระเบิดจากทัพเรือภาคที่ 2 สงขลา  ซึ่งอยู่ใกล้กว่า เดินทางไปที่เรือประมาณ 19.00 น.แต่เนื่องจากเวลามืดค่ำแล้วก็เลยยกเลิกภาระกิจเก็บกู้  เพื่อจะมาดำเนินการต่อในวันที่ 16 ก.พ.นี้ 
            
          โดยร่วมกับตำรวจจ.สตูล รวมถึงตำรวจน้ำ และศุลกากรในพื้นที่ โดยได้นำลูกเรือจำนวน 15 คน ขึ้นฝั่งเพื่อทำการสอบปากคำ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  ส่วนการเก็บกู้ระเบิด ต้องรอการยินยอมจากเจ้าของเรือ เพราะการทำลายไม่เหมือนกับการทำลายบนบก ถามถนน หรือเหมือนกับในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เราสามารถทำได้เลย เพราะหากเกิดความเสียหายกับเรือ เจ้าของก็จะมาฟ้องร้องกับทางเจ้าหน้าที่ กับหน่วยงานราชการ ซึ่งจะเป็นปัญหาต่อไป
            
          พลเรือโทสายันต์ กล่าวว่า การถูกปล้นโดยโจรสลัดในช่องแคบมะละกาส่วนใหญ่จะเกิดทางด้านทะเลจีนใต้  ซึ่งในปีที่แล้วเกิดประมาณ 5-6 ครั้ง  ในส่วนของด้านอันดามันครั้งนี้ได้รับรายงานเป็นครั้งแรก สำหรับการดูแลช่วยเหลือเรือในพื้นที่รับผิดชอบนั้น สำหรับพื้นที่ช่องแคบมะละกามีการลาดตระเวนร่วมกันอยู่แล้ว ในการที่จะให้ความคุ้มครองกับเรือสินค้าที่เดินทางผ่านช่องแคบนี้ เป็นความร่วมมือกันระหว่าง 4 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย
            
          เนื่องจากปัญหาปัญหาโจรสลัดมันก็เป็นปัญหาทางทะเล ไม่ใช่ทางถนน การระวังป้องกันก็ทำได้ยากว่าทางบก เพราะฉะนั้นเมื่อมีเหตุเกิดขึ้นเราก็คงจะมีความถี่ มีความเข้มงวดลาดตระเวนร่วมกันมากขึ้น   สำหรับเป้าหมายของโจรสลัดที่ปล้นเรือและมีการวางระเบิดบนเรือนั้น  ส่วนใหญ่ที่มีการปล้นไม่มีการทำร้ายลูกเรือถ้าหากไม่มีการขัดขืน แค่เอาสินค้าไป และปล่อย และทำลายเครื่องมือสื่อสาร เพื่อหน่วงการติดต่อสื่อสาร
            
          แต่ในครั้งนี้ยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีวัตถุประสงค์ใดเพิ่มเติม คงต้องรอการพิสูจน์ทราบจนสุดท้ายก่อนว่า ที่วางไว้มันเป็นวัตถุระเบิดมีอำนาจในการที่จะทำลายมากน้อยแค่ไหน อาจจะเป็นมาตรการของโจรสลัดที่ต้องการที่ทำให้ทางลูกเรือมีความกลัว มีความกังวล เพื่อที่จะทำให้การแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ๆ เกี่ยวข้องล่าช้าออกไป  เป็นการประวิงเวลา




วางบึ้มเรือบรรทุกน้ำมัน พบไม่มีดินระเบิด เชื่อเป็นแค่การข่มขู่
 
          พลเรือโทสายันต์ ประสงค์สำเร็จ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 11.45 น. ทางเจ้าของเรืออนุญาตให้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ระเบิดดำเนินการ โดยที่จะไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหาย หากเกิดความเสียหายจากการเก็บกู้ระเบิด  ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการเก็บกู้ในเวลา 12.30 น. ปรากฎว่า ระเบิดได้รับการประกอบในลักษณะที่พร้อมที่จะระเบิด เพียงแต่ไมีมีดินระเบิดอยู่เท่านั้นเอง
            
          "ไม่มีดินระเบิดก็หมายความว่าระเบิดที่วางไว้ทั้งหมด มีการประกอบแผงวจร แบตเตอรี่ครบถ้วนหมด ขาดแค่ดินระเบิด ซึ่งถ้าไม่มีดินระเบิด มันก็ไม่เกิดการระเบิด ซึ่งเป็นไปตามการสันนิษฐานเบื้องต้นก่อนหน้าที่ว่าคนร้ายน่าจะมีเป้าหมายเป็นการข่มขู่มากว่า เพื่อประวิงเวลาให้ลูกเรือเกิดความวิตกกังวล ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติงานบนสะพานเดินเรือ (ที่บังคับเรือ) ในการนำเรือด้วยความสบายใจ"
            
          สำหรับขั้นตอนต่อไปหลังจากที่มีการเก็บกู้ระเบิดเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะนำส่งเรือให้กับทางเจ้าของเรือต่อไป  ในส่วนของการดำเนินการสอบสวนก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดสตูลที่ในการสอบสวนลูกเรือ