
โจ๋โหดควงคัดเตอร์บุกปาดคอคู่อริ
15 ก.พ. 2558
โจ๋โหดควงคัตเตอร์บุกปาดคอคู่อริ สุดท้ายถูกตามรวบทันควัน สารภาพแค้นที่ยืมเงินแล้วไม่คืน
วันที่ 15 ก.พ.58 เมื่อเวลา 00.30 น. สายตรวจชายหาดพัทยาหรือ มิสเตอร์แคร์คุณ นำกำลังตามจับกุมตัว นายกฤษณะ ศรีสายหยุด อายุ 33 ปี ผู้ก่อเหตุใช้มีดคัตเตอร์ปาดคอคู่อริได้รับบาดเจ็บบริเวณปากซอย 12 ถนนเลียบชายหาดพัทยา ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่สายตรวจพัทยาสวมเสื้อเชิ้ตสีส้มกำลังควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้พร้อมของกลางเป็นมีดคัตเตอร์ขนาดเล็กสีฟ้า ใกล้กันพบผู้บาดเจ็บทราบชื่อนายคฑาวุฒิ ผลัดเป้า อายุ 29 ปี อาชีพลูกเรือท่องเที่ยวชายหาดพัทยา ได้รับบาดเจ็บบริเวณลำคอถูกมีดปาดเป็นทางยาวประมาณ 2 นิ้ว มีเลือดไหลเป็นจำนวนมาก จึงรีบปฐมพยาบาลก่อนส่งโรงพยาบาล
สอบสวนความเบื้องต้นจากผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ได้รับบาดเจ็บกำลังนั่งดื่มเบียร์อยู่ริมชายหาดกับเพื่อนๆ จากนั้นคนร้ายได้เดินมาใช้อาวุธมีดปาดคอ ก่อนผู้บาดเจ็บจะวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่สายตรวจชายหาดพัทยาหรือมิสเตอร์แคร์คุณปฏิบัติหน้าที่อยู่จึงไล่สกัดจับคนร้ายไว้ได้ทันควัน
ด้านผู้ต้องหาให้การว่า เกิดความโกรธแค้นที่นายคฑาวุฒิ ซึ่งเคยยืมเงินไปแล้วไม่คืน ทั้งที่มีการทวงถาม จนระยะหลังไม่ถูกกัน ก่อนเกิดเหตุเห็นนายคฑาวุฒินั่งดื่มเบียร์อย่างมีความสุข ด้วยความหมั่นไส้จีงใช้มีดคัตเตอร์ที่พกติดตัวมาบุกเข้าไปทำร้าย ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ในที่สุด
ตร.พัทยาตามรวบโจ๋ร้อยเอ็ดเหน็บปืนซิ่ง จยย.ฝ่าด่านตรวจ
เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งควบคุมตัวนายภากรณ์ อายุ 19 ปี ชาวจ.ร้อยเอ็ด พร้อมของกลางเป็นอาวุธปืนลูกซองสั้น เบอร์ 12 ไทยประดิษฐ์ มาแถลงข่าวกับสื่อมวลชน ภายหลังจับกุมตัวได้ในซอยสุขุมวิท 40/2 ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
พ.ต.อ.สุขทัศน์ ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตั้งด่านตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายเพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรมในคืนวาเลนไทน์ที่บริเวณซอยไทยอุดมตัดโพธิสาร เมื่อนายภากรณ์ ขับขี่จักรยานยนต์มาถึง เจ้าหน้าที่จึงเรียกตรวจค้น จากนั้นนายภากรณ์ได้ซิ่งจักรยานยนต์แหกด่านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะนั้น ดาบตำรวจสมบัติ มหาวงศ์สวัสดิ์ ผบ.หมู่ป้องกันปราบปราม สภ.เมืองพัทยา กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่จึงติดตามสกัดจับจนนายภากรณ์จนมุมในที่สุด
นายภากรณ์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าปืนดังกล่าวซื้อต่อญาติที่จังหวัดอุทัยธานีมาในราคา 1,500 บาท ก่อนนั่งรถตู้กลับมายังเมืองพัทยา ทั้งนี้ที่พกปืนมาด้วย ไม่ได้เตรียมจะไปก่อนเหตุ เพราะปืนไม่มีลูกกระสุน แต่ต้องการนำไปให้พี่ชายซึ่งทำงานกับเรือท่องเที่ยวบริเวณชายหาดพัทยาดู ก่อนจะเจอด่านตรวจจึงขับขี่รถ จยย.หลบหนีจนถูกจับกุมได้ในที่สุด จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนต่อไป



