
คราบเลือดที่บ้านพัก มัดกิ๊กวัยดึกฆ่าสาวรุ่นลูกทิ้ง 'แม่ปิง'
15 ก.พ. 2558
คราบเลือดที่บ้านพัก มัดกิ๊กวัยดึกฆ่าสาวรุ่นลูกทิ้ง 'แม่ปิง' : คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม
หลังค่ำคืนวันลอยกระทงประเพณีเก่าแก่สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ทุกพื้นที่ของไทยควรจะมีแต่รอยยิ้มเปี่ยมสุข แต่เมื่อลอยกระทงปี 2556 ชาว ต.ไม้งาม อ.เมือง จ.ตาก ไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น เพราะหลังคืนเพ็ญยังไม่ทันข้ามวันก็เกิดเหตุร้ายขึ้น
ร่างไร้วิญญาณของหญิงสาววัย 19 ปี ถูกพบเกยตลิ่งแม่น้ำปิงอยู่บริเวณท่าน้ำวัดท่าช้าง โดยศพถูกห่อด้วยผ้าห่มสีแดง ยัดอยู่ในถุงดำมีถุงกระสอบข้าวสารสวมทับอีกชั้น เมื่อนำขึ้นจากท่าน้ำเพื่อตรวจสอบ พบผู้ตายสวมกางเกงขาสั้นสีดำลายจุด ท่อนบนเปลือยเปล่า ที่ข้อมือขวาถูกพันธนาการด้วยกุญแจมือ มีรอยถูกยิงเข้าที่หน้าอก 5 นัด และที่ขมับขวาอีก 1 นัด
จากการตรวจสอบอย่างละเอียดโดยแพทย์นิติเวชพบว่า รอยกระสุนที่พบทั้งบริเวณหน้าอกและขมับขวาของผู้ตายนั้น ถูกยิงด้วยปืนขนาด .38 จากสภาพศพที่พบเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 5-6 ชั่วโมง
ตำรวจสันนิษฐานเบื้องต้นว่า คนร้ายน่าจะนำศพมาทิ้งในช่วงกลางดึกวันที่ 17 หรือเช้าวันที่ 18 พฤศจิกายน 2556 เนื่องจากค่ำคืนก่อนพบศพนั้น บริเวณจุดเกิดเหตุถูกจัดให้เป็นพื้นที่สำหรับให้ประชาชนในละแวกนั้นนำกระทงมาลอย เพื่อสืบสานประเพณีตามความเชื่อในวันขอขมาแม่คงคา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก แต่ไม่มีใครพบเห็นร่างไร้วิญญาณของหญิงรายนี้
การขยายผลของตำรวจทำให้ทราบว่า ผู้ตายมีภูมิลำเนาอยู่ในหมู่ 3 ต.ไม้งาม มีประวัติเคยถูกจับในคดียาเสพติด ในเบื้องต้นจึงมุ่งปมไปในเรื่องการฆ่าปิดปากของเครือข่ายค้ายาเสพติดหรือไม่ จึงพยายามเชิญผู้ใกล้ชิดมาให้ข้อมูล
เพื่อนสนิทของผู้ตายรายหนึ่งให้ข้อมูลต่อตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองตาก ซึ่งรับผิดชอบคดีนี้ว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 17 พฤศจิกายน ก่อนพบศพผู้ตาย 1 วัน ได้นัดหมายกับผู้ตายจะไปเที่ยวงานรื่นเริงในคืนลอยกระทงด้วยกัน โดยนัดหมายจะไปร่วมงานลอยกระทงสายในตัวจังหวัดตาก แต่ผู้ตายอ้างว่าต้องไปพบชายรุ่นคราวพ่อที่มาติดพันอยู่ก่อน หลังจากนั้นจึงจะตามไปสมทบกับกลุ่มเพื่อนๆ
"เขาชอบพกปืนและกุญแจมือให้เห็นทุกครั้งที่มาพบเพื่อนหนู" นี่คือเบาะแสสำคัญที่ตำรวจได้จากพยานใกล้ชิดผู้ตาย
ชายวัยคราวพ่อ ซึ่งเพื่อนสนิทของผู้ตายให้เบาะแสตำรวจ คือนายสุเทพ มีเกษ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95 หมู่ 3 ต.ไม้งาม อ.เมือง จ.ตาก พ.ต.อ.เดชชาติ วัฒนพนม ผกก.สภ.เมืองตาก (ยศและตำแหน่งขณะนั้น) จึงสั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนไปเชิญตัวมาสอบสวนทันที
"ผมยอมรับว่า รู้จักและคบหากับผู้ตายจริง เคยให้เงินใช้อยู่เป็นประจำ แต่ไม่ได้รู้เห็นกับการตาย" นายสุเทพ ให้การต่อตำรวจในเบื้องต้น
แต่คำให้การนั้นส่อพิรุธให้ตำรวจเห็นในหลายประการ โดยเฉพาะปฏิกิริยาในการพูดคุยกับทีมสอบสวน ซึ่งมีทีท่าลุกลี้ลุกลน ก้มหน้าก้มตา ไม่กล้าสู้หน้า ทำให้ตำรวจเชื่อว่า นายสุเทพน่าจะมีส่วนรู้เห็นกับการตายของผู้เสียชีวิตรายนี้
กระบวนการสอบปากคำอย่างเข้มข้นจึงเกิดขึ้น และชั่วข้ามคืน นายสุเทพก็ยอมเปิดปาก "ผมฆ่าเขาเอง" เช้าวันรุ่งขึ้นตำรวจจึงคุมตัวนายสุเทพไปตรวจค้นหาหลักฐานในบ้านพักของนายสุเทพ และที่นั้นทำให้ตำรวจพบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่มัดตัวนายสุเทพจนดิ้นไม่หลุด
หนึ่งในหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์สำคัญคือ คราบเลือดที่พบเปื้อนอยู่ในบริเวณบ้านหลังนี้ เมื่อนำไปผ่านกระบวนการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันตรงกันกับดีเอ็นเอของผู้ตาย
"เย็นวันนั้นเขามาหาผม ขอเงินไปเที่ยวงานลอยกระทง 3,000 บาท ผมให้ไปแค่ 500 บาท ที่เหลือจะไปเบิกให้ภายหลัง และพาไปหลับนอนที่บ้าน จนเกือบทุ่มเขาขอตัวกลับอ้างว่ามีเพื่อนรออยู่จะไปเที่ยวงานลอยกระทงด้วยกัน แต่ผมอยากให้อยู่ฉลองคืนวันลอยกระทงด้วยกันที่บ้าน จึงมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง" นายสุเทพ สารภาพต่อพนักงานสอบสวน
การทะเลาะวิวาทกันเพราะความเห็นไม่ลงรอยของคู่รักต่างวัยคู่นี้ นำมาสู่การใช้ความรุนแรงและนำมาสู่การสูญเสีย กลายเป็นคดีฆาตกรรม ในช่วงเวลาที่ปริ่มเปรมดิ์ไปด้วยบรรยากาศเปี่ยมสุขอย่างวันลอยกระทง
"เขาด่าลามไปถึงพ่อแม่ ทำให้โมโหจนฟิวส์ขาด จึงใช้ปืนลูกโม่ขนาด .38 ยิงใส่ 3-4 นัด เข้าที่หน้าอก ซึ่งเขาไม่ได้ขาดใจตายทันที เพราะกระสุนที่ใช้เป็นเพียงลูกซ้อม เขานั่งคร่อมอยู่บนรถจักรยานยนต์ ในลักษณะก้มหน้าเล็กน้อยเพราะเจ็บแผล และพนมมือไหว้ขอชีวิต ปากก็พูดอ้อนวอนว่า หนูยอมพี่แล้ว อย่าทำหนูเลย ได้ยินคำนี้ใจผมก็เริ่มอ่อนแล้ว แต่ต่อมาเขากลับพูดว่า หนูจะแต่งงานกับลุง ทำให้โมโหขึ้นมาอีก ตอนแรกเรียกเราว่าพี่ ตอนหลังเรียกว่าลุง จึงคว้ากุญแจมือที่ซื้อไว้พกโก้ๆ นานแล้ว มาใส่ที่ข้อมือขวา ก่อนจะยิงซ้ำไปอีกที่หน้าอกและขมับขวาจนเสียชีวิต" มือปืนวัยดึก สารภาพ
หลังลั่นไกปลิดชีพคู่กิ๊กต่างวัยแล้ว นายสุเทพได้เอาถุงดำมาใส่ศพเอาไว้ ก่อนจะนำใส่กระสอบอีกชั้น จากนั้นจึงรอจนดึกแล้วนำศพขึ้นรถจักรยานยนต์ขี่มาทิ้งบริเวณท่าน้ำหน้าวัดท่าช้าง เพราะเป็นช่วงที่ปลอดคนแล้ว เพราะประชาชนในย่านนั้นไปเที่ยวงานลอยกระทงสายในตัวเมืองแทน
"คิดว่าศพจะลอยไปตามกระแสน้ำ ไม่คิดว่าจะตื้นเขินจนศพไม่ลอยไปไหน" นายสุเทพ ยอมรับ
ตำรวจได้แจ้งข้อหานายสุเทพฐานฆ่าผู้อื่น และปิดบังซ่อนเร้นทำลายศพ ซึ่งนอกจากคำรับสารภาพของเขาเองแล้ว คราบเลือดและร่องรอยที่พบในบ้านพักเกิดเหตุเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้ตำรวจปิดคดีนี้ได้ในเวลาเพียง 2 วัน หลังจากพบศพ
---------------------
(คราบเลือดที่บ้านพัก มัดกิ๊กวัยดึกฆ่าสาวรุ่นลูกทิ้ง 'แม่ปิง' : คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม)



