ข่าว

'กระเช้าภูกระดึง'นับถอยหลังสู่การตัดสินใจ

'กระเช้าภูกระดึง'นับถอยหลังสู่การตัดสินใจ

15 ก.พ. 2558

กระเช้าภูกระดึง นับถอยหลังสู่การตัดสินใจ : โดย...ทีมข่าวภูมิภาค

 
                          เป้าหมายขององค์การพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ที่จะนำเสนอเรื่องการจัดสร้าง "กระเช้าขึ้นภูกระดึง" ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยรูปแบบโครงการที่ศึกษาเอาไว้คือ การสร้างกระเช้าชนิด 8 ที่นั่ง ใช้เสาเหล็ก 7 ต้น สามารถขนผู้โดยสารได้ 4,000 คนต่อชั่วโมง มีระยะทางจากสถานีต้นทางไปปลายทาง 4.4 กิโลเมตร คาดว่าจะใช้งบประมาณก่อสร้างในโครงการนี้กว่า 600 ล้านบาท อาจกล่าวได้ว่า โครงการนี้ที่มีความเป็นมาอย่างยาวนาน กำลังจะเกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ผ่านมาโครงการถูกนำมากล่าวถึงว่าควรหรือไม่ที่จะก่อสร้าง
 
                          อพท.ร่วมกับ บริษัท แกรนด์เทค จำกัด และศูนย์บริการวิชาการจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง เป็นความต่อเนื่องนับจากคณะรัฐมนตรีสัญจร มีมติเห็นชอบตามมติที่ประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ครั้งที่ 2/2555 เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ จ.อุดรธานี ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินำเสนอ
 
                          ขณะนั้นมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ อพท. ศึกษาความเหมาะสมของโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง และสำนักงบประมาณได้จัดสรรงบประมาณให้ อพท.ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างในปีงบประมาณ 2557 จำนวน 25 ล้านบาท ทาง อพท.จึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา นำโดยศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับบริษัท แกรนด์เทค จำกัด และบริษัท ไทยซิสเทมเอนไว แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด 
 
                          ทั้งนี้ เพื่อศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม รูปแบบและแผนการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ อันเกิดจากการพัฒนาโครงการ รวมถึงดำเนินกิจกรรมการมีส่วนร่วม รับฟังความคิดเห็นและประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนรับรู้และมีส่วนร่วมในโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง ซึ่งการศึกษาที่เกิดขึ้นจะเชื่อมโยงไปถึงการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมและสิ่งแวดล้อมอุทยานแห่งชาติภูกระดึง หลังจากการก่อสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงด้วย
 
                          นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า ขณะนี้ผลการศึกษาเสร็จสมบูรณ์แล้ว และพร้อมที่จะนำเสนอ ครม.เพื่อพิจารณาตัดสินใจครอบคลุมปัญหาทุกประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม เรื่องการบริหารจัดการ เรื่องของรูปแบบกระเช้า สถานีต้นทางและปลายทาง เรื่องการแก้ไขปัญหาลูกหาบ ครอบคลุมไปถึงผลกระทบเรื่องการตัดต้นไม้ ซึ่งยืนยันว่า ทั้งสถานีต้นทางถึงปลายทางใช้พื้นที่ก่อสร้างไม่ถึง 0.005% ของพื้นที่อุทยานทั้งหมด หรือไม่เกิน 5 ไร่ 
 
                          "ส่วนผลกระทบด้านต้นน้ำก็ไม่ได้ก่อปัญหา เพราะการก่อสร้างหากใช้ระบบคาโนล่าแบบ 8 ที่นั่ง ก็จะใช้เสาเหล็กเพียง 7 ต้น จากสถานีต้นทางไปปลายทางระยะทาง 4 กิโลเมตร ทางเอกชนหรือรัฐสามารถลงทุนก่อสร้างได้ ที่มาของการสร้างกระเช้าเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการ ผู้สูงอายุ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างประเทศและมีระยะเวลาจำกัด" นายวิโรจน์ กล่าว
 
                          ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ระบุด้วยว่า การก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงจะเป็นการเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของ จ.เลย ทำให้การเติบโตด้านเศรษฐกิจมีอัตราที่ขยายตัวเพิ่ม และไม่เพียง จ.เลย เท่านั้น แต่จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเชื่อมโยงครอบคลุมไปถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือและอาเซียนด้วย
 
                          สำหรับที่มาของกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง มีที่มาจากแนวคิดของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง นับตั้งแต่ปี 2525 ที่ได้มีหนังสือเสนอกองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ให้พิจารณานำระบบขนส่งขึ้น-ลง อุทยานแห่งชาติภูกระดึง โดยใช้ยานพาหนะซึ่งเดินทางโดยสายเคเบิล จากนั้นจึงมีลำดับการศึกษาความเป็นไปได้ ศึกษาความเหมาะสม รวมจนถึงการดำเนินงานและการพิจารณาของหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกิจกรรมในการระดมความคิดเห็นของภาคส่วนต่างๆ เรื่อยมาโดยลำดับ จนถึงการดำเนินงานเพื่อศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมของโครงการที่มี อพท.เข้ามาเป็นแกนหลักในปี 2555
 
                          ข้อมูลจากการศึกษา ยืนยันว่า ผลกระทบต่อทรัพยากรทางกายภาพจากการก่อสร้างจะเกิดขึ้นในพื้นที่ขนาดเล็ก ไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพด้านอื่นๆ ส่วนผลกระทบต่อทรัพยากรทางชีวภาพ การดำเนินการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าจะดำเนินการเป็นจุดๆ เฉพาะตำแหน่งที่ตั้งเสารองรับสายเคเบิลเท่านั้น ไม่ได้ทำให้ระบบนิเวศแยกจากกันเมื่อเทียบกับทางเดินเท้าที่มีอยู่เดิม ขณะเดียวกันเทคโนโลยีก่อสร้างด้วยระบบเคเบิลลอยอยู่เหนือยอดไม้ จะทำให้เสียพื้นที่ป่าถาวรเฉพาะพื้นที่ก่อสร้างเสาเคเบิลเท่านั้น 
 
                          ส่วนผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับหากโครงการเกิดขึ้น จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการเดินทางระหว่างจังหวัดมากขึ้นสามารถเชื่อมต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้ง 19 จังหวัด อันเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว และปมปัญหาในส่วนแรงงานในท้องถิ่นหรือลูกหาบสามารถเปลี่ยนแปลงอาชีพเป็นพนักงานประจำกระเช้าไฟฟ้า หรือเป็นมัคคุเทศก์นำเที่ยวได้ 
 
                          แต่ก็ยังมีความกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อม ที่ยังคาบเกี่ยวไปถึงการจัดการขนขยะและของเสียจากยอดภูกระดึงลงมากำจัดพื้นล่าง หรือการบริหารจัดการพื้นที่บนยอดภูกระดึงจะดำเนินการอย่างไรหากมีนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นไปเป็นจำนวนมาก
 
                          นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า จะเสนอโครงการให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา หลังจากผลการศึกษาของ อพท.แล้วเสร็จ ในมุมมองแล้วโครงการนี้จะเป็นทางเลือกให้แก่กลุ่มนักท่องเที่ยวที่หลากหลายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและผู้สูงอายุ เนื่องจากภูกระดึงเป็นภูเขาสูงชันที่ต้องเดินเท้าขึ้นอย่างเดียว ดังนั้นการสร้างกระเช้าไฟฟ้าจะสร้างความเท่าเทียมให้นักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย ช่วยลดปัญหาความแออัดของจำนวนนักท่องเที่ยว รวมทั้งยังทำให้การขนส่งขยะ สัมภาระ และอุปกรณ์ซ่อมแซมสาธารณูปโภคที่ชำรุดทรุดโทรม สะดวกรวดเร็วมากขึ้น
 
                          "กรมอุทยานแห่งชาติฯ ยืนยันว่า การก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าจะเลือกแนวทางที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด มีการเปิดรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนก่อนการก่อสร้าง เพื่อให้การพัฒนาเป็นที่ยอมรับของชุมชน" นายนิพนธ์ กล่าว
 
                          ด้าน นายประเสริฐ กมลวัทนนิศา ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษเลย ในสังกัดองค์การพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) กล่าวเช่นกันว่า หากโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจะสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชนด้านการท่องเที่ยว เป็นแม่เหล็กในการดึงดูดเความสนใจการท่องเที่ยว  
 
                          "กระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงเป็นหนึ่งในจำนวนโครงการเพื่อเพิ่มโอกาสพัฒนาอาชีพและรายได้และยังเพิ่มเศรษฐกิจจากกิจกรรมการท่องเที่ยวของชุมชนและจังหวัดเลยโดยรวมอีกด้วย" 
 
                          นายประเสริฐ กล่าวถึงแนวการก่อสร้างจาก 5 แนวทาง พิจารณาแล้วเหลือ 1 แนวที่เหมาะสมที่สุด คือ แนว บี ที่มีผลกระทบสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยจะไม่มีผลต่อสิ่งแวดล้อม เป็นเส้นทางที่มีความลาดชันที่ไม่มากนัก ใช้กระเช้าขับเคลื่อนแบบคาโนล่า ขับเคลื่อน 6 เมตรต่อวินาที ด้านล่างจะห่างจากทางเดินขึ้น 1 กิโลเมตร จากการทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่มีท่าทีเป็นบวกต่อโครงการนี้
 
                          อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูว่า รัฐบาล "ประยุทธ์" จะเดินหน้าต่อสำหรับโครงการกระเช้าภูกระดึงหรือเก็บเข้าใส่ลิ้นชัก
 
 
 
 
 
 
---------------------
 
(กระเช้าภูกระดึง นับถอยหลังสู่การตัดสินใจ : โดย...ทีมข่าวภูมิภาค)