
"อภิสิทธิ์"ฟื้นประชุมครม.ไทย-เวียดนาม
ไทย-เวียดนามเห็นพ้อง เพิ่มความถี่ในการพบปะระดับรัฐมนตรี สร้างกลไกใหม่ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันเห็นพ้องในการเชื่อมเครือข่ายคมนาคม อภิสิทธิ์ พอใจผลการเยือน หลังได้คุยกับผู้นำเวียดนามครอบคลุมทุกประเด็น เตรียมรื้อฟื้นประชุม ค
“จิตตานันท์ นิกรยานนท์” ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทย ติดตามภารกิจของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ วันนี้ (10 ก.ค.) รายงานว่า นายกรัฐมนตรีเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาตินอยไบ กรุงฮานอย เวลา 14.00 น. มีนายด่าว เวียด จุง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม ให้การต้อนรับ ก่อนเดินทางเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ที่ทำเนียบประธานาธิบดีเวียดนาม จากนั้น หารือข้อราชการกับนายเหวียน เติน ซุง นายกรัฐมนตรีเวียดนาม
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ผลการหารือข้อราชการระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยและเวียดนาม ว่า ผู้นำทั้ง 2 ประเทศได้แสดงความยินดี ในความสำเร็จของการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ที่เดิมมีความซับซ้อน
“นายกรัฐมนตรีไทยเสนอให้ต่อไปควรมีการพบกันในระดับรัฐมนตรีมากขึ้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีเวียดนามก็เห็นด้วย และเห็นตรงกันที่จะร่วมกันจัดระบบ เพื่อสร้างกลไกใหม่ โดยเชื่อว่า จะทำให้การกระชับความสัมพันธ์มีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น” นายปณิธาน กล่าว
นายปณิธาน กล่าวว่า ผู้นำทั้ง 2 ยังได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ และเห็นพ้องที่จะให้เกิดการลงทุน เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายคมนาคม โดยเฉพาะเส้นทางระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียน และการสร้างสะพานเชื่อมจีน - เวียดนาม - กัมพูชา เข้าสู่ภาคอีสานของไทย สำหรับด้านการท่องเที่ยว ได้ตกลงร่วมกันที่จะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว ให้ได้ 1 ล้านคน โดยใช้วีซ่าเดียว ในปี ค.ศ.2015 ซึ่งจะเป็นไปตามกรอบไทย-เวียดนาม
“นายกรัฐมนตรียังได้ขอบคุณนายกรัฐมนตรีเวียดนาม ที่ให้การสนับสนุนไทยในการเป็นประธานอาเซียน และขอให้เวียดนามให้การสนับสนุนในการสร้าง 2 กลไกหลัก คือ ด้านสิทธิมนุษยชน และการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศอาเซียนด้วยกัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีเวียดนามก็ตอบรับ พร้อมให้การสนับสนุน” นายปณิธาน กล่าว
นายปณิธาน กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีไทยยังได้หยิบยกปัญหาเกาหลีเหนือ และปัญหาพม่า มาหารือ เพื่อขอการสนับสนุนจากนายกรัฐมนตรีเวียดนาม ในการให้เกาหลีเหนือใช้เวทีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา 27 ประเทศ คลี่คลายสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี ส่วนปัญหาภายในของพม่า ก็พร้อมจะสนับสนุนให้พม่าเดินหน้า เรื่องการพัฒนาประชาธิปไตย ให้มีการเลือกตั้งตามแผนโรดแม็ป โดยทั้ง 2 ประเทศจะไม่เข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของเกาหลีเหนือและพม่า
“ผู้นำทั้ง 2 ยังตกลงร่วมกัน ที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลและเทคโนโลยี โดยเฉพาะเรื่องข้าว เพราะทั้ง 2 ประเทศ ถือเป็นผู้ส่งออกข้าวในลำดับต้นๆ ของโลก และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน จะเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับราคาสินค้าทางการเกษตร” นายปณิธาน กล่าว
นอกจากนี้ นายปณิธาน เปิดเผยด้วยว่า นายกรัฐมนตรีได้โทรศัพท์ไปแสดงความยินดีกับประธานาธิบดีซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน ของอินโดนีเซีย ที่ได้รับการเลือกตั้งให้กลับมารับตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2
อย่างไรก็ตามนายอภิสิทธิ์ ได้แสดงความพอใจต่อการเยือนเวียดนามในครั้งนี้ เพราะได้หารือกับนายเหวียน เติน ซุง นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ครอบคลุมทุกประเด็น และเห็นว่าจะเร่งให้การขยายความสัมพันธ์มีความกระชับมากยิ่งขึ้น
“ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเป็นไปด้วยความราบรื่น และขยายตัวทุกระดับ จะมีการรื้อฟื้นการประชุม ครม.ร่วมกัน แต่จะให้มีความกระชับมากขึ้น โดยไม่จำเป็นจะต้องพบกันทั้งคณะรัฐมนตรี และจะผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด” นายกรัฐมนตรี กล่าว
ส่วนเรื่องการค้าการลงทุน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แม้ว่าปีนี้ทั้งสองประเทศจะได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก แต่ยืนยันว่าจะต้องพลิกฟื้นให้ขยายตัวให้ได้ร้อยละ 31 เท่าเดิม โดยเฉพาะการที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มีแนวคิดที่จะผลักดันให้มีหน่วยงานที่ดูแลการลงทุนของคนไทยในต่างประเทศโดยเฉพาะ จะเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะนักลงทุนไทยในเวียดนามมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องเรื่องการสร้างความเชื่อมโยงเครือข่ายคมนาคม โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้งถนน และรถไฟ ซึ่งปัจจุบันเวียดนามมีระบบรางเชื่อมโยงกับจีนแล้ว ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางเยือนจีนในเร็วๆ เพื่อเดินหน้าเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเครือข่ายคมนาคมมายังภาคอีสานของไทย
“จะเป็นการเปิดประตูภาคอีสานไปสู่อินโดจีน เป็นการสร้างโอกาสอันดีต่อฐานการผลิตของภาคอีสาน ขณะเดียวกัน จะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย นอกจากนี้ ยังเห็นพ้องที่จะดูแลบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำโขงด้วย” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือปัญหาในภูมิภาค โดยภายในสิ้นปีนี้จะผลักดันให้เกิดกลไกตามกฎบัตรอาเซียน เพื่อยุติปัญหาข้อขัดแย้งทางด้านสิทธิมนุษยชน โดยเห็นว่าอาเซียนควรเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ให้มากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาคาบสมุทรเกาหลี การได้พูดคุยในเวทีใดเวทีหนึ่ง น่าจะเป็นสัญญาณที่ดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงการเดินทางลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ วันพรุ่งนี้ (11 ก.ค.) เพียงสั้น ๆ ว่า ฝ่ายความมั่นคงดูแลอยู่
ผุ้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ไทย-เวียดนามประสบความสำเร็จในการจัดโครงการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ลดความซ้ำซ้อน พร้อมเดินหน้าเชื่อมต่อระบบคมนาคม เปิดประตูอีสานสู่อินโดจีน



