
'อียู'เรียกร้องไทยเลิก'อัยการศึก'
14 ก.พ. 2558
'อียู' ออกแถลงการณ์เรียกร้องไทยยกเลิก 'อัยการศึก' กังวลใช้ศาลทหารพิจารณาคดีที่บุคคลเป็นพลเรือน 'วิษณุ' ปัดให้ความเห็น คสช.เล็งหาช่องคุย ชี้ข้อมูลคลาดเคลื่อน
14 ก.พ. 58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะผู้แทนสหภาพยุโรป หรือ อียู ประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะเอกอัครราชทูตของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 กรุงเทพฯ
ในแถลงการณ์ ระบุว่า คณะผู้แทนสหภาพยุโรป ประจำประเทศไทย มีความกังวลต่อการควบคุมตัวบุคคล โดยไม่มีการตรวจสอบจากองค์กรตุลาการ และได้ทำการทบทวนแล้วว่า ภายใต้กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights - ICCPR) ประเทศไทยในฐานะภาคีสมาชิก มีหน้าที่ที่จะต้องนำผู้ต้องสงสัยไปยังศาลโดยพลัน
ขณะเดียวกัน คณะผู้แทนสหภาพยุโรปฯ มีความกังวลต่อการที่ยังคงมีการใช้ศาลทหารพิจารณาคดีที่บุคคลเป็นพลเรือน และขอเรียกร้องให้รัฐบาลจำกัดการใช้ศาลดังกล่าวเฉพาะกับการพิจารณาคดีความผิดต่อกฎหมายทหาร ซึ่งกระทำโดยเจ้าหน้าที่ทหาร
ในฐานะมิตร และหุ้นส่วนของประเทศไทย สหภาพยุโรปได้เรียกร้องอย่างต่อเนื่องให้มีการกลับเข้าสู่กระบวนการทางประชาธิปไตย และยกเลิกกฎอัยการศึก ทั้งนี้ หลักนิติธรรมและการคุ้มครอง และส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เป็นส่วนสำคัญต่อเสถียรภาพ และความก้าวหน้า
Local EU Statement
The European Union Delegation issues the following statement in agreement with the EU Heads of Mission in Thailand
Bangkok, 13 February 2015 - The EU Delegation is concerned about detention without judicial overview and recalls that Thailand, as a state party to the International Covenant on Civil and Political Rights (ICCPR), has a duty to bring suspects promptly before a judge.
The EU Delegation is equally concerned about the continued use of military courts to try civilians and calls on the government to restrict the use of such courts to military offences committed by military personnel.
As a friend and partner of Thailand, the EU has repeatedly called for the democratic process to be restored and for martial law to be lifted. Rule of Law and the protection and promotion of Human Rights are crucial elements for stability and progress.
'วิษณุ' ปัดตอบข้อกังวล 'ฮิวแมนไรท์วอช - อียู'
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กรณี ฮิวแมนไรท์วอช ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติคัดค้านร่างแก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 ว่าด้วยการเพิ่มอำนาจให้ทหารควบคุมตัวพลเรือนได้นานสูงสุดถึง 84 วัน โดยไม่จำเป็นต้องได้รับอำนาจศาล และการมอบอำนาจให้ทหารควบคุมตัวพลเรือน โดยไม่ต้องมีการตรวจสอบ รวมถึงกรณีที่คณะผู้แทนสหภาพยุโรป ประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกกฎอัยการศึก และเร่งคืนประชาธิปไตย
คสช.เล็งหาช่องคุย ชี้ข้อมูลคลาดเคลื่อน
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก และโฆษก คสช. กล่าวว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขา คสช. สั่งการให้ชี้แจงทำความเข้าใจกรณีที่ นายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียขององค์กรสิทธิมนุษยชน หรือ ฮิวแมนไรท์วอช ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติคัดค้านร่างแก้ไขพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 ว่าด้วยการเพิ่มอำนาจให้ทหารควบคุมตัวพลเรือนได้นานสูงสุดถึง 84 วัน โดยไม่จำเป็นต้องได้รับอำนาจศาล และการมอบอำนาจให้ทหารควบคุมตัวพลเรือนโดยไม่ต้องมีการตรวจสอบ ถือเป็นการปกครองประเทศในระบอบเผด็จการ ว่า เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง ด้วยข้อมูลที่ไม่ครบ ฮิวแมนไรท์วอช ถือเป็นองค์กรระดับประเทศที่ได้รับความน่าเชื่อถือ การนำเสนอเรื่องใดๆ ที่มีข้อมูลไม่ครบถ้วน จนทำสังคมสับสน จะส่งผลกระทบความน่าเชื่อถือองค์กรได้ โดยเฉพาะจุดยืน และสถานะในความเป็นกลางทางสังคม เนื่องจากปัจจุบันมีประชาชนสอบถามมากขึ้น เมื่อตอบกลับไปพบว่าส่วนใหญ่มีเนื้อหาไม่ตรงกับข้อเท็จจริง แต่เข้าใจฮิวแมนไรท์วอชทำหน้าที่เพื่อสังคม
"ยืนยันไม่มีการขอแก้ไขพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 เพื่อเพิ่มอำนาจให้ทหารสามารถควบคุมตัวพลเรือนได้นาน 84 วัน ตามที่กล่าวอ้าง ปัจจุบันการควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งพลเรือน และทหาร ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นสุดวิสัย พนักงานสอบสวน หรือตำรวจ จะต้องขออำนาจจากศาลให้เป็นผู้สั่งเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นศาลทหาร หรือศาลพลเรือนก็ตาม หลักเกณฑ์เดียวกัน ตามหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่ใช้กันอยู่มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าบ้านเมืองจะอยู่ในสถานการณ์ไหนก็ตาม ก็ยังคงใช้หลักเกณฑ์นี้ โดยการขอ ก็ต้องขอศาลเป็นครั้งๆ ไป และจำนวนวันในแต่ละครั้งก็เป็นตามที่กฎหมายกำหนดไว้"
พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการเสนอขอปรับแก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 ที่กำลังดำเนินการอยู่ เป็นเรื่องภายในองค์กรทหารเท่านั้น ไม่ควรนำมาปะปนกันจนทำให้สังคมเกิดความสับสน เจตนารมณ์เพื่อใช้ปฏิบัติต่อกำลังพลทหารที่ทำความผิดอาญา เพราะผู้บังคับบัญชาไม่สามารถไปขอให้ศาลทหารสั่งขังได้ด้วยเหตุจำเป็นสุดวิสัย เพื่อไม่ให้กระบวนการยุติธรรมต้องหยุดชะงัก โดยทหารที่กระทำความผิดอาญานั้นๆ ก็สมควรได้รับการปฏิบัติที่ไม่ต่างไปจากพลเรือน เพื่อให้เป็นไปตามหลักบรรทัดฐานสากลที่เหมือน หรือใกล้เคียงกัน ขอให้มั่นใจการดำเนินการของทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย มีความเข้าใจดีในเรื่องของสิทธิมนุษยชน และพยายามจะการดำเนินการใดๆ นั้น ก็เพื่อให้เกิดความเหมาะสม และสร้างความเป็นธรรมให้สังคมอย่างดีที่สุด
"โดย ผบ.ทบ.ในฐานะ เลขา คสช.ได้เน้นย้ำว่า คสช.เข้าใจดีว่า การสร้างความเข้าใจต่อสังคมในการทำงานของ คสช. และรัฐบาล มิใช่เรื่องง่าย แต่อยากให้ทุกฝ่ายให้โอกาส และร่วมมือ เพื่อนำพาประเทศไทยให้ผ่านพ้นปัญหา มีการปฏิรูป และเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ โดยขอให้การนำเสนอ หรือวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ ขอได้มีการศึกษาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ก็จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน"
เมื่อถามว่า คสช.จะเชิญตัวแทนของฮิวแมนไรท์วอช มาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ขณะนี้ยัง แต่ถือเป็นแนวทางในอนาคต ที่ผู้บังคับบัญชาต้องหารือกัน
'สรรเสริญ' แจงแก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร ไม่เกี่ยวกับพลเรือน
พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณี สำนักงานคณะกรรมการสหภาพยุโรป ประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อการควบคุมตัวบุุคคล โดยไม่มีการตรวจสอบจากตุลาการก่อน ว่า เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในรายละเอียดของข้อกฎหมาย หรือการแก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 ดังกล่าว ซึ่งบังคับใช้กับกำลังพลของกองทัพ ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับพลเรือน อีกทั้งการแก้ไขด้วยการลดวันควบคุมทหารจากเดิม 90 วัน เหลือ 84 วัน นับเป็นผลดีต่อผู้ที่ถูกควบคุมตัว ซึ่งมีกำหนดเท่ากับเวลาควบคุมตัวพลเรือนที่กระทำผิดกฎหมายพิจารณาคดีความอาญา แต่การแก้ไขดังกล่าว ไม่ได้นำมาใช้กับการควบคุมพลเรือนแต่อย่างใด โดยเฉพาะการที่พลเรือนจะถูกผู้บังคับบัญชาที่เป็นทหารควบคุมตัว ก็เป็นไปไม่ได้ อีกทั้งกฎหมายดังกล่าว ไม่ได้มีการใช้ตั้งแต่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง โดยในประเด็นที่มีการสื่อสาร และความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนนี้ นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ทีมโฆษกรัฐบาล และ คสช.ชี้แจงทำความเข้าใจกับสังคม และเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงเรื่องนี้กับนานาชาติด้วย
ส่วนกฎอัยการศึก ที่มีความกังวลว่า จะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลพลเรือนนั้น พลตรีสรรเสริญ ยืนยันว่า มีการบังคับกับผู้ที่ฝ่าฝืน และไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง คสช.ในช่วงเวลาที่ไม่ปกติ พร้อมย้ำว่า การควบคุมบุคคลที่ผ่านมา เป็นไปตามกติกา ไม่ได้ใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งไทยก็พร้อมยอมรับฟังความเห็น และข้อท้วงติงจากนานาชาติ แต่ก็ขอให้นานาชาติเข้าใจบริบทของสังคมไทยในช่วงที่ผ่านมาที่มีเหตุความขัดแย้งรุนแรง จนต้องนำไปสู่การการควบคุมอำนาจ และจำเป็นต้องเดินหน้าตามแผนโรดแม็พของ คสช.เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก
กต.ยันไทยเคารพสิทธิมนุษยชน
นายเสข วรรณเมธ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่คณะผู้แทนสหภาพยุโรป ประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึก ว่า กระทรวงการต่างประเทศรับทราบท่าทีล่าสุดของอียูแล้ว ทั้งนี้เห็นว่า ท่าทีของสหภาพยุโรป เป็นท่าทีเดิม ขอยืนยันว่า ไทยในฐานะประเทศภาคีของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง (ไอซีซีพีอาร์) ยังคงยึดมั่นในพันธกรณีที่มี แต่ปัจจุบันไทยอยู่ภายใต้สถานการณ์พิเศษ ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุด คือ ความมั่นคงปลอดภัยภายในประเทศ อย่างไรก็ดี เรารับทราบข้อห่วงกังวลของมิตรประเทศ และยืนยันว่า ไทยยังคงให้ความเคารพสิทธิมนุษยชน และรัฐบาลกำลังเร่งเดินหน้าตามแผนโรดแม็พ เพื่อนำประเทศกลับสู่ประชาธิปไตยตามกรอบเวลาที่วางไว้



