
'บิ๊กตู่'ปัดเตือน'ปู'ไม่ฟัง!
13 ก.พ. 2558
'ประยุทธ์' เผยเคยคุยปัญหาจำนำข้าวกับ 'ยิ่งลักษณ์' แล้ว อดีตนายกฯ มั่นใจ สู้ได้-พร้อมรับผิดชอบ คดีบึ้ม 'พารากอน' เร่งมากไม่ได้ ยันเดินหน้าสัมปทานปิโตรเลียม
13 ก.พ. 58 เมื่อเวลา 10.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่ให้สัมภาษณ์ระบุว่า เคยคุยกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมตรี เรื่องการต่อสู้ในคดีรับจำนำข้าว ว่า เป็นการพูดคุยกันนานแล้ว ตั้งแต่ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์วันที่ 22 พ.ค. 57 ในช่วงที่เริ่มมีปัญหา ซึ่งขณะนั้นหลายฝ่ายได้ออกมาท้วงติงในโครงการดังกล่าวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งตนก็เป็นข้าราชการของรัฐ
"ผมก็บอกว่าถ้าเป็นอย่างนี้ท่านจะว่าอย่างไรมันมีปัญหาอย่างนี้ ท่านก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอกค่ะ เพราะว่าท่านตั้งใจทำหน้าที่ตรงนี้ เพราะฉะนั้นมีหลักฐานสู้ได้ทุกอย่างค่ะ ผมก็แล้วแต่ท่าน"
ผู้สื่อข่าวถามว่า ใช้คำว่าเตือนแล้วไม่ฟังได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ใช่ว่าเตือนแล้วไม่ฟัง เพียงแต่ผมบอกถึงเหตุผลต่างๆ ท่านจะว่าอย่างไร ไม่ใช่เตือนแล้วไม่ฟัง ท่านเป็นรัฐบาลใช่หรือไม่ ส่วนผมนะเกรงใจทุกคน ใครเป็นรัฐบาลผมก็ช่วยมาตลอดทุกรัฐบาล ผบ.ทบ.ไทยทุกคนต้องสนับสนุนรัฐบาลในการทำหน้าที่ แต่เมื่อมีปัญหาก็ต้องถามท่านว่า เรื่องนี้จะเอาอย่างไรครับ เพราะประชาชนมีปัญหาอย่างนี้ๆ เมื่อท่านบอกว่า ท่านรับได้ ท่านแก้ปัญหาเอง เพราะท่านเป็นฝ่ายบริหาร ท่านพร้อมรับผิดชอบ ท่านมีแนวทางแก้ปัญหา และแนวทางชี้แจงก็เป็นเรื่องของท่าน ท่านรับผิดชอบ"
เมื่อถามว่า คดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ รัฐบาล และ คสช. มีธงไว้อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า โอ้ย ไม่มีธง เรื่องนี้ตอบมาเป็นร้อยครั้งแล้ว
คดีบึ้ม 'พารากอน' เร่งมากไม่ได้
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการสืบหาตัวผู้ก่อเหตุระเบิดที่สยามพารากอน ว่า ตำรวจอยู่ระหว่างการดำเนินการ
"ไปเร่งมาก มันก็ไม่ให้จับนะซิ อย่ามาถามทุกวัน คดีแบบนี้อย่าไปเร่งรัดมัน ต้องสอบเครือค่ายเชื่อมโยงด้วย ไม่ต้องกลัวหรอก"
ยันเดินหน้าสัมปทานปิโตรเลียม
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี เรื่อง ชะลอสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 ว่า ปัญหาขัดแย้งการเปิดสัมปทานปิโตรเลียม รอบ 21 นั้น กำลังหาทางแก้กันอยู่ ซึ่งจะไม่มีการคุยกับนายอภิสิทธิ์ เป็นส่วนตัว แต่จะให้กระทรวงพลังงานไปหาทางพูดคุยให้เรียบร้อย อะไรที่มาถึงตนถือเป็นสุดท้าย เพราะตนเป็นผู้ตัดสิน ซึ่งตอนนี้ยังมีช่องทางพูดคุยอยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันจะมีการเปิดสัมปทานในวันที่ 18 ก.พ. หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ถ้ายืนยันก็เปิดไปตามกติกาเดิมบางส่วน แต่ข้อตกลงบางส่วนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ อย่างพื้นที่ 3 - 4 แปลงที่เป็นแปลงใหม่ ส่วนแปลงเก่านั้นเปิดมาหลายรอบแล้ว อย่างไรก็ตามจะเปิดได้หรือไม่ได้ก็จะไปคุยกัน
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ มีหลายภาคส่วนแสดงความเป็นห่วงเรื่องนี้ นายกฯ กล่าวว่า กังวลเรื่องอะไร ต้องเอาเหตุผลมาว่ากัน ให้ทั้งสองฝ่ายมาพูดกันและต้องรู้เรื่อง ถ้ามีข้อมูลอย่างนี้แล้วกระทรวงพลังงานตอบไม่ได้ก็ไปหาทางออกมา ไม่อย่างนั้นตนไม่เอาด้วย เพราะปัญหาติดไปหมดทุกเรื่อง
"ผมไม่ได้หมายความว่าจะดันทุรัง ถ้าข้อมูลสู้ไม่ได้ก็คือสู้ไม่ได้ เข้าใจรึเปล่า ต้องสู้กันด้วยข้อเท็จจริงสิ ชั้นดิน ชั้นหินว่าอย่างไร มีน้ำมันได้อย่างไร ไม่ใช่เอาข้อมูลมาลอยๆ มันไม่ได้ ต้องเอาตัวเลขมาเจอกัน แล้วมาดูว่าเราจะสามารถทำเองได้หรือไม่สำรวจเองได้หรือเปล่า เราพร้อมหรือยัง ต้องไปพูดในเรื่องนี้กับคนที่คัดค้านมา"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามในวันที่ 18 ก.พ. ก็จะเดินหน้าเปิดสัมปทานไปก่อน แต่ถ้ามันไม่ได้ตนคิดว่าก็ยกเลิกได้ แต่ต้องระมัดระวังในเรื่องกฎหมาย ซึ่งต้องดูกัน เพราะใช้เวลาในการสำรวจนานกว่าจะขุดเจาะคือ 5 - 6 ปี ที่เราต้องเตรียมการ เพราะบริษัทที่รับสัมปทานต้องไปลงทุน ต้องกู้เงิน ต้องให้เขามีเวลาตรงนี้ ไม่อย่างนั้นเขาก็ลงทุนไม่ไหว ทำไม่ได้ แต่ถ้าเราทำเองก็ใช้เงินมหาศาล ไปดูความคุ้มค่าก่อนแล้วกัน
เมื่อถามว่า จะเรียกร้องไปยังผู้คัดค้านหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่เรียกร้องอะไรกับผู้คัดค้าน แต่อยากทำความเข้าใจมากกว่า อย่าเรียกร้องอย่าบังคับเลย ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวเป็นเรื่องอื่นอีก เพราะเรื่องอื่นก็มีปัญหาหมด
เมื่อถามว่า หมายถึงผู้คัดค้านเองต้องมีทางออกให้กรณีเกิดปัญหาพลังงานไม่มีใช้ ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องมีทางออกมา และถ้าเกิดปัญหาพลังงานไม่มีใช้ขึ้นมาต้องมีคนรับผิดชอบนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องตอบคำถามตนให้ได้กรณีที่จะมีการปรับปริมาณการส่งแก๊สจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาไทยในปีหน้า เพราะเป็นวงรอบของประเทศเพื่อนบ้าน ที่ปรับไปประเทศเขามากกว่าเดิม ประมาณ 300 ล้านลูกบาศก์ฟุต หากปริมาณหายไป 300 ล้านลูกบาศก์ฟุต ตรงนี้จะทำอย่างไร ใครจะรับผิดชอบ
นายกฯ กล่าวต่อว่า วันข้างหน้าแหล่งพลังงานที่เราใช้ เราดูดจากในประเทศส่วนหนึ่ง พอใช้มากก็ไม่พอต้องไปซื้อต่างประเทศมา แต่ถ้าในประเทศมีน้อยลงไปเรื่อยๆ ก็ต้องซื้อทั้งหมด ราคาก็ต่างกัน แหล่งแก๊สในประเทศไม่เหมือนน้ำมัน โดยแก๊สในประเทศจะถูกกว่าประมาณ 200 บาทต่อล้านบีทียู แต่ต่างประเทศ 300 - 400 บาทต่อล้านบีทียู ขึ้นไป ฉะนั้นเราต้องเตรียมหาใหม่ มาสำรองพลังงานที่จะหมดลง แต่ส่วนที่ซื้อก็ซื้ออยู่แล้ว เพราะทุกวันนี้เราใช้เกินพลังงานในบ้านเรามีไม่พอ แต่ถ้าในประเทศเราหมด ขณะที่สัมปทานปีนี้ยังเปิดไม่ได้ อีก 5 ปีของเดิมหมด จะทำอย่างไรมันหายไปแล้วส่วนหนึ่ง และหลุมอื่นๆ อีกกี่สัมปทาน จะหมดไปเรื่อยๆ ถ้าไม่ไล่เจาะใหม่ในประเทศก็ต้องไปซื้อทั้งหมด พอซื้อทั้งหมดจะกลายเป็นว่าต้องซื้อ 300 ถึง 400 บาทต่อล้านบีทียู แทนที่จะซื้อ 250 บาทต่อล้านบีทียู แบบในปัจจุบัน ซึ่งมันต้องดูในภาพรวมด้วย
"โอเค ผมฟังทั้งหมด แต่ผมต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่รู้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ อะไรต่างๆ รวมถึงทรัพยากรธรณี เกี่ยวกับเรื่องน้ำมัน เขามาชี้แจงกัน เดี๋ยวจะจัดเวลาให้คุยกัน อย่าเพิ่งให้ตัดสินเลย แต่ผมคงไม่ลงไปพูดคุยเอง ในเมื่อคุณเอาข้อมูลมายืนยันกับรัฐก็หาข้อมูลมาให้สมบูรณ์ และเอาคำถามมาคำถามเดียวแล้วต่างคนต่างตอบ ถามว่าใครตัดสินเพราะที่ผ่านมาก็เป็นแบบนี้ เถียงกันไปมาแล้วไม่ยอมรับกัน ใครจะเป็นคนตัดสินล่ะ สื่อไปนั่งฟังด้วยสิ เหตุผลทางไหนได้เรื่องแล้วจะเป็นอย่างไร ถ้ามันออกมาว่าทำไม่ได้ ต้องมีคนรับผิดชอบ ต้องทำหลักฐานกันไว้ ว่าในวันนี้ทำไม่ได้ เพราะอะไร ใครบ้าง แล้ววันหน้ามาว่ากัน วันหน้าผมก็ไม่อยู่แล้วมั้ง แก๊สแพงราคาสูงก็ไปฟ้องศาลเอา ว่าใครทำให้มันเกิดปัญหา ผมว่าอย่างนั้นดีกว่า"
ขออย่ากังวลเรื่องสร้างรถไฟ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งในการปาฐากถางานสัมมนา พ.ร.บ.ข่าวสารทางราชการ พ.ศ. 2540 ถึงความร่วมมือรถไฟไทย-จีน ว่า วันนี้ทุกคนกังวลเรื่องความร่วมมือรถไฟกับจีน ก็ยังไม่ได้ตกลงสักอันเลย ตกลงความร่วมมือ ตกลงว่าจะสร้าง แต่มีคณะกรรมการทำอยู่ แล้วเงินตรงไหน ถ้ามันแพงก็ไม่เอา ตรงนั้นมีคณะกรรมการย่อย 5 - 6 คณะดูแล ทั้งเรื่องการลงทุน การสร้างเส้นทาง เรื่องการเดินรถ การควบคุม เรื่องผลประโยชน์บนเส้นทาง ผลประโยชน์ข้างทาง ถ้าอันไหนทำไม่ได้ก็เลิก ไปหาคนใหม่ ไปเปิดประมูล ก็จบแล้ว อย่าไปกังวลเรื่องเหล่านี้ มันไม่ใช่แบบเดิม ไม่ใช่ไปกู้โครมซะหมด แล้วบริษัทไปทำกันเอง ไม่ใช่ รัฐบาลต้องเข้าไปดู ไปตรวจสอบความโปร่งใส ให้เข้าใจกันซะด้วย ถ้าทำแบบเดิมก็มีปัญหาเรื่องความโปร่งใส โครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดเป็นเงินเท่านี้ บริษัทประมูลได้เป็นช่วงๆ แต่ในนั้นยังไม่ได้ทำอะไร วางแผนชัดเจนเรื่องการลงทุน ได้เงินไปแล้วไปทำให้เสร็จ กระบวนการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และกระบวนการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) อพยพประชาชนต่างๆ บริษัททำทั้งหมดทำได้รึเปล่าก็ไม่ได้ รัฐต้องเป็นคนทำ รัฐถึงต้องนำส่วนนี้ไปลงทุนกับเขา ต้องมีการตกลงกันเรื่องพื้นที่ เรื่องผลประโยชน์ ว่าตรงไหนจะร่วม ตรงไหนจะลงร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องตีค่าทั้งหมด ตนคิดแบบนี้ และทำแบบนี้อยู่
"อย่ากังวล สื่อก็อย่ากังวล ผมไม่เอาเรื่องเดิมมาให้เกิดปัญหาอีก ถ้ามันทำได้เราก็จะเกิดรถไฟทางคู่และรถไฟขับเคลื่อนไฟฟ้าราง 1.435 เมตร ของเดิมมีอยู่ 2,000 กว่ากิโลเมตร ก็เพิ่มอีก 900 ในปีนี้ปีหน้า จะได้เพิ่มสักที ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 มายังไม่มีการเพิ่มเลย จะได้เร็วขึ้น น้ำหนักมากขึ้น รถไฟใหม่ขึ้น ส้วมหอมขึ้น ผมขึ้นรถไฟตั้งแต่เด็กๆ กลิ่นเหมือนเดิมเลย ก็อยู่ที่การบริหารทุกส่วน ดังนั้น ถ้าเกิดรถไฟเส้นนี้ได้ เกิดในปีนี้ จะร่วมมือกันอย่างไรก็ไปว่ามา ภายในประเทศประมูลกันมา แต่เดี๋ยวก็ฟ้องกันไปมาอีก ไปไม่ได้ ขนาด รฟม.ยังตั้งกรรมการไม่ได้ อะไรกันนักหนา ผมไม่เข้าใจ เอาออกทั้งคู่ละ ดูแล้ว หรือไม่ก็ยุบไปทั้งคณะ ไม่ต้องทำแล้ว ผมต้องการให้มันไปได้ ก็ยังทะเลาะกันอยู่ได้ ไม่รู้อะไรกัน"
นายกฯ กล่าวต่อว่า รถไฟความเร็วสูง ไม่ใช่ไปติดใจรถไฟชินคันเซ็น แต่พอไปมาก็ลองคิดดูว่าเป็นไปได้ไหม ไม่ใช่ไปเป็นเมืองขึ้นญี่ปุ่นหรือใคร เราเป็นไม่ได้ เราคือคนไทย ผลประโยชน์ต้องอยู่กับคนไทย แต่ต้องร่วมมือกับเขา ต้องเชื่อมโยงเศรษฐกิจ เตรียมการเข้าสู่เออีซี เราเสียเปรียบต่างประเทศ เพราะเราไม่มีเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง
ถ่ายรูปทำบัตรประชาชน-ใบขับขี่ใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเป็นประธานเปิดงาน และกล่าวปาฐกถาพิเศษในการสัมมนาทางวิชาการประจำปีของการใช้พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540 ในหัวข้อเรื่อง "ข้อมูลข่าวสารกับความโปร่งใสในการบริหารงานภาครัฐ" ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินเยี่ยมชมนิทรรศการต่างๆ ภายในงาน และถือโอกาสถ่ายรูปทำบัตรประชาชนใบใหม่ รวมทั้งหยอกล้อกับเจ้าหน้าที่ที่ทำบัตรว่า "ถ่ายแล้วต้องหล่อนะ" และเมื่อไปรับบัตรตัวจริง พล.อ.ประยุทธ์ ยิ้มอย่างภาคภูมิใจพร้อมโชว์บัตรประชาชนใบใหม่ว่า "หล่อกว่าทุกใบเลย" นอกจากนั้นยังได้ถ่ายรูปเปลี่ยนใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ใบใหม่ด้วย
แนะวาเลนไทน์ 'ผู้หญิง' ต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งในการปาฐากถางานสัมมนา พ.ร.บ.ข่าวสารทางราชการ พ.ศ. 2540 ว่า วันวาเลนไทน์ ขอให้ทุกคนคิดแบบธรรมเนียมไทย เป็นห่วง เราก็มีลูกหลานเป็นผู้หญิง เผอิญยังไม่มีแฟน ไม่มีใครกล้าเลยตอนนี้ แย่จริงๆ ก็เป็นห่วงลูกสาว เพราะผู้ชายวันนี้อย่างว่ามันก็ไวไฟ น่ากลัวเหมือนกัน เราต้องสร้างจิตสำนึกที่ดี วันวาเลนไทน์ก็เป็นวันวันหนึ่ง ความรักให้กับใครก็ให้กับเขาทุกวัน อย่างไหนยั่งยืนกว่าต้องสั่งสอนเขา เพราะวันนี้มันหวือหวากันมากมาย เพราะวัฒนธรรมประเพณีเข้ามา และกล้วยไม้เดี๋ยวนี้ราคาตก จึงอยากให้นำมามอบเป็นของขวัญในวันวาเลนไทน์ เป็นช่อไปเลยดีกว่ากุหลาบแค่ดอกเดียวด้วยซ้ำไป และตนอยากให้คิดค้นกล้วยไม้ที่มีสดเหมือนดอกกุหลาบ และอยากให้ผู้หญิงสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง วันนี้ไม่รู้จะเตือนยังไงแล้วเอาตำรวจไปเฝ้า ตำรวจไปดัก ต้องสร้างเกราะให้ตัวเอง
ส่วนผู้ชายก็อย่าไปหลอกลวงเขา สุภาพบุรุษต้องเป็นอย่างนั้น รู้จักเลี้ยงดู หารายได้ให้ครอบครัว ทุกวันนี้มันแชร์กันหมด ถามลูกสาวทำไมไม่มีแฟน เขาบอกไม่รู้จะไปชอบใคร เพราะไอ้ที่มาไปไหนก็แชร์หมด สมัยก่อนกว่าจะพาสาวเที่ยวได้ต้องมีเงิน แต่เดียวนี้ผู้หญิงต้องเลี้ยงผู้ชาย เพราะมันไม่มีเงิน แต่มันหล่อดี เราอย่าไปมองคนอย่างนั้น รักคนด้วยหัวใจ รักด้วยสมอง



