ข่าว

ได้เบาะแสเพิ่ม!คนร้ายข่มขืนหญิงชรา

ได้เบาะแสเพิ่ม!คนร้ายข่มขืนหญิงชรา

13 ก.พ. 2558

‘พ.ต.อ.อัคราเดช’ เผยได้เบาะแสเพิ่มคนร้ายข่มขืนหญิงสูงวัยต่อเนื่อง 10 รายในพื้นที่จ.นครปฐม-สมุทรสงคราม-สมุทรสาคร เร่งสรุปสำนวนส่งฟ้องคดี ‘สจล.’ ภายในสิ้นเดือนนี้

 
           เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รักษาราชการแทน ผบก.ป. เปิดเผยความคืบหน้าคดีคนร้ายก่อเหตุข่มขืนหญิงสูงวัยต่อเนื่อง 10 ราย ในพื้นที่ จ.นครปฐม จ.สมุทรสงคราม และ จ.สมุทรสาคร ว่า เมื่อช่วงเช้าได้เรียก ผกก.แต่ละกองกำกับที่ลงไปดูแลคดีดังกล่าวมาหารือ และกำชับในเรื่องคดี ตอนนี้คดีมีความคืบหน้าไปมาก ชุดสืบสวนสามารถแยกได้ว่าทั้ง 10 คดี แต่ละคดีคนร้ายใช้เส้นทางใดในการก่อเหตุ คนร้ายมีแผนการประทุษกรรมอย่างไร และเรายังได้พยานเพิ่มเติมมาอีกเยอะหลังจากที่เราได้ทำเอกสารแผ่นพับเกี่ยวกับเบาะแสของคนร้ายแจกจ่ายไปประชาชนได้โทรศัพท์เข้ามาให้ข้อมูลกับตำรวจเป็นจำนวนมาก ซึ่งข้อมูลที่ได้มาตำรวจจะนำไปเชื่อมต่อเพื่อหาตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็ว ส่วนการติดตามจับกุมคนร้ายนั้นดูจากภูมิศาสตร์อาชญากรรมแล้ว ชุดสืบสวนเชื่อมั่นว่าคนร้ายน่าจะอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เกิดเหตุในคดีล่าสุด ซึ่งอยู่ในพื้นที่ อ.พุทธมณฑล อ.นครชัยศรี และอ.บางเลน รอยต่อ 3 อำเภอนี้ ส่วนผลการตรวจดีเอ็นเอบุคคลต้องสงสัยที่ถูกนำตัวมาตรวจสอบนั้นผลการตรวจออกมาแล้วพบว่าไม่ตรงกับคนร้าย
 
           ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการจำกัดวงหรือไม่ว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มคนอาชีพใด พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวว่า หลังจากมีการหารือกันเมื่อช่วงเช้าแล้วได้ข้อสรุปว่า อย่าเพิ่งรีบฟันธง ขอให้เป็นในหลายๆกลุ่มอาชีพก่อน เราจะดูเรื่องของพยานที่พบ ซึ่งแยกแยะแต่ละคดีว่าคนร้ายมาเส้นทางใด มาอย่างไร ถ้ารีบฟันธงว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มอาชีพใดอาชีพหนึ่งแล้วในระหว่างนี้เกิดเปลี่ยนอาชีพขึ้นมา ในช่วงที่อยู่ อ.บางคนที ทำอีกอาชีพนึง ในช่วงที่อยู่ อ.พุทธมณฑล ทำอีกอาชีพนึง จะทำให้เกิดความสับสนในการสืบสวน ทั้งนี้เรายังให้ความสำคัญกับกลุ่มอาชีพทุกอาชีพที่ต้องสงสัยที่เกี่ยวโยงกับลักษณะของการกระทำความผิดอยู่
 
 
เร่งสรุปสำนวนส่งฟ้องคดี ‘สจล.’ ภายในสิ้นเดือนนี้
 
 
           เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รักษาราชการแทน ผบก.ป. เปิดเผยความคืบหน้าคดีลักเงินสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จำนวน 1,474 ล้านบาท ว่าขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ส่งลายเซ็นชื่อของบุคคลให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ เพื่อเปรียบเทียบกับเอกสารต่างๆ จากธนาคารที่มีลายเซ็นของผู้มีอำนาจเซ็นอนุมัติทำธุรกรรมทางการเงินของสถาบันเทคโนโลยีดังกล่าวไปดำเนินการแล้ว หลังจากเมื่อช่วงเช้ามีการประชุมหารือเรื่องคดีก็ได้เร่งรัดให้รีบตรวจสอบ เพื่อขอทราบว่าประเด็นที่เราสงสัยในแต่ละข้อนั้นมีอะไรบ้างที่สามารถนำมาซึ่งแนวทางการสอบสวนเพื่อมัดตัวคนร้ายต่อไป
 
           พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวอีกว่า ลายมื่อชื่อที่เราส่งไปเป็นกลุ่มมีประมาณ 5 คน รวมถึงตัว น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ ผอ.ส่วนการคลัง สถาบันเทคโนโลยีฯลาดกระบัง ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวไปก่อนหน้า ที่เหลือก็คือบุคคลที่เรายังมีข้อสังเกตุและยังมีข้อสงสัยอยู่ ในส่วนของตัวนางอำพร หลังจากพนักงานสอบสวนเดินทางเข้าสอบปากคำในเรือนจำ จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้มีการให้ปากคำใดๆเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนต้องรอผลการตรวจลายเซ็นชื่อก่อนจะมีการสรุปสำนวนเพื่อส่งฟ้อง ซึ่งจะเร่งรัดให้เสร็จภายในเดือนนี้