ข่าว

ชีวิต2ข้างทางตลาดกลางยางหาดใหญ่!

ชีวิต2ข้างทางตลาดกลางยางหาดใหญ่!

13 ก.พ. 2558

ชีวิต2ข้างทางตลาดกลางยางหาดใหญ่! : สุพิชฌาย์ รัตนะ, ภูชิสส์ พิรุณละอองรายงาน

              หากใครขับรถหรือสัญจรผ่านตลาดกลางยางพาราหาดใหญ่ จ.สงขลา ในเวลานี้ คงจะรู้สึกแปลกใจระคนงุนงงกับรถเทรลเลอร์ขนาดใหญ่จอดเรียงรายอยู่สองข้างทางกว่า 200 คันเต็มพื้นที่แซมด้วยรถบรรทุกเล็กในทุกตารางเมตรที่ล้นทะลักมาจากลานจอด

              เป็นความคึกคักที่มิได้นัดหมายแต่มาประจวบเหมาะภายใต้ "โครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง" ที่รัฐบาลโดยองค์การสวนยางเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นมา ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

              เห็นได้จากตลาดกลางยางพาราหาดใหญ่ ซึ่งเคยมีการซื้อขายกันตามปกติประมาณ 200 ตันต่อวัน แต่พอโครงการมูลภัณฑ์ฯ เกิดขึ้นมา ทำให้เกษตรกรนำยางมาซื้อขายเพิ่มขึ้นเป็น 300-400 ตันต่อวัน

              แต่ปัญหาคือไม่มีที่ลงยางเพราะยางที่ซื้อไว้ไม่สามารถระบายออกไปเก็บในโกดังขององค์การคลังสินค้า(อคส.)ได้ ทำให้กระทบต่อกลไกการซื้อ แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามชี้แจงให้เกษตรกรส่วนใหญ่รับฟังและเข้าใจดี พร้อมทั้งเรียกร้องให้อคส.เร่งขนย้ายยางออกไปให้เร็วที่สุดก็ตาม 

              ด้วยเหตุนี้หลายชีวิตจึงต้องยึดสองข้างทางถนนหลวงจอดรถเป็นคาราวานรถบรรทุก รอวันที่จะขายยางแผ่นที่ขนมาจากพื้นที่ต่างๆ ตาม "คิว" ในแต่ละวัน..!!

              "ผมจอดรถเข้าคิวรอขายยางเป็นวันที่ 5 แล้วคาดว่าอีก 3 วันน่าจะสามารถลงยางขายได้" กฤษฎา อยู่ศรี เจ้าของรถเทรลเลอร์บรรทุกยางที่เดินทางมาจาก จ.ชลบุรี กล่าวอย่างมีความหวัง

              หนุ่มเมืองน้ำเค็มรับจ้างขนยางทราบดีว่า ความล่าช้าเกิดจากพาเลทหรือแผงในการลงยางมีไม่เพียงพอทำให้ต้องรอคิวนาน แต่ก็ต้องรอเพราะขนมาแล้วไม่อยากเสียเวลา

              "ช่วงที่รอต้องใช้ชีวิตกินอยู่ใต้ท้องรถเทรลเลอร์ โดยมีบะหมี่สำเร็จรูป รวมถึงอาหารกระป๋องเป็นเมนูหลักเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะหากออกไปกินข้างนอกข้าวแกงจานละ 40 บาทแถมต้องทิ้งรถออกไปไม่คุ้มค่าความเสี่ยง...

              ...ชีวิตในช่วงกลางวันที่เต็มไปด้วยความร้อนดูไม่แพ้สีสันตอนกลางคืนที่ต้องผูกเปลนอนใต้ท้องรถจนกว่าจะถึงคิวขาย"

              เมื่อเถ้าแก่สั่งให้ขนยางมาขายที่นี่โดยเขาเองก็ไม่รู้รายละเอียดว่าทำไม แต่พอมาถึงก็ตกใจ...!!! ที่มีคนเยอะมากก็ต้องรอจนกว่าจะได้ขาย เพราะไม่คุ้มค่าแรง ค่าน้ำมัน หากต้องขนกลับไปอีก จึงไม่มีทางเลือกต้องใช้ชีวิตใต้ท้องรถเพื่อรอขายยางโดยคาดว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 8 วัน

              ในแต่ละวันรถบรรทุกยางแผ่นเหล่านี้จะต้องจอดเข้าคิวประมาณวันละ 200 คิว แต่ทางตลาดยางสามารถลงยางได้จริงแค่ 60 คันต่อวัน เนื่องจากยางแผ่นที่ซื้อเข้ามานั้นอคส.ไม่สามารถระบายออกไปได้ทัน ส่งผลให้เกษตรกรต้องเข้าคิวค้างคืนรอขายยางอย่างน้อย 7-15 วัน

              เช่นเดียวกับ ธนาคาร หมายหรา ที่ต้องนอนค้างคืนบนรถเทรลเลอร์และดูสีหน้ายิ้มแย้มดีด้วยหวังว่าวันรุ่งขึ้น (13 ก.พ.) จะถึงนัดหมายการขายยางแผ่นที่ขนมาจาก จ.ตรัง บ้านเกิดของเขา

              "ตลอดการใช้ชีวิตช่วง 7 วันที่ผ่านมา ผมได้ซื้อข้าวสารมาเตรียมไว้เพื่อจัดเตรียมอาหารเองตามอัตภาพอย่างประหยัด โดยอาศัยขอใช้ไฟเพื่อเสียบหม้อหุงข้าวจากโกดังเก็บยาง ส่วนเตาแก๊สได้เตรียมมาเองเพื่อทำอาหารง่ายๆ ที่สามารถทำเองได้ เช่น ไข่เจียว ปลาทอด แกงส้ม"

              นอกจากนี้ มิตรภาพจากเพื่อนๆ คนขับรถที่อยู่ในช่วงรอคอยด้วยกัน จึงได้รวบรวมเงินเท่าที่จะแบ่งปันกันได้นำไปซื้อวัตถุดิบมาทำกินกันเอง ดีกว่าไปซื้อข้าวแกงมากินเพราะไม่อิ่มท้อง

              ส่วนเรื่องของการอาบน้ำนั้นก็ขออาศัยใช้น้ำจากก๊อกน้ำที่มีติดตั้งไว้ในจุดต่างๆ โชคดีที่ส่วนใหญ่คนที่มารอเป็นผู้ชายจึงไม่ต้องใช้พื้นที่มิดชิดอะไรนักมีก๊อกน้ำตรงไหนก็อาบได้ทั้งนั้น ขณะที่ห้องน้ำนั้นเจ้าหน้าที่ตลาดกลางฯ อนุญาตให้ใช้ได้ในบางจุดเท่าที่จำเป็น เนื่องจากคนที่มาค้างคืนรอมีจำนวนนับร้อยๆ คนก็อาจไม่เพียงพอก็ต้องช่วยเหลือกันไป

              "ไม่คิดว่าการขายยางจะต้องรอนานนับสิบวันบางคนเดินทางมาจากบุรีรัมย์มาถึงวันศุกร์ได้คิวที่ 196 ติดวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ต้องรออย่างน้อย 11-12 วันกว่าจะได้ขาย ซึ่งเมื่อรวมกับการเดินทางกลับบ้านอีกทีก็ใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งเดือนพอดี" ธนาคาร เล่าถึงเพื่อนๆ ที่มาจากแดนไกล

              สำหรับราคายางที่ตลาดกลางยางพาราหาดใหญ่ ยางแผ่นดิบ 58.55 บาทต่อกิโลกรัม ยางแผ่นรมควันชั้นสาม 63.15 บาทต่อกิโลกัรม ในขณะที่ราคายางแผ่นดิบที่ตลาดท้องถิ่นซื้อขายราคาอยู่ที่ 48.90 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถูกกว่าที่ตลาดกลางฯ ประมาณ 10 บาท จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกษตรกรและกลุ่มองค์กรต่างๆ แห่นำยางมาขายที่ตลาดกลางยางพาราฯภายใต้โครงการมูลภัณฑ์กันชนเพราะได้ราคาดีนั่นเอง
 
              นอกจากนี้ ตลาดกลางฯ ที่หาดใหญ่มีการซื้อยางอย่างน้อย 5 เกรด ทำให้เมื่อขนยางมาขายก็สามารถขายได้ทั้งหมดไม่ต้องขนกลับ ขณะที่จุดรับซื้อบางแห่งซื้อยางแค่ 3 เกรดเท่านั้น ทำให้มีผู้ประกอบการจากพื้นที่ต่างๆ เช่น บุรีรัมย์ กาญจนบุรี ชลบุรี นครศรีธรรมราช ฯลฯ ลำเลียงยางมาขายเป็นจำนวนมากจนกลายเป็นปัญหาการรอคิวนานตามมา

              ความล่าช้าของการซื้อขายที่เกิดขึ้น เกษตรกรที่มาขายก็รู้ดีว่ามีสองเรื่องด้วยกันที่ต้องเร่งแก้ไข 1.เร่งให้อคส.ขนยางที่ซื้อออกไปเก็บข้างนอกให้เร็วที่สุดเพื่อเปิดพื้นที่ให้ตลาดกลางฯ สามารถซื้อยางได้อย่างเต็มที่ และ 2.เร่งให้จ่ายเงินโดยเร็วเนื่องจากเริ่มส่งผลกระทบ เพราะนอกจากให้เกษตรกรเข้าคิวรอนานแล้วซ้ำยังไม่ได้รับเงินอีก

              "ผลกระทบของความล่าช้าเกิดต่อเกษตรกรโดยตรง ทำให้ต้นทุนเพิ่ม เพราะยางที่บรรทุกมาบนรถถูกจอดทิ้งให้ตากแดดทั้งวันทั้งคืน ส่งผลให้ยางขึ้นรา บางส่วนก็ละลายติดกันเป็นแผงทำให้ราคาตกจากยางเกรด A กลายเป็นยางเกรด BW" เสียงรำพึงรำพันจาก กานต์ ลิ่มศรีวิไล เกษตรกรจาก จ.พัทลุง

              ตามขั้นตอนการซื้อขายยางตามโครงการมูลภัณฑ์ฯ เมื่อยางผ่านการซื้อขายตามจุดรับซื้อยางแล้ว อคส.จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบนำยางไปเข้าสู่กระบวนการแปรรูป เช่น รมควัน หรืออัดแท่งก็ตาม ซึ่งต้องจัดหาโกดังเองทั้งหมด

              แต่สิ่งที่พบที่ตลาดกลางยางหาดใหญ่ เมื่อ อคส.ไม่ยอมขนย้ายยางแผ่นที่ซื้อไปเก็บในโกดัง ทำให้ไม่สามารถรับซื้อยางใหม่เข้ามาได้ ขั้นตอนนี้ส่งผลให้ต้องรอคิวนานมาก ซึ่งเมื่อสอบถามไปยังโกดังที่อคส.เช่านั้นพบว่าในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ มีการเช่าโกดังเก็บยางแค่ 1 โกดังเท่านั้น และปัจจุบันเต็มหมดแล้วทำให้เกิดปัญหาไม่มีโรงเก็บยางนั่นเอง

              สองฝั่งถนนตลาดกลางยางหาดใหญ่ยังคงคลาคล่ำไปด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่จอดเรียงราย กับผู้คนที่ดำรงชีพด้วยคำว่า เกษตรกร เฝ้ารอคอยตามนัดหมายเพื่อให้ถึงคิวด้วยความหวังขายยางแผ่นตามโครงการ บนความไม่พร้อมของภาครัฐอย่างอดทน...!!!