
พงศ์พัฒน์โดนอีกคุก9เดือนคดีไม้แปรรูป
ศาลพิพากษาจำคุก 9 เดือน พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ พร้อมพวกสองผัวเมียคดีครอบครองไม้ต้องห้ามแปรรูป 68 แผ่น เผยเหลืออีก 2 คดี ส่วยน้ำมัน-เรียกเงินโยกย้ายตร. ศาลนัด23ก.พ.นี้
ความคืบหน้าหลังศาลมีคำพิพากษาจำคุก 6 ปี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อายุ 59 ปี อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พร้อมพวกในคดีเรียกรับส่วยพนันบ่อนโคลอนเซ่ ย่านห้วยขวาง โดยอ้างเบื้องสูง ล่าสุดศาลมีคำพิพากษา พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ พร้อมพวกอีก 2 คน ในคดีครอบครองไม้เถื่อน ซึ่งคำพิพากษาคดีนี้ถือเป็นความผิดสำนวนที่ 2 ของอดีต ผบช.ก. จากทั้งหมด 4 สำนวน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ห้องเวรชี้ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลเบิกตัว พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อายุ 59 ปี อดีตผบช.ก. นางสวงค์ หรือสวงศ์ มุ่งเที่ยง อายุ 54 ปี และนายเริงศักดิ์ ศักดิ์ ณรงค์เดช อายุ 57 ปี ทั้งสองเป็นสามี-ภรรยา จำเลยคดีกระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ฯ และทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อสอบคำให้การคดีหมายเลขดำ อ.415/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางสวงค์, พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และนายเริงศักดิ์ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานกระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 48, 73 และ 74 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากกรณีวันที่ 20 พฤศจิกายน- 11 ธันวาคม 2557 ต่อเนื่องกัน จำเลยทั้งสามร่วมกันมีไม้ชิงชันแปรรูป จำนวน 68 แผ่น ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้งสาม เมื่อฟังแล้วสอบคำให้การ ปรากฏว่า จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ไม่ขอต่อสู้คดีและไม่ต้องการทนายความ
ภายหลังการอ่านคำฟ้อง ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยมีพฤติการณ์กระทำผิดจริงตามฟ้อง จึงพิพากษาให้จำคุกจำเลยทั้งสาม คนละ 1 ปี 6 เดือน ซึ่งคำรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาจึงเห็นควรลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก จำเลยที่ 1-3 คนละ 9 เดือน และให้ยึดไม้ชิงชันแปรรูปจำนวน 68 แผ่นด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ อดีต ผบช.ก. มีคดีที่อัยการยื่นฟ้องต่อศาลอาญา รวม 4 สำนวน โดยคดีกระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ นี้ ถือเป็นสำนวนที่ 2 ที่ศาลมีคำพิพากษา ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมา ศาลอาญา มีคำพิพากษาจำคุก 6 ปี คดีที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ถูกอัยการยื่นฟ้องเป็นจำเลยร่วมกับ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อายุ 59 ปี อดีตรอง ผบช.ก ในคดีหมายเลขดำ อ.290/2558 ในความผิดฐาน ร่วมกันดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ พระราชินี และองค์รัชทายาทฯ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ จัดให้มีการเล่นการพนันบ่อนโคลอนเซ่ ย่านห้วยขวาง เมื่อวันที่ 11 มกราคม-30 กรกฎาคม 2554 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 41, 123/1 และ พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เหลือสำนวนที่ศาลอาญาจะพิจารณาคดี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ถูกฟ้องเป็นจำเลย อีก 2 สำนวน คือ คดีหมายเลขดำ อ.291/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 ได้ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์, พล.ต.ต.โกวิทย์ อดีต รองผบช.ก. และ พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน อดีตผู้บังคับการตำรวจน้ำ (ผบก.รน.) อายุ 55 ปี เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่, เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นผู้ใด หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 157 และ 149 จากกรณีเรียกเก็บส่วยน้ำมันเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2555 -กรกฎาคม 2557
นอกจากนี้ ยังมีสำนวนคดีหมายเลขดำ อ.292/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์, พล.ต.ต.โกวิทย์, พ.ต.อ.วุฒิชาติ เลื่อนสุคันธ์ อายุ 46 ปี อดีต ผกก.4 ปคบ., ด.ต.สุรศักดิ์ จันเงา อายุ 50 ปี อดีต ผบ.หมู่ กก.2 ป. และ ด.ต.ฉัตรินทร์ หรือจักรินทร์ เหล่าทอง อายุ 48 ปี อดีต ผบ.หมู่ ปพ.ป. เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ข่มขืนใจ หรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบหรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น, ร่วมกันเรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ และร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด จากกรณีเรียกรับเงินโยกย้ายตำแหน่งราชการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2553-11 พฤศจิกายน 2557 โดยศาลอาญานัดสืบพยานโจทก์ประกอบคำรับสารภาพ ทั้ง 2 คดีดังกล่าวในวันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 09.00 น.



