
สานฝันพ่อบ้านเล็ก เติมเต็มรัก
สานฝันพ่อบ้านเล็ก เติมเต็มรัก : เขยฝรั่งสะใภ้อินเตอร์ เรื่อง-สุรศักดิ์ เครือคำ/เรียบเรียง-เสาวลักษ์ คงภัคพูน
ว่ากันว่า กราฟชีวิตคนเรามีขึ้นก็มีลง ในวันที่ดีก็อย่าประมาท ในวันตกต่ำก็อย่าท้อแท้ ท้อถอย ดังเช่นชีวิตของ "ศริญญา ช่วยปัด" เมื่อคราวเป็นเด็กเล็ก มีครอบครัวที่แสนจะอบอุ่น มีความหวังและนัดแนะกับเพื่อนจะไปเรียนหนังสือด้วยกันให้จบชั้นสูงสุด แต่ในวันที่กราฟชีวิตเธอตกต่ำ อย่าว่าแต่จะคิดถึงอนาคตเลย ชีวิตจะให้ผ่านแต่ละวันยังยากเย็นนัก
"ศริญญา ช่วยปัด" เป็นเด็กบ้านนอก ครอบครัวชาวนาในจ.หนองบัวลำภู พ่อเป็นช่างไม้มีฝีมือในการสร้างบ้าน ครอบครัวของเธอจึงไม่มีความทุกข์ร้อนใดๆ เพราะมีพ่อ แม้บ้านของเธอจะหลังเล็กๆเก่าๆ แต่ก็มีความสุขตามประสาชีวิตคนในชนบทที่อบอุ่นด้วยความรักความเข้าใจ พ่อสัญญาว่าจะหาเงินมาสร้างบ้าน และพ่อลงมือทำด้วยตนเอง หวังให้เรามีบ้านได้พักผ่อนหลับนอนหลบไอแดด ไอฝนและความหนาวเย็นด้วยฝีมือของพ่อ เธอและแม่ยิ้มอย่างมีความสุข หวังว่าไม่นานเราจะมีบ้านหลังใหม่ เป็นเหมือนฝันของทุกคนในครอบครัวที่เห็นบ้านเป็นวิมาน
"ศริญญา" เข้าเรียนระดับชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนประจำหมู่บ้าน ครอบครัวต่างมีความสุข พร้อมหน้าพร้อมตา พ่อแม่ลูก จนกระทั่งเมื่อเธออยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พ่อก็เกิดเจ็บป่วยและจากครอบครัวไป ทำให้แม่และเธอขาดผู้นำ ขาดเสาหลักของครอบครัว ความสุข ความอบอุ่นดูเหมือนจะจางหาย เหลือเพียงเธอกับแม่ที่ต้องดิ้นรนต่อสู้ยืนบนโลกใบนี้ต่อไป บ้านหลังเล็กๆ เก่าๆ ที่ครั้งหนึ่งวาดฝันจะมีบ้านหลังใหม่ที่ดีกว่านี้ แต่เมื่อขาดพ่อ ความหวัง ความฝันก็มลายลง
ศริญญา จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก็เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนขยายโอกาสประจำตำบล ที่ให้โอกาสเด็กในชนบทกันดารห่างไกลได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้ ครอบครัวที่มีเพียงแม่ ได้เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก็ดีมากแล้ว ทั้งที่เคยพูดว่า จะไปเรียนด้วยกันกับเพื่อนสนิทที่ตัวจังหวัดเมื่อครั้งที่พ่อยังมีชีวิตอยู่
เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เธอต้องก้าวออกจากรั้วโรงเรียน มาช่วยแม่ทำงานหาเลี้ยงชีวิต อยู่สองสามปีต่อมาจึงแต่งงานมีครอบครัวกับแฟนที่อยู่ในตำบลเดียวกัน เพื่อมาช่วยแม่ทำงาน อยู่ด้วยกัน 5-6 ปี จนได้ลูกสาวด้วยกัน 1 คน
แต่เส้นทางชีวิตคู่ก็ไม่ราบรื่น จึงต้องเดินคนละทาง ต้องมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง เธอเลือกให้ลูกสาวอยู่กับเธอและแม่ ครอบครัวเริ่มลำบาก ศริญญาจึงตัดสินใจเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ทั้งที่เมื่อสมัยเด็ก เธอกลัวฝรั่งจับใจ อายไม่กล้าพูดคุยด้วย แต่วันนี้เธอกลับตัดสินใจเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ทั้งที่ใจก็ยังหวั่นกลัวต่อสิ่งที่จะได้พบเจอ
การไปทำงานครั้งนี้แม่กู้ยืมเงินส่งให้เธอไป ที่ประเทศแอฟริกาใต้ นึกถึงสภาพที่แม่บากหน้าไปยืมเงินเพื่อให้เธอไปทำงาน รู้สึกสงสารแม่ที่สุด ไปทำงาน งานที่ทำเป็นงานหนักลำบากมาก อยู่ได้หกเดือนงานเริ่มมีปัญหา เงินไม่มีส่งบ้าน เธอบอกว่าเป็นช่วงที่ชีวิตรันทดที่สุด ห่วงแม่ ห่วงลูก หนี้สิน ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเพราะไม่มีเงินไปใช้เขา เธอนั่งร้องไห้ไม่รู้จะทำอย่างไร คิดว่าหากเรากลับจะไปทำงานอะไร หาเงินที่ไหนให้ลูก และใช้หนี้
แต่ในที่สุดก็ต้องตัดสินใจกลับเมืองไทย เพราะอยู่ไปเงินก็ไม่ได้ มาถึงเมืองไทย ตัดสินใจสู้อีกครั้ง ลองไปทำงานกับญาติที่ร้านนวดแผนไทยในเกาะสมุย
ทำได้ไม่นาน "มิเชล โครเมอร์" ก็เข้ามาในชีวิต เขาพักร้อนจากงานในโรงพยาบาลที่อเมริกา จึงเดินทางมาเที่ยวพักผ่อนที่เมืองไทย เมื่อพบศริญญา เขารู้สึกถูกชะตาแอบมองบ่อย จนเพื่อนที่ทำงานสังเกตเห็นบอกเธอ ก็เลยเริ่มสนทนากัน สานสัมพันธ์กันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
คบกันได้ระยะหนึ่ง ศริญญาตัดสินใจพามิเชลมาบ้านเกิด ให้เห็นว่าอยู่กันอย่างยากจนเช่นไร หากรับไม่ได้ ก็ให้เดินจากไป ดีกว่าจะเดินหน้าต่อแล้วต้องมาผิดหวังเสียใจอีกครั้ง
แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นดังที่คิด มิเชลชอบชีวิตชนบทในไทยมาก ตั้งใจว่าเมื่อเกษียณจะมาใช้ชีวิตที่นี่ จึงเริ่มส่งเงินมาให้ปลูกบ้านใหม่ ใช้หนี้สินที่มีให้ และเมื่ออายุครบ 60 ปี เขาก็มาตามคำสัญญา จัดพิธีแต่งงานอย่างเรียบง่ายขึ้น และจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย
ปัจจุบันศริญญาใช้นามสกุลโครเมอร์ สามีชอบเมืองไทยเพราะสงบร่มเย็น คนไทยยิ้มง่ายอัธยาศัยดี บ้านเมืองเขาผู้คนต่างคนต่างอยู่ เขาชอบไปวัดทำบุญ ชอบพูดสนทนา สอนภาษาอังกฤษให้ลูกสาวของเธอที่เขารักเหมือนลูก ยิ้มแย้มทักทายเพื่อนบ้านดีมาก
แม่ของเธอก็ชื่นชมเขยฝรั่งคนนี้ แม่ให้เหตุผลว่าเขานิสัยดี ทำให้เธอมั่นใจในตัวสามีมากขึ้น เพราะทั้งลูกสาวของเธอและแม่ตลอดจนญาติพี่น้องต่างชื่นชม
ชีวิตที่ขาดพ่อและผ่านความทุกข์ยาก ไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้ เคยเฝ้ารอคอยว่าจะมีสักวันไหมที่จะได้กลับมาอยู่บ้าน พร้อมหน้ากันกับแม่และลูกสาว ในที่สุดก็มีวันนี้ วันที่เธอได้กลับมาอยู่บ้าน เธอตั้งใจว่าจะรักดูแลเขาให้ดีที่สุดให้สมกับที่เขารักดูแลเธอ ลูกสาว รวมไปถึงแม่ แต่ก็เสียดายและคิดถึงพ่อที่จากไป ที่วันนี้เธอมีบ้านหลังใหม่ พ่อที่ร่วมฝันกับครอบครัวในวันนั้นน่าจะได้มาเห็น ได้มาอยู่ด้วยกัน
"อยากบอกพ่อว่า ไม่ต้องห่วงลูกนะ คราบน้ำตาที่แก้มของลูกได้หายไปแล้วเพราะมีมืออันอบอุ่นของผู้ชายคนนี้คอยเช็ดให้ ทำให้วันนี้ครอบครัวของเรากลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง"



