ข่าว

อึ้ง...แฮ็กเกอร์เจาะรถทุกคันที่เชื่อมเน็ตได้

อึ้ง...แฮ็กเกอร์เจาะรถทุกคันที่เชื่อมเน็ตได้

14 ก.พ. 2558

เวิลด์วาไรตี้ : อึ้ง...แฮ็กเกอร์เจาะรถทุกคันที่เชื่อมเน็ตได้

 
           ในสหรัฐอเมริการถยนต์แทบทุกคันจะมีระบบการให้ความช่วยเหลือจากบริษัทผู้ผลิตที่เชื่อมต่อไปถึงรถยนต์ผ่านระบบสื่อสารทางดาวเทียม หรืออินเทอร์เน็ต และระบบเหล่านี้กลับกลายเป็นจุดอ่อนที่เหล่าแฮ็กเกอร์สามารถเข้าไปควบคุม หรือ "ปล้น" รถจากผู้ขับที่แม้จะนั่งอยู่หลังพวงมาลัยในเวลานั้นได้หน้าตาเฉย ทำให้เกิดความตื่นตัวกันในกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ที่ต้องเร่งหาทางลบจุดอ่อนเหล่านี้ให้ได้ในเร็ววัน
 
           เรื่องดังกล่าวเป็นที่สนใจในสังคมขึ้นมาทันทีที่ทีมงานของสมาชิกวุฒิสภาอเมริกัน เอ็ด มาร์คีย์ เปิดเผยรายงานผลการศึกษาที่ระบุว่าระบบการเชื่อมต่อไร้สาย และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในยานพาหนะจะเป็นช่องทางที่เปิดให้ผู้ไม่หวังดีเข้าถึงและขโมยบางสิ่งบางอย่างออกไปจากยานพาหนะได้เป็นอย่างดี
 
           ทีมงานของส.ว.มาร์คีย์พบว่า รถยนต์เกือบ 100% ที่อยู่ในตลาดสหรัฐอเมริกาเวลานี้ "มีช่องโหว่" ที่ทำให้เหล่าแฮ็กเกอร์เจาะระบบเข้าไปได้ง่ายดาย และที่น่าประหลาดใจคือ ผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ไม่ตระหนักหรือไม่สามารถตรวจสอบร่องรอยการแฮ็กเข้าสู่ระบบการเชื่อมต่อไร้สายของรถยนต์ที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมาเลย
 
           จากการเก็บข้อมูลจากผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ในสหรัฐอเมริกา 16 ยี่ห้อ พบว่ามีรถบางรุ่น (ซึ่งเป็นรุ่นยอดนิยม) ที่แฮ็กเกอร์สามารถเจาะระบบการเชื่อมต่อไร้สายเข้าไปควบคุมรถยนต์คันนั้นได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะกดคันเร่ง หมุนพวงมาลัย ปลดการทำงานของเบรก บีบแตร เปิดไฟหน้า แก้ไขข้อมูลบนหน้าปัดความเร็วและเกจ์วัดน้ำมัน
 
           แฮ็กเกอร์สามารถเจาะระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมรถยนต์ผ่านทางการเชื่อมต่อในระบบบลูทูธ ระบบออนสตาร์ ที่ติดตั้งในรถยนต์ในเครือบริษัทเจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ผ่านทางการส่งมัลแวร์เข้าไปยังรถยนต์ที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ หรือแม้แต่การใช้สื่ออย่างแผ่นซีดีที่มีโปรแกรมไม่พึงประสงค์ติดตั้งอยู่ที่ถูกนำไปใช้ในระบบเครื่องเสียงของรถยนต์
 
           ปัจจุบันรถยนต์คันหนึ่งๆ อาศัยระบบคอมพิวเตอร์ส่วนกลางที่เรียกกันติดปากว่ากล่องอีซียู ในการบังคับควบคุมการทำงานด้านต่างๆ ตั้งแต่การควบคุมเครื่องยนต์ การสั่งจ่ายน้ำมัน การตรวจวัดเซ็นเซอร์ต่างๆ จนกระทั่งการเปิดไฟหน้า ก็อยู่ภายใต้การควบคุมของกล่องควบคุมกล่องนี้ และเมื่อรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่มีการเชื่อมต่อกับระบบอื่นในระบบนิเวศภายนอก เช่น การติดตั้งระบบออนสตาร์ของจีเอ็ม ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือแก่ผู้ขับในด้านต่างๆ ราวกับเลขานุการส่วนตัว จนกระทั่งการแจ้งเหตุร้ายไปยังหน่วยกู้ภัยโดยอัตโนมัติเมื่อรถยนต์เกิดอุบัติเหตุ ด้วยการตรวจจับจากเซ็นเซอร์ต่างๆ ทำให้รถยนต์รุ่นใหม่ที่พึ่งพาคอมพิวเตอร์ควบคุม เสี่ยงต่อการถูกแฮ็กมากกว่ารถยนต์รุ่นเก่าที่อาศัยระบบกลไกเป็นหลักอย่างเทียบกันไม่ได้
 
           เรื่องดังกล่าวกลายเป็นที่สนใจของชาวอเมริกัน ที่ตระหนกและตระหนักถึงความอ่อนไหวที่ตนเองต้องเผชิญโดยไม่รู้ตัว จึงเริ่มส่งแรงกดดันไปยังสำนักงานความปลอดภัยทางหลวงแห่งชาติ (เอ็นเอชทีเอสเอ) ให้ออกกฎควบคุมผู้ผลิตรถยนต์ให้เพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความเป็นส่วนตัวและป้องกันรถยนต์ของตนจากการถูก "แฮ็ก" จากผู้ไม่ประสงค์ดีมากขึ้นเรื่อยๆ