ข่าว

ตร.ยันให้ความเป็นธรรมผู้ต้องหาคดีฉุดเด็กหญิง

ตร.ยันให้ความเป็นธรรมผู้ต้องหาคดีฉุดเด็กหญิง

12 ก.พ. 2558

ตัวแทนศูนย์ดำรงธรรมนครพนม เข้ารับฟังข้อชี้แจงของตร. หวั่นจับกุมผู้ต้องหาผิดตัว คดีฉุดเด็กหญิงช่วยแม่กวาดถนน ขณะที่ตำรวจยันพร้อมให้ความเป็นธรรม

 
 
          วันที่ 12 ก.พ.58  พล.ต.ต. ธนพล  บริบูรณ์ ผบก.ภ.จว.นครพนม ร่วมกับ พ.ต.อ. อุกฤษฏ์ ทรงชัยสงวน ผกก.สภ.เมืองนครพนม ชี้แจงกรณี ที่ตำรวจจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยในคดีคนร้ายปลุกปล้ำเด็กหญิงขณะกำลังช่วยแม่กวาดถนน และภายหลังญาติผู้ต้องหาเข้าร้องทุกข์กับสภาทนายความและศุนย์ดำรงค์ธรรมว่า ผู้ต้องหาไม่ใช่คนก่อเหตุตัวจริง  และขอความช่วยเหลือทางคดีต่อสภาทนายความ เพื่อจัดหาทนายความเพื่อต่อสู้คดี เนื่องจากผู้ต้องหามีฐานะยากจน
 
          พ.ต.อ. อุกฤษฏ์ ได้บรรยายสรุปความเป็นมาของคดีพร้อม ที่มาของพยานหลักฐานต่างๆ โดยเฉพาะประเด็น ที่ญาติผู้ต้องหาท้วงติงมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสื้อผ้าของผู้ต้องหา รองเท้าที่สวมใส่ ตลอดจนเข็มขัดที่ญาติ ยืนยันว่าไม่เคยเห็นผู้ต้องหาสวมใส่ โดยนายไพศาลผู้ต้องหา เป็นคนรับสารภาพเองว่าได้ยืมรองเท้าและเข็มขัดของเพื่อนที่นั่งดื่มสุราด้วยกันมาสวมใส่ก่อนไปก่อเหตุ ส่วนกรณีรถจักรยานยนต์นั้นผู้ต้องหารับว่ายืมของเพื่อนมา โดยทั้งหมดล้วนเป็นการรับสารภาพเองของผู้ต้องหาทั้งสิ้น ภายหลังเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ผู้ต้องหาก็นำชี้สถานที่เกิดเหตุเองอย่างถูกต้อง  อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยินดีรับฟังทุกประเด็นที่ญาติของผู้ต้องหาโต้แย้ง พร้อมจะทำการสอบสวนชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน ก่อนพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องต่อไป            
 
          ในการชี้แจงครั้งนี้ทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครพนมได้ส่งนายสิทธิมา ดวงสุภา และนางสาวพัชนียา ชุมศรี นิติกรประจำศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครพนม เข้าร่วมรับฟังด้วย  
 
          นายสิทธิมา กล่าวว่า หลังจากนี้จะทำเรื่อง ขอเข้าเยี่ยมผู้ต้องหาที่เรือนจำประจำจังหวัดนครพนม เพื่อสอบสวนจากเจ้าตัวให้ได้ข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไรต่อไป

          ล่าสุด พ.ต.อ. อกฤษฏ์ ทรงชัยสงวน ผู้กำกับฯ สภ.เมืองนครพนมเปิดเผยว่า  หลังจากที่พ่อแม่เด็กและชาวบ้านสงสัยว่าจะเป็นการจับผิดตัว เนื่องจาก ตัวนายไพศาล ผู้ต้องหาเป็นคนไม่สมประกอบ และมีพยานยืนยันว่า อยู่ด้วยกันกับนายไพศาลในวันและเวลาที่เกิดเหตุ นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ขณะนี้ตนได้สั่งการให้ชุดสืบสวนรวบรวมประเด็นข้อสงสัยทั้งหมดของชาวบ้าน และพยานภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด นำมาพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ พร้อมจะเรียกตัวพยานที่อ้างว่าอยู่ด้วยกันกับผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนอย่างละเอียด ก่อนจะลงความเห็นว่าจะสั่งฟ้องผู้ต้องหารายนี้หรือไม่ ต่อไป
            
          ขณะที่ผู้เสียหายในดคีนี้คือเด็กหญิงเอ (นามสมมติ)  ปฏิเสธที่จะชี้ตัวผู้ต้องหาเนื่องจากไม่แน่ใจ เพราะขณะเกิดเหตุผู้ก่อเหตุสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า เพียงแต่ยอมรับว่าผู้ต้องสงสัยมีรูปร่างลักษณะใกล้เคียงกับผู้ก่อเหตุ   ล่าสุดญาติผู้ต้องหาได้เข้าร้องเรียนกับสภาทนายความเพื่อขอความช่วยเหลือด้านคดี พร้อมหาทางยื่นประกันตัวผู้ต้องหาออกจากเรือนจำจังหวัดนครพนม เพื่อต่อสู้คดีต่อไป โดยเบื้องต้นทราบว่าจะต้องใช้หลักทรัพย์ประกันตัวเป็นเงิน หนึ่งแสนห้าหมื่นบาท