ข่าว

ป.ป.ง.สั่งยึดลัมโบกินี‘บอย-ปกรณ์’

ป.ป.ง.สั่งยึดลัมโบกินี‘บอย-ปกรณ์’

12 ก.พ. 2558

ป.ป.ง.มีมติยึดลัมโบกินี ‘บอย-ปกรณ์’ ชี้เป็นทรัพย์ที่ได้จากการกระทำผิดเอี่ยวคดี ‘สจล.’

 
            12 ก.พ.58 พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการปปง. เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมว่า มีมติให้ยึดรถลัมโบกินีของนายปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ หรือ บอย ปกรณ์ นักแสดงชื่อดัง ที่ซื้อต่อจากนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) แม้นายปกรณ์จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยักยอกทรัพย์สจล. แต่คณะกรรมการธุรกรรมเห็นว่ารถคันดังกล่าวเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิด เพราะนายกิตติศักดิ์นำเงินที่ได้จากการกระทำผิดไปซื้อรถคันดังกล่าว หากนายปกรณ์ต้องการนำรถไปใช้ก็สามารถวางหลักประกันเพื่อนำรถไปใช้ได้ โดยปปง.จะมีเจ้าหน้าที่เป็นผู้ประเมินราคาวางประกัน ซึ่งจะไม่ยึดตามราคาที่ซื้อมาแต่จะสั่งให้วางทรัพย์ประกันตามราคาในท้องตลาด หลังจากนี้จะเร่งส่งหนังสือให้นายปกรณ์นำรถยนต์มาส่งมอบ หากหลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่จะติดตามยึดรถ อย่างไรก็ตาม นายปกรณ์สามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อพิสูจน์ทรัพย์ว่าได้มาโดยสุจริตเพื่อไม่ให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินได้
 
            "ส่วนกรณีที่นายปกรณ์ยื่นเอกสารพิสูจน์ทรัพย์พร้อมเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงกับปปง.ก่อนหน้านี้ แม้การตรวจสอบในส่วนคดีอาญานายปกรณ์จะไม่เกี่ยวข้องหรือเป็นเครือข่ายผู้กระทำผิด แต่ธุรกรรมการซื้อรถคันดังกล่าวที่นายกิตติศักดิ์ นำเงินจากการกระทำผิดไปซื้อ ทำให้ถือเป็นทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดต้องยึดด้วย อีกทั้ง การซื้อรถคันดังกล่าวไม่ได้เป็นการซื้อมาจากผู้ประกอบการปกติ หลังจากนี้จะมีการประสานส่งมอบให้รถให้ปปง.ต่อไป โดยก่อนหน้านี้นายปกรณ์ยังไม่ได้นำรถมามอบให้คาดว่าอาจรอฟังมติที่ชัดเจนก่อน"เลขาธิการปปง.กล่าว
 
            พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวต่อว่า คณะกรรมการธุรกรรมยังมีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์คดีสจล.เพิ่มเติมรอบ 2 อีก 22รายการ มูลค่าประมาณ 192 ล้านบาท เป็นทรัพย์ประเภทกิจการ รถยนต์ โฉนดที่ดิน บัญชีเงินฝาก ประกอบด้วย 1. กิจการบริษัท มัทธุจัด จำกัด 2.กิจการของสตรีทผับแอนด์เนสเตอรองส์ 3.รถยนต์นั่งสามตอน ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ หมายเลขทะเบียน ฆง 5995 กทม. ป้ายแดง ก- 5983 กทม. ของบริษัท มัทธุจัดฯ 4. รถโดยสารไม่ประจำทาง (รถโดยสารสองชั้นปรับอากาศ) ยี่ห้อ LEYLAND E 0401 ทะเบียน 30-0549 พิษณุโลก ของบริษัท มัทธุจัดฯ
 
            5.รถโดยสารไม่ประจำทาง (รถโดยสารสองชั้นปรับอากาศ) ยี่ห้ออีซูซุ สตาร์ คิงส์ ทะเบียน 30-0489 พิษณุโลกของบริษัท มัทธุจัดฯ 6. รถตู้นั่งสี่ตอน ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน ฮร 2351 กทม. ของบริษัท เค ลิฟวิ่ง แอนด์ เซอร์วิสส์ จำกัด 7. รถยนต์ยี่ห้อบีเอ็มดับบลิว สีขาว รุ่น Z4 ทะเบียน ญจ 9 กทม. ของนายกิตติศักดิ์ ฯ 8. โฉนดที่ดิน 4 แปลง ในพื้นที่จ. สมุทรปราการ นนทบุรี และพิษณุโลก 9. บัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ชื่อบัญชี นายพูนศักดิ์ บุญสวัสดิ์ 2 บัญชี เป็นเงิน 1,507,697.13 บาท
 
            10. บัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ชื่อบัญชี นายจริวัฒน์ สหพรอุดมการ 2 บัญชี เป็นเงิน 1,637,106.39 บาท 11.บัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ชื่อบัญชี นายกิตติศักดิ์ และนายพูนศักดิ์ 1 บัญชี เป็นเงิน 95,558.80 บาท 12. บัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ชื่อบัญชี นายกิตติศักดิ์ 6 บัญชี เป็นเงิน 1,201,819.37 บาท อย่างไรก็ตาม วงเงินดังกล่าวยังไม่ได้มีการประเมินมูลค่ากิจการของสตรีทผับฯ ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท
 
 
ป.ป.ง.สั่งอายัดทรัพย์คดียักยอกสหกรณ์เครดิตยูเนียนฯ เพิ่มกว่า 1,200 ล้านบาท
 
 
            พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการปปง. เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบทรัพย์สินของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จำกัด กับพวก ว่า นายศุภชัยได้ร่วมกันกระทำความผิดเกี่ยวกับการยักยอกและเบียดบังเงินของสหกรณ์ มีมูลค่าความเสียหาย เป็นเงินจำนวนกว่า 12,000 ล้านบาท และนำเงินที่ได้จากการยักยอกไปซื้อทรัพย์สินต่างๆ โดยใส่ชื่อตนเองหรือผู้อื่นเพื่อเจตนาปกปิดซุกซ่อนทรัพย์สิน อันเข้าข่ายเป็นความผิดเกี่ยวกับการยักยอกอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ความผิดฐานฟอกเงิน ที่ผ่านมาคณะกรรมการธุรกรรมได้มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สิน รวมทั้งสิ้น 609 รายการ รวมราคาประเมินประมาณ 3,900 ล้านบาท
 
            เลขาธิการปปง. กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบข้อมูลการรายงานธุรกรรมทางการเงิน ปรากฏว่านายศุภชัยได้ลงลายมือชื่อในเอกสารหลักฐานใบสำคัญจ่ายเงินแล้วนำเช็คของสหกรณ์ไปเบิกเงิน จำนวน 878 ฉบับ รวมเป็นเงินกว่า 11,000 ล้านบาท โดยเช็คดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นเช็คเงินสดมีการถอนเป็นเงินสด แต่บางฉบับนำฝากเข้าบัญชีธนาคารในชื่อของนายศุภชัย และนายวัฒน์ชานนท์ นวอิสรารักษ์ นายจิรเดช วรเพียรกุล รวมป็นเงินกว่า 2,566 ล้านบาท ก่อนหน้านี้นายศุภชัยอ้างว่ามีรายได้จากการประกอบอาชีพชิปปิ้งและอาชีพเป็นตัวแทนนายหน้าบริการด้านตราสารระหว่างประเทศ แต่ไม่ได้นำเอกสารหลักฐานแสดงถึงการมีรายได้จำนวนมากจากอาชีพดังกล่าวมายืนยัน มีเหตุอันควรเชื่อว่า นายศุภชัยนำเงินที่ได้มาจากยักยอกทรัพย์สหกรณ์ไปซื้อหุ้นดังกล่าว ส่วนนายสถาพร นางชญาดา และนางพิมพ์นภัสที่รับโอนหุ้นจำนวนมากจากนายศุภชัยหลังเดือนเม.ย. 56 ซึ่งมีการกล่าวหานายศุภชัยกับพวกกระทำผิดฐานยักยอกทรัพย์สหกรณ์ ทำให้เชื่อได้ว่าบุคคลทั้ง 3 มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับนายศุภชัยอย่างแน่นแฟ้น จึงได้รับโอนหุ้นไปถือกรรมสิทธิ์แทน คณะกรรมการธุรกรรมจึงมีมติให้อายัดหุ้นใน 4 บริษัทดังกล่าว รวมราคาประเมิน 1,221 ล้านบาท พร้อมดอกผล
 
            พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวด้วยว่า สำหรับเงินบริจาคที่นายศุภชัยสั่งจ่ายเช็ค 15 ฉบับ ให้กับวัดธรรมกาย 714 ล้านบาท ปปง.ไม่สามารถอายัดได้เพราะตามกฎหมายธรณีสงฆ์และศาสนสมบัติถือเป็นทรัพย์ของแผ่นดิน แต่ประเด็นนี้ทราบมาว่าทางวัดจะคืนเงินให้กับสหกรณ์ซึ่งเป็นผู้เสียหาย เพราะหากไม่คืนสหกรณ์ก็มีสิทธิ์ยื่นฟ้องขอให้ศาลสั่งให้คืนเงินที่ได้ไปจากการยักยอก
 
 
ป.ป.ง.เร่งสำรวจทรัพย์ ‘เสี่ยโจ้ปัตตานี’
 
 
            พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการปปง. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบธุรกรรมการเงินของนายสหชัย เจียรเสริมสิน (เสี่ยโจ้ ปัตตานี) กับพวก ว่า   คดีนี้นายสหชัยกับพวก รวม 13 คน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันนำเรือขนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยังมิได้เสียภาษี หรือที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักร ทั้งนี้ในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมเมื่อวันที่ 14 ม.ค. ที่ผ่านมา มีมติให้อายัดที่ดิน จำนวน 33 แปลง ล่าสุดปปง.ตรวจสอบทรัพย์สินของนายสหชัยเพิ่มเติม พบข้อมูลว่านายสหชัยครอบครองเรือยนต์ จำนวน 19 ลำ ซึ่งเป็นเรือยนต์ที่นายสหชัยใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้าน้ำมันลักลอบหนีศุลกากร โดยนายสหชัยได้ซื้อเรือยนต์ทั้ง 19 ลำ แต่ไม่ได้ไปจดหลักฐานการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่ หรือใช้ชื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ครอบครองหรือมีกรรมสิทธิ์ในเรือยนต์ดังกล่าวแทนตนเอง และมีเหตุอันเชื่อได้ว่าอาจมีการโอน จำหน่าย ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด
 
          สำหรับเรือยนต์ 19 ลำที่ถูกปปง.อายัดประกอบด้วย เรือกลเดินทะเลเฉพาะเขต ชื่อเรือ “โชคนำชัย 2” เรือกลประมงทะเลลึก ชั้น 2 ชื่อเรือ “ป.พรสุวรรณ” เรือกลเดินทะเล ชื่อเรือ “ป.ชัยมงคล” เรือกลประมงทะเลลึก ชั้น 2 ชื่อเรือ “นัทธีทอง 15” เรือกลประมงทะเล ชั้น 1 ชื่อเรือ “สถาพรวัฒนา” เรือกลประมงทะเลลึก ชั้น 2 ชื่อเรือ “แหลมทอง 18” เรือกลเดินทะเลเฉพาะเขต ชื่อเรือ “ส.สงวนชัยนำโชค” เรือกลเดินทะเลใกล้ฝั่ง ชื่อเรือ “ลัคกี้” เรือกลเดินทะเลชายแดน ชื่อเรือ “บาตัมสตาร์” เรือกลเดินทะเลเฉพาะเขต ชื่อเรือ “วี.ซี.ซี.” เรือกลเดินทะเลเฉพาะเขต ชื่อเรือ “บี.พี.พี.” เรือกลเดินทะเลเฉพาะเขต ชื่อเรือ “ลาภมงคล 2” เรือกลเดินทะเลเฉพาะเขต ชื่อเรือ “อ่าวไทยทอง 15” เรือกลเดินทะเลเฉพาะเขต ชื่อเรือ “ฉัตรชัยนาวา” เรือกลเดินทะเลใกล้ฝั่ง ชื่อเรือ “จี.พี.เอส.” เรือกลประมงทะเล ชั้น ๑ ชื่อเรือ “อ.โชคนาวี 4” เรือกลประมงทะเลลึก ชั้น 2 ชื่อเรือ “ธาราธิป 12” เรือกลประมงทะเล ชั้น 2 ชื่อเรือ “ยี่สิบสมุทร” เรือกลประมงทะเลลึก ชั้น 2 ชื่อเรือ “จงเจริญพร 4”