
สรรเสริญชี้ยังไม่มีรายงานยิ่งลักษณ์ขอลี้ภัย
12 ก.พ. 2558
พล.ต.สรรเสริญ ระบุยังไม่มีรายงาน ยิ่งลักษณ์ ขอลี้ภัย ชี้เป็นคดีอาญาไม่เกี่ยวกับการเมือง ชี้โฆษก กต.สหรัฐเข้าใจบทสัมภาษณ์นายกฯที่ญี่ปุ่นคลาดเคลื่อน
12 ก.พ.58 เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะขอลี้ภัยทางการเมือง ว่า ต้องสอบถามข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคง เท่าที่ตรวจสอบข้อมูลพบว่า อดีตนายกฯยังพักอยู่ที่บ้านพักในจังหวัดเชียงใหม่ ไม่ได้ลี้ภัยตามที่เป็นข่าว ส่วนเรื่องคดีความทั้งหลายไม่ใช่เรื่องการเมืองแต่เป็นคดีอาญา และคดีทางแพ่งที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม เรื่องนี้ไม่อยากให้มองว่า เป็นขบวนการปล่อยข่าวของฝ่ายใด ซึ่งนายกรัฐมนตรี มีแนวทางชัดเจนตั้งแต่เข้ามาควบคุมอำนาจว่า เมื่อมีความขัดแย้งและทุกฝ่ายเรียกหาความยุติธรรม
ดังนั้น ใครที่ทำอะไรไว้ก่อนวันที่ 22 พ.ค.2557 ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่เป็นการกลั่นแกล้งหรือไล่ล่ากลุ่มหนึ่งกลุ่มใด เพราะไม่ใช่ฝั่งของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เท่านั้นที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อีกฝ่ายก็เข้าสู่กระบวนการด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามไม่อยากให้มองเรื่องของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าเป็นการปล่อยข่าวของกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด
‘สรรเสริญ’ ชี้โฆษก กต.สหรัฐเข้าใจบทสัมภาษณ์นายกฯที่ญี่ปุ่นคลาดเคลื่อน
เมื่อเวลา 10.00 น.พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง ท่าที่ของสหรัฐอเมริกา ที่มีต่อสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย ว่า การแสดงความเห็นของสหรัฐฯ ที่เป็นประเทศที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ถือเป็นการแสดงออกตามหน้าที่และบทบาท ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรกเพราะเคยแสดงความเห็นทำลักษณะนี้มาตลอดทั้งที่มีต่อไทยและเมียนมาร์ ไทยมีจุดยืนที่ชัดเจน โดยไม่ต้องการขัดแย้งหรือไม่เป็นมิตรกับใคร เราพยายามรักษาสัมพันธภาพที่ดีกับทุกประเทศไม่เคยคิดให้ประเทศใดประเทศหนึ่งมาแทนประเทศหนึ่ง เราไม่ได้อยู่กับใครหรือยึดประเทศใดเป็นที่พึ่งเพียงประเทศเดียว แต่เลือกสรรสิ่งที่ดีสุดเพื่อประเทศ เราไม่ต้องการขยายประเด็นเล็กน้อยเหล่านี้และยืนยันว่าต้องคิดถึงประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้งไม่ต้องการขยายให้เกิดความขัดแย้งกับประเทศใด
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯระบุว่า รัฐบาลไทยต้องการควบคุมอำนาจอีกครั้งในอนาคต เชื่อว่าทางโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯเข้าใจความหมายที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.คลาดเคลื่อน เพราะสิ่งที่นายกฯพูดมาตลอดไม่ได้ต้องการสื่อความหมายว่า จะสืบทอดอำนาจ แต่เป็นการชี้แจงทำความเข้าใจว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยมีปัญหาความขัดแย้งของกลุ่มการเมือง ซึ่งรัฐบาลในขณะนั้นไม่สามารถใช้อำนาจบริหารประเทศและส่งผลให้ประเทศไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ กองทัพและคสช.จำเป็นต้องเข้ามายุติปัญหาความขัดแย้งทั้งหลายและกำหนดแนวทางปฏิรูปที่ชัดเจนเพื่อให้เดินไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เราฟังทุกความคิดเห็น ไม่ได้ควบคุม หรือใช้อำนาจเบ็ดเสร็จแบบที่ประเทศอื่นๆเขาทำกัน แต่พยายามผลักทุกอย่างให้เข้าสู่กระบวนการ ยืนยันว่าสื่งที่นายกฯสื่อว่าต้องการบริหารประเทศนั้นเป็นเพราะไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งอีก วันนี้ทุกฝ่ายในประเทศต้องช่วยกันประคองให้โรดแม็พที่คสช.และรัฐบาลกำหนดเดินหน้าไปได้ และขณะนี้ถือว่ากำลังเดินหน้าไปได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินหรือไม่ว่าทำไมสหรัฐฯยังไม่เข้าใจเหตุผลที่นายกฯเข้ามาควบคุมอำนาจทั้งที่นายกฯชี้แจงหลายครั้ง พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ประเทศที่ปกครองระบอบประชาธิปไตยมีจุดยืนที่ชัดเจน ซึ่งเรารับฟังความเห็นจากทุกประเทศแต่ต้องตอบโจทย์ของเราก่อนว่าประเทศต้องการอะไร หากปล่อยให้เลือกตั้งโดยไม่แก้ไขปัญหาก็จะเกิดความขัดแย้งขึ้นอีกจึงต้องมีกฎกติกาและปฏิรูปด้านต่างๆและร่างรัฐธรรมนูญให้เกิดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเลือกตั้งเสียก่อน
เมื่อถามว่า ไทยจะทำหนังสือชี้แจงไปยังสหรัฐฯหรือไม่ รองโฆฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ยังไม่ได้ตรวจสอบไปยังกระทรวงการต่างประเทศถึงเรื่องนี้ แต่ที่สำคัญคือต้องทำความเข้าใจกับคนในประเทศ
‘ไก่อู’ แย้มหน่วยมั่นคงจ่อเชิญ ‘ตู่’ หารือหากแสดงความเห็นเสี่ยงขัดแย้ง
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวในรายการมองไกลผ่านสถานีโทรทัศน์พีชทีวีเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถึงเรื่องที่เจ้าหน้าที่ทหารตรวจค้นรถน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ในฐานะรัฐบาลได้ติดตามความเคลื่อนไหว กลุ่มก้อนการเมืองต่างๆ ซึ่งรัฐบาลไม่ได้เพ่งเล็งกลุ่มการเมืองใดเป็นพิเศษ อะไรที่คนเหล่านั้นรับได้และไม่เกิดความรู้สึกกดดันมากนักและออกมาแสดงความคิดเห็นบ้างรัฐบาลก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่หากมาแสดงความคิดเห็นที่สุ่มเสี่ยงทำให้เกิดความขัดแย้ง หน่วยความมั่นคงจะต้องเรียกมาปรึกษาหารือและสร้างความเข้าใจ ทั้งการเรียกมาพูดคุยหรือติดต่อโดยตรงก็แล้วแต่กรณี ตนจึงไม่อยากให้เรียกว่าเป็นการมาปรับทัศนคติ เพราะการปรับทัศนคติไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ภายใน 1-5 วัน มันเป็นไปไม่ได้ แต่ในบางโอกาสที่มีปัจจัยแวดล้อมทางการเมืองหรือความเครียดที่รู้ว่าตนเองกำลังเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอาจจะทำให้คิดไปเองว่ากำลังถูกกดดันแต่เรายืนยันว่าเราปฎิบัติกับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม
เมื่อถามว่าการที่นายจตุพรกล่าวว่าหากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ต้องขอลี้ภัยการเมืองเพราะหากถูกดำเนินคดีและติดคุกประชาชนคนเสื้อแดงจะออกมาต่อต้านจน "คุกแตก" ถือเป็นการปลุกระดมเพื่อสร้างความแตกแยกหรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า สามารถมองได้หลายแบบ แต่หากเราไม่เอามาเป็นสาระของชีวิตก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ใครก็พูดได้ เพราะโดยส่วนตัวนายจตุพร เป็นคนพูดเก่งอยู่แล้ว เราในฐานะรัฐบาลก็สามารถรับฟังได้ แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วสังคมต้องมองว่า ถ้าคนใดทำความผิดจริงและกระบวนการยุติธรรมนำไปสู่การพิพากษาอย่างไรก็เป็นเรื่องปกติ ถ้าไม่ได้กระทำผิดศาลก็คงไม่พิพากษา
"ไม่ใช่ว่าคนใดคนหนึ่งทำความผิดแล้วประเทศไทยจะอยู่ไม่ได้ ไม่ใช่ เพราะเราอยู่ในกฎกติกามาโดยตลอด เพียงแต่ว่าบุคคลเหล่านั้นจะยอมรับความจริงได้มากแค่ไหน หากมองย้อนไปที่ตัวท่านเอง และดูสังคมโดยรอบท่านจะเข้าใจว่าไม่มีใครเข้าไปกลั่นแกล้ง แต่ทั้งหมดเป็นไปตามกระบวนยุติธรรมทั้งสิ้น" พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
เชียงใหม่ - กงสุลมะกันเชียงใหม่ ปฎิเสธ ‘ยิ่งลักษณ์’ ขอลี้ภัย
นายไมเคิล ฮีธ กงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงกระแสข่าวนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขอลี้ภัยที่กงสุลอเมริกา ประจำจังหวัดเชียงใหม่ว่าตามที่นายแพทริค เมอร์ฟี่ อุปทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงกระแสข่าวนางสาวยิ่งลักษณ์ ได้ยื่นเรื่องขอลี้ภัยในสหรัฐ เมื่อวานที่ผ่านมาว่า ไม่ทราบถึงรายงานดังกล่าวนั้น ในส่วนของกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำจังหวัดเชียงใหม่ ก็ยังไม่ได้ข้อมูลใดๆเกี่ยวกับการติอต่อการลี้ภัยใดๆทั้งสิ้น



