ข่าว

ปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรมรับวาเลนไทน์

ปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรมรับวาเลนไทน์

12 ก.พ. 2558

ตำรวจ-ทหารระดมกำลังออกกวาดล้างอาชญากรรม อบายมุข รักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงใกล้เทศกาลวันวาเลนไทน์และตรุษจีน

 
            12 ก.พ.58 ที่บริเวณลานด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ยังได้เป็นประธานในการปล่อยแถวกำลังพลเรือน ตำรวจ ทหาร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 100 นาย เพื่อร่วมกันออกกวาดล้างอาชญากรรม สกัดกั้นการมั่วสุม แหล่งอบายมุข สร้างความปลอดภัย รักษาความสงบเรียบร้อย คืนความสุขให้ประชาชนในเทศกาลวันวาเลนไทน์และตรุษจีน ในระหว่างวันที่ 10-19 กุมภาพันธ์ 2558
 
            โดยมีการกวดขันและตรวจเข้มสถานบริหาร ร้านจำหน่ายสุราและโรงแรม ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย เข้มงวดและเฝ้าระวังเป็นพิเศษในการเข้าพักของสตรี เด็ก และเยาวชน เพื่อป้องกันการล่อลวงค้าประเวณี ค้ามนุษย์ แรงงานต่างด้าว พร้อมตรวจสอบความปลอดภัยอาคาร สถานที่ การติดตั้งสัญญาณเตือนภัย ถังดับเพลิง ไฟฟ้าส่องสว่าง ตลอดจนให้สถานศึกษาเข้มงวดกวดขัน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ไม่ให้เข้าไปมั่วสุมตามสถานที่ล่อแหลม เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมที่อาจขึ้นในห้วงดังกล่าว
 
            และหลังจากนั้นนายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม พ.อ.ธวัชชัย แจ้งประจักษ์  ผู้บังคับการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมหาสารคาม ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติดและอาวุธปืน โดยรายแรกจับกุมนายอังกูร  หรือโอ อรุณโรจน์ อายุ 24 ปี ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เหตุเกิดในท้องที่อำเภอเมืองมหาสารคาม รายที่สอง เหตุเกิดท้องที่อำเภอกุดรัง โดยจับกุมนายวีรยุทธ  ปลาทอง ชาวจังหวัดอุบลราชธานี  ในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ส่วนของกลางที่ตรวจยึดได้ประกอบด้วย ยาบ้า รวมจำนวน 616 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง รถยนต์กระบะแคป ยี่ห้อ นิสสัน สีบอร์นเทา ทะเบียน บร 8714 อุบลราชธานี รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ จำนวน 1 คัน และอาวุธปืน จำนวน 4 กระบอก พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
 
 
นครราชสีมา - นักเรียนนุ่งผ้าไทยมอบขนมไทยรับวาเลนไทน์
 
 
            12 ก.พ.58 ขณะที่จ.ชัยภูมิ เนื่องในวันแห่งความรัก14ก.พ.ที่จะถึงนี้ ด้านดร.โชติพิพัฒน์ จุลมณีรุ่งเรือง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ชัยภูมิ เขต3 ที่มีโรงเรียนในสังกัดมากว่า 190 โรง กล่าวว่า เนื่องในวันแห่งความรักวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีที่ถึงแม้จะเป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวโรมันตะวันตก ที่สืบทอดกันมาเป็นเวลายาวนาน และมีตำนานเล่าขานที่มีทั้งความคล้ายและแตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ตามเป็นประเพณีที่ในปัจจุบันได้มาขยายสู่ประเทศไทยและอีกทั่วโลก ทั้งเด็กและเยาวชน รวมทั้งผู้ใหญ่เองก็ได้ให้ความสำคัญ จนเห็นว่าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกๆปี เป็นวันแห่งความรัก โดยการแสดงออกด้วยการมอบสิ่งของที่ระลึกเช่น ดอกกุหลาบสีแดง การ์ดอวยพร ของขวัญ และช็อกโกแลต ตุ๊กตาสีแดง ภาพสติ๊กเกอร์รูปหัวใจ ต่างๆที่ยังรวมไปถึงกระแสสังคมในปัจจุบันยังมีค่านิยมที่ผิดๆในวันแห่งความรักที่มักจะใช้วันวาเลนไทน์เป็นวันเสียตัวให้กับคู่รัก ซึ่งหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภาคการศึกษาและเยาวชนส่วนหนึ่งในพื้นที่จ.ชัยภูมิ ในปีนี้จึงอยากช่วยกันเร่งรณรงค์เชิญชวนให้ทุกภาคส่วนได้หันกลับมาใช้ค่านิยมไทยที่จะพอสามารถใช้ควบคู่กับวันแห่งความรักปีนี้ และช่วยดึงเด็กและเยาวชนให้ห่างไกลค่านิยมที่ผิดๆจากเดิมเข้าขั้นวิกฤตในปัจจุบันให้น้อยลงมากขึ้น
 
            ซึ่งทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต3  จะมุ่งเน้นตามสถานศึกษาในสังกัดทั้งหมดช่วยกันรณรงค์ส่งเสริมให้สอดรับการเป็นเมืองแห่งวิถีไทยที่จ.ชัยภูมิได้มีการนำร่องเป็นครั้งแรกครั้งใหญ่ที่สุดของจังหวัดที่มีการก่อตั้งเมืองมายาวนากว่า 193 ปีซึ่งมีการลงนามMOU บันทึกข้อตกลงร่วมทุกภาคส่วน สถานศึกษาทุกแห่ง ทั้งภาครัฐ และเอกชนหันมา “นุ่งซิ่น ไม่นุ่งสั้น ทุกวันพระ” เป็นการสืบทอดและอนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีของชาติไทย ให้คงอยู่  ซึ่งจังหวัดชัยภูมิ เองเป็นเมืองผ้าไหมที่สืบทอดกันมานานจนถึงปัจจุบัน พร้อมกันนี้ยังเป็นการส่งเสริมคุณธรรมหลัก 12 ประการ เพื่อสร้างความเข้มแข็งของสังคมและกระตุ้นจิตสำนึกความรักชาติของเด็กและเยาวชน จึงได้แจ้งขอความร่วมมือไปยังสถานศึกษาในสังกัดทั้ง 196 แห่ง ให้ครู-นักเรียน นุ่งผ้าซิ่นทุกวันพระ และให้บูรณาการฟื้นความเป็นเมืองวิถีไทยจัดกิจกรรมด้วยการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย อย่างเช่นวันแห่งความรักในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ที่ส่วนใหญ่เยาวชนมีการตามกระแสความเชื่อที่ผิดๆจนเกิดปัญหาตามมาจำนวนมากในปัจจุบันจึงให้มีกิจกรรมแบบไทยช่วยส่งเสริมเข้าไปสอดแทรกให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
 
            ขณะที่ด้านนายเสน่ห์ สะสมทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปะโคตะกอ (ประชาสามัคคี) ต.บ้านชวน อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า ทางโรงเรียนไม่ได้ห้ามให้นักเรียนทำกิจกรรมในวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์  แต่อย่างใด แต่ในขณะเดียวกันได้ทางโรงเรียนเองก็ควรจะใช้กระแสนิยมวันดังกล่าวมาจักกิจกรรมเพื่อให้สอดรับความเป็นไทยให้มากขึ้น และแนะนำให้เด็กๆ ได้รู้จักความรักที่มีต่อพ่อ แม่ ครู-อาจารย์ รวมทั้งเพื่อนๆที่เราต้องรู้รักสามัคคีและที่สำคัญได้สนับสนุนให้คุณครูได้จัดกิจกรรมคู่ขนาน ด้วยการรู้รักษ์ประเพณีอันดีงามของไทย ในวันแห่งความรักทางโรงเรียนได้จัดกิจกรรมวันแห่งความรัก ด้วยการให้เด็กนักเรียนได้ฝึกทำ และนำขนมและสิ่งของแบบไทยๆ มาให้กับคนที่เรารักในปีนี้ให้มากขึ้นแทนค่านิยมที่ผิดๆในปัจจุบัน อย่างเช่น ขนมชั้น ตะโก้ ขนมเม็ดขนุน ขนมกล้วย ข้าวเหนียวแดง และข้าวหลาม เป็นต้น
 
            ทั้งนี้เพื่อต้องการให้นักเรียนได้รู้จักคุณค่าภูมิปัญญาของไทย ที่บรรพบุรุษได้มอบไว้ให้ มาประยุกต์ให้เข้ากับวิถีชีวิตแบบสมัยใหม่ แต่ก็ยังคงวัฒนธรรมอันดีของบรรพบุรุษไทยไว้  และในทุกวันพระ จะให้คุณครู-นักเรียนนัดกันแต่งกายชุดเสื้อผ้าไทย นุ่งซิ่นไม่นุ่งสั้น ทุกวันพระ ตามนโยบายของจังหวัดชัยภูมิ ที่ต้องการส่งเสริมเมืองชัยภูมิให้เป็นเมืองแห่งความเป็นวิถีไทยอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไปด้วย
 
 
ชลบุรี - ร้านดอกไม้รับออเดอร์กุหลาบลูกค้าจำนวนมากพบราคาแพงกว่าปีที่แล้ว
 
 
            เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 12 ก.พ.58 บรรยากาศที่ร้านวิมลวรรณขายดอกไม้ที่ตลาดสดศรีราชา เขตเทศบาลเมืองศรีราชา มีการเตรียมดอกกุหลาบสำหรับขายในเทศกาลวันแห่งความรัก 14 ก.พ. วันวาเลนไทน์ ซึ่งมีดอกกุหลาบทั้งในและต่างประเทศ เพื่อมาจำหน่ายให้กับหนุ่มสาว และประชาชนทั่วไป ที่จะมาเลือกซื้อดอกกุหลาบเพื่อนำไปมอบให้กับคนรัก โดยเฉพาะดอกกุหลาบทั้งแบบดอกเดี่ยว และแบบช่อ ดอกกุหลาบแดงยังคงเป็นดอกไม้ยอดนิยมประจำเทศกาลวันแห่งความรัก โดยนางวิมล แซ่แต้ เจ้าของร้านดอกไม้วิมลวรรณ ซึ่งเป็นร้านขายดอกไม้รายใหญ่ในตลาดสดศรีราชา ได้เปิดเผยว่า ในตอนนี้ทางร้านรับออเดอร์ดอกกุหลาบในเทศกาลวันวาเลนไทน์ 14 ก.พ. ไว้จำนวนมากจากลูกค้าประจำและลูกค้าขาจร รวมถึงนักเรียนและนักศึกษากว่า 100 รายแล้วซึ่งสั่งจัดเป็นช่อแต่ละขนาดรวมทั้งแบบกระเช้าขนาดเล็กและขนาดใหญ่ราคาตั้งแต่100-1000 บาทซึ่งดอกกุหลาบที่นำมาจำหน่ายในปีนี้จะรับมาจากทางจังหวัดตาก และดอกกุหลาบจากเมืองคุณหมิงประเทศจีน ซึ่งจะเป็นดอกกุหลาบแดงตกราคาดอกละ 70-80บาทเนื่องจากต้นทุนการนำเข้าสูงแต่ถ้าซื้อครั้งละ1 ช่อ 10 ดอกก็จะตกราคา600-800 บาท
 
            สำหรับการนำเข้าดอกกุหลาบจากจีนตลาดการนำเข้าของดอกไม้ของประเทศดังกล่าวกำลังได้รับความสนใจจากกลุ่มร้านขายดอกไม้ เนื่องจากเกรดของดอกไม้ดีกว่าดอกกุหลาบของไทยเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามราคาก็สูงกว่าหลายเท่าตัว ส่วนดอกกุหลาบบ้านเรานั้นในปีนี้จะมีราคาแพงกว่าปีที่ผ่านมาโดยดอกกุหลาบแดงราคาดอกละ 20 บาทและดอกกุหลาบขาว นั้นราคาดอกละ 20 บาท ส่วนดอกกุหลาบสีชมพูนั้นราคาดอกละ 15 บาท จากต้นทุนที่สูงขึ้นได้ส่งผลกระทบกับการจำหน่ายที่ต้องปรับราคาให้สูงขึ้นตามไปด้วย โดยทางร้านได้จัดกระเช้าและช่อดอกกุหลาบไว้จำหน่ายหน้าร้านกระเช้าและแบบช่อละ100-400บาทไว้รองรับลูกค้าที่ไม่สั่งจัด