
มติ'14อบจ.ใต้'ใช้ยางทำถนนช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวน
12 ก.พ. 2558
สมาพันธ์นายกอบจ.ภาคใต้ มีมติให้นำยางพาราไปใช้ทำถนนเพื่อช่วยเหลือเกษรตรกรชาวนสวนแก้ปัญหาราคายางตกต่ำจ่อเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูล
นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี ประธานสมาพันธ์นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภาคใต้ เปิดเผยว่า มติที่ประชุมสมาพันธุ์นายกอบจ.ภาคใต้ เมื่อเร็วๆนี้ที่ จ.พังงา โดยสมาพันธ์ฯมีมติและมีมาตรการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางในภาคใต้ จึงกำหนดเรื่องราคายางพาราเป็นวาระสำคัญ ทั้งนี้เนื่องจากราคายางที่ตกต่ำในปัจจุบันทำให้เกษตรกรชาวสวนยางได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ซึ่งเป็นแหล่งปลูกยางมากที่สุดของไทย
“เรานั่งคิดกันว่ามีภารกิจอยู่ภารกิจหนึ่งที่ท้องถิ่นสามารถเข้าไปทำได้ คือ การนำยางพาราไปผสมกับยางมะตอยมาลาดยางถนนซึ่งเป็นถนนที่ได้รับการถ่ายโอน ซึ่งทุกอบจ.รับมาจากทางหลวงชนบทในแต่ละจังหวัดเฉลี่ยจังหวัดละ 400-600 กิโลเมตร” นายเศรษฐ์ กล่าวและว่า
ในทุกๆปีอบจ.จะตั้งงบประมาณสำหรับการซ่อมบำรุงอยู่แล้ว หากว่าสามาถนำยางพารามาเป็นส่วนผสมก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ถ้าทำกันทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ อย่างน้อยก็เป็นการช่วยเกษตรกรชาวสวนยางในภาคใต้ได้อีกทางหนึ่ง โดยที่ประชุมครั้งต่อไปคือวันที่ 20 มีนาคม 58 ที่จ.สตูล สมาพันธ์ฯจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ประกอบด้วย 2 หน่วยงาน หน่วยงานแรก คือ แขวงการทาง กรมทางหลวง ซึ่งกรมทางหลวงจะต้องมาให้ข้อมูลกับสมาพันธุ์ฯ เพราะขณะนี้ทางทหาร กอ.รมน.ก็นำยางพาราไปเป็นส่วนผสมสำหรับทำถนนลาดยางในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
“กอ.รมน.เขามีนโยยายซ่อมถนนโดยนำยางพาราไปเป็นส่วนผสม ใช้งบประมาณ 800 กว่าล้านบาท ประมาณ 180 เส้นทาง ซึ่งดำเนินการเรียบร้อยแล้วส่งมอบไปแล้ว” ประธานสมาพันธ์นายกอบจ.ภาคใต้ กล่าวและว่า
ได้รับการยืนยันจากกอ.รมน.ว่าถนนที่ลาดด้วยยางที่มีส่วนผสมของยางพารามีคุณภาพดีได้มาตรฐาน แต่อยากฟังข้อมูลจากรมทางหลวงว่ามาตฐานที่ได้เป็นมาตรฐานกรมทางหลวงหรือไม่ ในการนำยางพารามาเป็นส่วนผสม หน่วยงานที่สองคือจะเชิญศูนย์วิจัยการยาง มาให้ข้อมูลว่า อัตราส่วนผสมที่จะทำให้ยางลาดยางถนนมีคุณภาพได้มาตรฐานมีส่วนผสมอย่างไรทำได้หรือเปล่า มีความคงทน มีความยืดหยุ่นแค่ไหน เพราะว่าโครงการนี้อบจ.ต้องยึดมาตรฐานกรมทางหลวง ถ้ากรมทางหลวงรับรองว่าได้มาตรฐานจริงๆเหมือนอย่างที่กอ.รมน.ทำขณะนี้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้และที่จ.สงขลา ดำเนินการนำร่องไปแล้ว ถ้ากรมทางหลวงรับรองมาตรฐานก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยชาวสวนยางได้
“เป็นวาระสำคัญที่พี่น้องเกษตรกรเรียกร้องให้ท้องถิ่นเข้าช่วยเหลือ และเห็นว่าเป็นปัญหาที่ต้องหาวิธีการแล้ว ในส่วนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นต้องมาให้ความชัดเจนกับว่า ทำไปแล้วไม่ผิดระเบียบ รวมถึงสตง.(สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน) ทำไปแล้ว มันถูกต้อง ไม่ผิด ไม่ใช่ว่าจะมาเรียกเงินคืนภายหลัง” นายเศรษฐ์ กล่าวและว่า
อันนี้เป็น 3 หน่วยงานที่ต้องมาให้ความรู้ หากอบจ.ทุกจังหวัดทั้ง 14 จังหวัดนำไปดำเนินการได้ก็จะช่วยได้มาก สำหรับการนำยางพาราไปเป็นส่วนผสม เพราะบางจังหวัดที่มีถนนซึ่งได้รับการถ่ายโอนมาถึง 600 กม. แต่บางแห่ง 400 กม.จะช่วยได้มากทีเดียว เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนของสมาพันธ์ฯ เนื่องจากราคายางพาราเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ทุกหน่วยงานต้องช่วยกัน เพราะแต่ละปีอบจ.แต่ละแห่งตั้งงบประมาณค่อนข้างมาก สำหรับการซ่อมบำรุงถนนที่อยู่ในความดูแล



