ข่าว

บทเรียนจากซินเจียง

บทเรียนจากซินเจียง

12 ก.ค. 2552

จลาจลเลือดระลอกใหม่ในรอบ 30 ปีในเมืองอุรุมชี เขตปกครองตนเองซินเจียง ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเรื่องของน้ำผึ้งหยดเดียวแท้ๆ อันเนื่องมาจากเหตุวิวาททางเชื้อชาติที่โรงงานแห่งหนึ่ง

ทำให้ชาวอุยกูร์เสียชีวิต 2 ราย แต่เป็นเหตุให้เพื่อนร่วมเชื้อชาติซึ่งไม่พอใจรัฐบาลจีนอยู่ก่อนแล้วได้โอกาสระบายโทสะหันไปทำร้ายชาวฮั่น อันเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศบ้าง ด้านชาวฮั่นก็ไม่ยอมลดราวาศอกรวมตัวกันโต้กลับ ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงต้องใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บร่วม 2,000 ราย

 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ตอกย้ำภาพแท้จริงของสังคมจีนว่ายังเต็มไปด้วยความแตกแยกและไร้ซึ่งความสามัคคีระหว่างคนเชื้อชาติต่างๆ แม้ว่าประธานาธิบดีหู จินเทา จะประกาศนโยบายสร้างความสงบสุขและความสมัครสมานสามัคคีระหว่างเชื้อชาติ ซึ่งมีอยู่ 56 เชื้อชาติใหญ่น้อย มาตั้งแต่ปี 2547 แต่ความขัดแย้งทางสังคมอย่างรุนแรงยังคงดำรงอยู่ เพียงแต่ถูกฝังลึกภายใต้ภาพลวงตาว่าสังคมเต็มไปด้วยความสงบสุข จนกว่าจะเกิดการปะทะขึ้นเป็นระลอกๆ ภาพความขัดแย้งจึงจะเผยโฉมขึ้นมาให้เห็น

 จลาจลเลือดในซินเจียงครั้งนี้ นับเป็นบทเรียนอันดีให้แก่ประชาชนไทยซึ่งแม้จะไม่มีปัญหาขัดแย้งด้านเชื้อชาติ แต่ก็เริ่มมีความแตกแยกอย่างรุนแรงในด้านแนวคิดและอุดมการณ์ หนำซ้ำ นับวันคนกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะกลุ่มเสื้อแดงได้สร้างกระแสการใช้กำลังและความรุนแรงภายใต้ข้ออ้างว่าเป็นการแสดงออกตามครรลองประชาธิปไตย เพื่อจะก่อกวนและสร้างความปั่นป่วนไม่ให้รัฐบาลสามารถบริหารประเทศได้อย่างราบรื่นหรือต้องเล่นไปตามเกมที่ตัวเองวางหมากไว้

 เป็นเรื่องถูกต้องที่รัฐบาลใช้ความอดทนและอดกลั้นต่อการกระทำที่ยั่วยุเหล่านั้น ซึ่งนับวันยิ่งล้ำเส้นคำว่าการชุมนุมโดยสงบสันติตามครรลองประชาธิปไตยมากขึ้นทุกที ดังกรณีที่มีการทุบรถและขว้างปาสิ่งของใส่รถตู้ของนายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีสาธารณสุข ขณะตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่ เพื่อมอบนโยบายเกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

 แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เห็นได้ชัดว่ากำลังบ่อนทำลายความสงบสุขและเสถียรภาพของสังคม ถ้าหากปล่อยให้เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า สังคมก็จะยิ่งอ่อนแอและแตกแยกมากขึ้น เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลต้องตระหนักว่าสมควรจะใช้อำนาจที่มีอยู่เช่นใดจึงจะธำรงไว้ซึ่งความเป็นธรรมและความสงบสุขของสังคม  โดยไม่ปล่อยให้ผู้ที่ไม่เคารพกฎหมายกล้าลองดีกับกฎหมายซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นนี้ ไม่เช่นนั้นนานไป ก็ไม่มีใครกล้ารับประกันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในซินเจียงจะไม่เกิดขึ้นในประเทศนี้