ข่าว

เมื่อ“หยิกเล็บ”พันธมิตรฯย่อม"เจ็บเนื้อ”การเมืองใหม่

เมื่อ“หยิกเล็บ”พันธมิตรฯย่อม"เจ็บเนื้อ”การเมืองใหม่

12 ก.ค. 2552

หมายเรียกที่พนักงานสอบสวนมีถึง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ใน 2 ข้อหา คือ 1.บุกรุกสนามบินดอนเมือง 2.บุกรุกสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2551 นั้น เนื้อถ้อยกระทงความตามบริบทแห่งประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, 135, 215, 216, 358, 364 และ พ

ประมวลได้ว่า “ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่การกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญฯ มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษราย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ, เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกการมั่วสุมแล้วไม่เลิก, ก่อการร้าย, บุกรุก, ทำให้เสียทรัพย์ ฯลฯ ทำให้การบริการของท่าอากาศยานหยุดชะงักลง ฯลฯ ซึ่งมีโทษสูงสุดคือ ประหารชีวิต” นั้น นับว่าฉกาจฉกรรจ์ พอที่จะส่งผลสะเทือนถึงพรรคการเมืองใหม่ที่เพิ่งหัดคลานได้ไม่ยากนัก

 ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดใน 2 ข้อหา ล้วนอยู่หัวแถวทั้งพันธมิตรฯ และพรรคการเมืองใหม่จนแยกไม่ออก หากจะว่าหมายเรียกนั้นออกมาหมายเด็ดหัวแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเพื่อไม่ให้เหลือเยื่อไว้เป็นเชื้ออย่างจงใจ จึงไม่น่าจะผิดไปจากความจริง หากเมื่อผู้ถูกกล่าวหาต้องคำพิพากษาเมื่อคดีนี้ถึงที่สุดแล้วไซร้ พรรคการเมืองใหม่ที่เพิ่งแตกหน่อในฤดูฝนก็จะถูกขุดรากถอนโคนโยนออกไปนอกป่าไผ่ในทันทีดุจเดียวกัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ฝ่ายกฎหมายของแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะต้องพลิกตำราเพื่อลบล้างข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวนให้ลดความร้อนแรงลง อย่างน้อยเมื่อคดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลก็เป็นการบรรเทาโทษที่แต่ละคนจะได้รับให้ทุเลาลงบ้าง

 แต่ถึงกระนั้น ก็มิได้หมายความว่า วิบากกรรมของแกนนำพันธมิตรฯ จะหมดสิ้นลงไม่ พินิจดูแล้วหมายเรียกหมายนื้ น่าจะเป็นการชิมลางว่าการตั้งรับจากการ “เปิดแผลแรก” ของแกนนำพันธมิตรฯ นั้นจะออกมาในรูปใด ทุกคนยังหนักแน่น มั่นคง หรือ แปรปรวนรวนเร หลังถูก “ดาบแรก” ที่ฟันลงมา หลังจากนี้อีกไม่กี่มื้อ ยังมี “ดาบสอง” ที่ คณะกรรมาธิการการคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน ของสภาผู้แทนราษฎร กำลัง “ลับคม” รอจังหวะฟันลงมาอีกดาบหนึ่ง ระหว่างนี้ คณะกรรมาธิการชุดดังกล่าว กำลังทำงานกันอย่างเอาการเอางาน ด้วยการสรุปรวบรวมยอดค่าเสียหายจากการที่สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองถูกยึด ที่หน่วยงานของภาครัฐและเอกชน “ใช้จ่ายไป” ในการช่วยเหลือผู้โดยสารที่ตกค้างในสนามบินทั้งสอง ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอของบประมาณราว 1.9 หมื่นล้านบาท

 เงินจำนวนนี้ แม้กระทรวงคมนาคมจะขอไปยังรัฐบาล เพื่อนำไปมอบให้หน่วยงานต่างๆ ที่ “สำรองจ่าย” แก่ผู้โดยสารไปแล้วก็จริง แต่เชื่อเหลือเกินว่ารัฐบาลคงจะไม่ยอมแบกรับภาระรายจ่ายส่วนนี้เอาไว้เองอย่างแน่อน ท้ายที่สุดแล้วเงินจำนวนที่รัฐบาลต้องจ่ายออกไป คงจะถูกเรียกไปยังผู้ก่อการฯ อันเป็นเหตุให้สนามบินทั้งสองต้องหยุดบริการอย่างเลี่ยงไม่พ้น นั่นคือ การยื่น “ฟ้องแพ่ง” เพื่อเรียกค่าเสียหายไปยังแกนนำพันธมิตรฯ อย่างมิพักต้องสงสัย

 โน่น...คนที่กำลัง “รำดาบ” รอฟัน ก็หาใช่คนอื่นไกลไม่ ประธานคณะกรรมาธิการ ที่ชื่อ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย คนใกล้ชิด ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายตำรวจและอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกพันธมิตรฯ โค่นลงจากอำนาจ นั่นเอง …หรือว่า การเข้าสู่อำนาจรัฐเพื่อแก้ปัญหาให้บ้านให้เมืองของพันธมิตรฯ กำลังถูกขัดขาทั้งๆ ที่เพิ่งจะเริ่มคลาน ด้วยการ "หยิกเล็บ” ให้ "เจ็บเนื้อ” พรรคการเมืองใหม่ ด้วยกลการเมืองที่แยบยลเยี่ยงนี้