
ลดความเหลื่อมล้ำ...ได้จริงหรือ
ลดความเหลื่อมล้ำ...ได้จริงหรือ : มอนิเตอร์รัฐธรรมนูญ
การลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยนั้น เป็นเรื่องที่พูดกันมานาน แต่ยังไม่มีเป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหาที่ชัดเจนนัก แน่นอนว่ากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดนี้ต้องรับการบ้านบทนี้ไป เพื่อหาแนวทางการแก้ไขออกมาให้สังคมไทย
เรื่องราวเหล่านี้ถกเถียงกันมามากประเด็น แต่รากเหง้าของปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในสังคมไทยนั้น มีต้นเหตุจากสิ่งใด? อะไรคือหนทางแก้ไข?
คำตอบไม่น่าจะยาก เพราะหากไปค้นหางานวิจัยของนักวิชาการ-นิสิต-นักศึกษาในห้องสมุด ก็จะพบงานวิจัยที่เจาะลึกเรื่องเหล่านี้ไว้มากมาย ซึ่งกรรมาธิการยกร่างฯ ก็จะเบาใจไปได้เปลาะหนึ่ง เพราะผลการศึกษาเรื่องราวเหล่านี้มีแทบจะทุกอย่าง
เพียงแต่ว่าจะมีใครนำมาปัดฝุ่นและนำไปปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ได้หรือไม่เท่านั้น
เพราะตราบจนทุกวันนี้ โครงสร้างพื้นฐานที่ยังกระจายตัวได้ไม่ครบทุกตารางนิ้วนั้น มันเป็นฐานต่อความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สาธารณสุข ของคนไทยในบางพื้นที่ที่ยังตกอยู่ในสภาพด้อยกว่าพื้นที่อื่น แม้วันนี้โครงสร้างพื้นฐานของสังคมไทยนั้นดีกว่าวันวาน แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในหลายพื้นที่นั้น ความเท่าเทียมเหล่านี้คล้ายว่ายังโดนทอดทิ้ง (เห็นง่ายๆ ในหลายหมู่บ้านที่เป็นข่าวความไม่เท่าเทียมในการได้รับทรัพยากรและบริการพื้นฐานแห่งรัฐนานนับสิบปี)
ความเหลื่อมล้ำตรงนี้อาจทำให้เกิดปมคำถามในใจว่า เกิดมาเป็นคนไทยเหมือนกัน...ทำไมได้รับการปฏิบัติในหลักพื้นฐานของชีวิตที่แตกต่างกันเช่นนี้ และมันจะเป็นชนวนความคับข้องใจที่อาจระบายออกมาในหลากรูปแบบ แม้กระทั่งฝ่ายการเมือง พรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองก็ยังลากเอาปัญหาความเหลื่อมล้ำมาเป็นจุดขายจนได้รับการตอบสนอง เช่น กำหนดเป็นนโยบายพรรคในการหาเสียง, ใช้เป็นวรรคทองในการปลุกระดมมวลชนต่อต้านรัฐบาลที่ตัวเองไม่ชอบ เป็นต้น
ต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่า วันนี้คนในชนบทก็เข้าทันความเจริญหลายสิ่งหลายอย่างดั่งเช่นคนเมืองสัมผัสกันแล้ว เพียงแต่บางสิ่งบางอย่างที่ภาครัฐยังมอบให้ไม่ครบถ้วนเท่านั้น ทำให้พรรคการเมืองบางพรรคมองเห็นจุดอ่อนนี้แล้วนำมาทำเป็นจุดแข็งในการหาเสียงและได้รับความนิยมชมชอบ จนบางนโยบายที่ช่วงแรกขึ้นรูปมาดีกลับต้องล้มเหลวเพราะคนการเมืองที่หวังแต้มมากกว่าความสำเร็จของประชาชนที่จะก้าวพ้นเส้นความเหลื่อมล้ำอย่างแท้จริง
ความเจริญในวันนี้ทำให้ช่องว่างทางสังคมมีมากขึ้น แน่นอนว่า ทุกชีวิตต่างอยากได้รับความสะดวกสบาย ความมั่นคงและความก้าวหน้าในชีวิตกันทั้งนั้น ต้องวัดใจว่ากรรมาธิการยกร่างฯ จะบัญญัติกฎหมายแม่บทของบ้านเมืองและกฎหมายลูกที่จะให้สิทธิประชาชนในการเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานแห่งรัฐและสิทธิในการเรียกร้องความไม่เท่าเทียมในเรื่องนี้ได้มากกว่าและทรงประสิทธิภาพกว่าที่ผ่านมาอย่างไร
รู้ว่างานนี้เป็นการบ้านอีก 1 บทที่ไม่ง่ายเลยสำหรับผู้วางกติกาของบ้านเมือง แต่หากประมวลภาพความเหลื่อมล้ำที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้นไปบ้างนั้น คิดว่าคงไม่ยากเกินความสามารถของกรรมาธิการยกร่างฯ
ลุ้นเพียงอย่างเดียวว่า จะผลักดันให้สำเร็จเป็นรูปธรรมอย่างไรเท่านั้น เพราะไม่อย่างนั้นการแก้ไขความเหลื่อมล้ำในสังคมก็จะเป็นปัญหาที่เรื้อรังและไม่จบไม่สิ้นเสียที



